การสู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครนกำลังก้าวเข้าสู่ระยะใหม่ที่มีความซับซ้อนและเข้มข้นมากขึ้น เมื่อทั้งสองฝ่ายปรับยุทธศาสตร์จากการปะทะตามแนวหน้าไปสู่การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทานที่อยู่ลึกเข้าไปในดินแดนของฝ่ายตรงข้าม เป้าหมายจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงคลังอาวุธ คลังน้ำมัน หรือฐานทัพเหมือนในอดีต แต่ขยายไปถึงศูนย์คัดแยกสินค้าและคลังสินค้าของภาคเอกชน รวมถึงแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซขนาดใหญ่

รถยนต์แล่นผ่านจออิเล็กทรอนิกส์โฆษณา ไวลด์เบอร์รีส์ ผู้ค้าปลีกออนไลน์ และป้ายโฆษณาดิจิทัลประชาสัมพันธ์การรับสมัครทหารตามสัญญาเข้าประจำการ ในกองกำลังระบบอากาศยานไร้คนขับของกองทัพรัสเซีย ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน ในกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย 29 ก.ค. 2569


หนึ่งในปฏิบัติการที่สะท้อนแนวโน้มดังกล่าวอย่างชัดเจน คือการโจมตีด้วยโดรนระยะไกลของยูเครนต่อคลังสินค้าและศูนย์โลจิสติกส์ของบริษัทไวลด์เบอร์รีส์ ผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ที่สุดของรัสเซีย ตั้งแต่เดือน ก.ค. ที่ผ่านมา มีรายงานว่าศูนย์ปฏิบัติการของบริษัทหลายแห่งทั่วรัสเซียตกเป็นเป้าหมายการโจมตี ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ ความเสียหายต่อสินค้า และกระทบต่อเครือข่ายกระจายสินค้าขนาดใหญ่


ยูเครนให้เหตุผลว่า ศูนย์โลจิสติกส์เชิงพาณิชย์บางแห่งไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน หากแต่มีลักษณะเป็นโครงสร้างพื้นฐานแบบใช้งานสองทาง เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการจัดเก็บและกระจายชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์นำทาง และชิ้นส่วนสำหรับประกอบโดรนให้แก่กองทัพรัสเซีย ดังนั้น การโจมตีศูนย์เหล่านี้จึงถูกมองจากฝ่ายยูเครนว่า เป็นการตัดเส้นทางลำเลียงที่สนับสนุนศักยภาพทางทหารของรัสเซีย


อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของการตอบโต้ระหว่างสองฝ่าย ก่อนหน้านี้รัสเซียได้โจมตีศูนย์โลจิสติกส์และคลังสินค้าของ โนวา พอชตา บริษัทไปรษณีย์และขนส่งเอกชนรายใหญ่ของยูเครนอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลมอสโกกล่าวหาว่า สถานที่เหล่านี้ถูกใช้เป็นจุดจัดเก็บและลำเลียงโดรน รวมถึงยุทโธปกรณ์จากชาติตะวันตก ขณะที่ยูเครนยืนยันว่าโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวให้บริการประชาชนและภาคธุรกิจเป็นหลัก

ควันลอยขึ้นจากเหตุเพลิงไหม้ที่ศูนย์โลจิสติกส์ของ ไวลด์เบอร์รีส์ ผู้ค้าปลีกออนไลน์รายใหญ่ที่สุดของรัสเซีย โดยนายดมิทรี มิเลยาเยฟ หลังการโจมตีด้วยโดรนของยูเครน ในภูมิภาคตูลา ประเทศรัสเซีย 5 ส.ค. 2569


การขยายพื้นที่การโจมตีเข้าสู่ระบบโลจิสติกส์พลเรือนกำลังสร้างผลกระทบในหลายมิติ ประการแรกคือความเสี่ยงต่อชีวิตของประชาชน เพราะคลังสินค้าและศูนย์คัดแยกสินค้ามีพนักงานทำงานตลอดทั้งวันและบางแห่งเปิดดำเนินการในช่วงกลางคืน การโจมตีจึงมีโอกาสทำให้เกิดผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ประการต่อมาคือผลกระทบทางเศรษฐกิจ เมื่อคลังสินค้าเสียหาย การจัดส่งหยุดชะงัก และสินค้าคงคลังสูญหาย ภาคค้าปลีกและอีคอมเมิร์ซย่อมได้รับผลกระทบตามไปด้วย


ในกรณีของรัสเซีย ผลกระทบดังกล่าวอาจลุกลามไปถึงผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนมากที่พึ่งพาแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในการจำหน่ายสินค้า การหยุดชะงักของระบบกระจายสินค้าจึงไม่ได้กระทบเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ แต่สามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก รวมถึงเพิ่มแรงกดดันต่อราคาสินค้าและเงินเฟ้อ หากปัญหาด้านอุปทานยืดเยื้อ


ในเชิงยุทธศาสตร์ การโจมตีห่วงโซ่อุปทานสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของสงครามในยุคดิจิทัล เมื่อเทคโนโลยีพลเรือน เช่น โดรน อุปกรณ์สื่อสาร และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ผลิตเพื่อการพาณิชย์ สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในทางทหารได้ เส้นแบ่งระหว่างโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนกับเป้าหมายทางทหารจึงมีความซับซ้อนมากขึ้น


ขณะเดียวกัน ความสามารถของยูเครนในการใช้โดรนระยะไกลโจมตีเป้าหมายที่อยู่ลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซีย ยังสะท้อนการพัฒนาขีดความสามารถด้านสงครามไร้คนขับของยูเครน และความพยายามใช้ต้นทุนที่ต่ำกว่าเพื่อสร้างแรงกดดันต่อโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ของฝ่ายตรงข้าม


ท้ายที่สุด หากสงครามยังคงยืดเยื้อ การโจมตีอาจขยายจากแนวหน้าไปสู่ระบบเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานมากขึ้น ทั้งสองฝ่ายต่างพยายามบั่นทอนศักยภาพในการทำสงครามของคู่ขัดแย้ง แต่ผลลัพธ์ที่หลีกเลี่ยงได้ยากคือ ภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการรายย่อย และประชาชนทั่วไปจะต้องแบกรับต้นทุนจากความเสียหายที่ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ.

ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS