เอาเข้าจริง นายอนุทิน ชาญวีรกูล มาบริหารประเทศในเก้าอี้นายกรัฐมนตรียังไม่ถึง 6 เดือนดีด้วยซ้ำไป แล้วทำไมผู้คนรู้สึกเหมือนอยู่นานเป็นชาติ แถมล่าสุดมีการปล่อยข่าว หากนายอนุทินไปไม่รอด จะมีนายกฯคนนอก ชื่อ ศ ศาลา เป็นนายกฯสำรองอีก ก็ไม่รู้คนปล่อยข่าวต้องการอะไร แต่บอกได้คำเดียว ทุเรศทุรังที่สุด

ศ ศาลา ที่ว่า หลัง ๆ มีการชี้ไปที่ ศ เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ หรือ ดร.นก อดีตผู้ว่าการแบงก์ชาติ ซึ่งกลุ่ม อีลิท เคยวาดหวังอยากให้มาเป็นผู้นำมาก แต่ปัจจุบัน ดร.นก เป็น องคมนตรี แล้ว จะนั่งเก้าอี้นายกฯได้ มีทางเดียว ต้องรัฐประหาร เพราะนายกฯคนนอกในบทเฉพาะกาล มีได้ใน 5 ปีแรกเท่านั้น ซึ่งจบไปแล้ว ถ้านายอนุทินไม่ไหวจริง ๆ ก็ยังมี “แคนดิเดต”
สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ของพรรคน้ำเงินรออยู่ ยังไม่ต้องพูดถึงหากรัฐบาลเปลี่ยนขั้ว เพื่อไทย หันไปจับมือส้ม เขียว ก็ยังมีแคนดิเดต ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์, ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ อีก

ขั้นตอนนายกฯ คนนอกยาวไกลมาก เป็นไปได้ยากมากในตอนนี้ คนปล่อยข่าวจึงสมควรจับมาติดคุกให้เข็ด จงใจเซาะกร่อนบ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตย ใจคอขบวนการนี้จะลากคนไทยกลับไปจมปลักกับระบอบคสช.” อีกหรือ ที่ผ่านมาประเทศยังตกต่ำไม่พอหรือ?!?

แต่นั่นล่ะ ไร้ควันก็ไร้ไฟ  ข่าวแบบนี้มาแทรกได้ ก็เพราะนายกฯหนู อนุทิน ชาญวีรกูล ยิ่งบริหาร ความไว้วางใจ และ ความเชื่อมั่นศรัทธา ที่เรียกว่า Trust and Confidence เรื่องสำคัญยิ่งยวดของผู้นำ มีแต่ลดน้อยถอยลง

เราไม่ได้อคติกับนายกฯ ชื่อ อนุทิน จะดีไม่ดี นายกฯ จากเลือกตั้งก็พร้อมให้โอกาส แต่ในวิกฤติการณ์ใหญ่ ๆ ที่เกิดขึ้น นายกฯหนูไม่ได้เปล่งประกายภาวะ ผู้นำ ที่เก่งฉกาจฉกรรจ์ให้สัมผัสได้เลย  ตั้งแต่วิกฤติอภิมหาน้ำท่วมหาดใหญ่ ก็ตั้งคณะกรรมการ 5 ชุด ซ้อนไปหมด จนน้ำแห้งไปเอง วิกฤติน้ำมันแพงและขาดแคลนจากสงครามสหรัฐ-อิหร่าน ก็บอกประชาชนอย่าตื่นตระหนก ผลกระทบน้อย น้ำมันสำรองไทยมากกว่าญี่ปุ่นอีก แต่คนไทยดันต้องตื่นตี 2 นอนเฝ้าปั๊ม เข้าแถวยาวเหยียด 3 กิโล 5 กิโล เพื่อรอปันส่วนน้ำมัน “ไอ้โม่ง” ตามผังที่นายกฯ เอามาโชว์  จับได้หรือยัง

ที่สั่นสะเทือน Trust and Confidence ของนายกฯหนู สุดแรงเกิดก็คือ การโกงสอบเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น เช่น อบจ. อบต. ครูผู้ช่วย ที่ “ฝีแตก” น้ำเหลืองไหลนองเต็มประเทศ มีผู้เกี่ยวข้องตั้งแต่ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.), มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว), นักการเมือง, นายหน้าหาลูกค้า ล่าสุด นายกฯหนูสั่งตั้งคณะกรรมการชุดใหญ่ มี ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ เป็นประธาน ทั้งที่ก่อนหน้าปล่อยมหาดไทยที่ตัวเองเป็น มท.1 สอบกันเอง แล้วสรุป จะสอบวินัยร้ายแรง 5  ข้าราชการ สถ. ประชาชนรับไม่ได้ โกงมโหฬาร 4,500 ล้าน มีลูกค้าซื้อ “ใบผ่านทาง” ในราคา 3 แสน ถึง 8 แสนบาท จน ป.ป.ช. ดีเอสไอ BIC ทลายแหล่งโกง “แก้คะแนนในไฟล์” ได้คามือกว่า 3,000 รายชื่อ

มหกรรมโกงขนาดนี้ กิต ส้ม พิชิต ทำเองไม่ได้  ต้องเป็นขบวนใหญ่โต ร่วมมือหลายฝ่าย  มี บิ๊กโอ้โม่ง บงการ นายกฯอนุทินในฐานะ มท.1 ที่คุม สถ.ไม่มีสิทธิลอยตัว อีก 30 วันข้างหน้า หากมีชื่อแค่ปลาซิวปลาสร้อย หรือแค่ระดับอธิบดี แต่เหนือกว่านั้นลอยนวลความเป็นผู้นำจะติดลบทันที  ไม่ใช่แค่เหลือศูนย์

ตบท้าย ล่าสุดของล่าสุด ป.ป.ช.ชี้มูล สัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์  นายก อบจ.สตูล พ่อ มท.4 วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ พรรคสีน้ำเงิน เอื้อประโยชน์บริษัทก่อสร้างสตูล 58 ล้าน เจ้าของ บริษัท ก่อสร้าง ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คือพี่ชายของ มท.4 เสียอีก เรียกว่าซ้ำเติมความไม่ไว้วางใจ “รัฐบาลผู้รับเหมา” ของนายกฯอนุทิน เข้าไปอีก ไม่เห็นใจหัวหน้าพรรคที่ต้องเผชิญกรรมใหม่กรรมเก่าไปหมด คดี ฮั้ว สว. คดีเขากระโดง ก็ตามหลอน ทุกครั้งที่ นายกฯอนุทิน ประกาศจะปราบทุจริตคอร์รัปชัน 2 คดีความที่ว่าก็กลายเป็นบ่วงรัดคอ ย้อนคำพูด “จะขึ้นธรรมาสน์ ต้องล้างเท้าตัวเองให้สะอาดก่อน” ทุกครั้ง            

นี่กระมัง ทำให้ข่าวลือจะมีการเปลี่ยนตัวนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล  เกิดขึ้นถี่ในตอนนี้.

ดาวประกายพรึก

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่