เมื่อวันที่ 8 ส.ค. นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียจากเหตุกราดยิงในโรงเรียน พร้อมระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ควรถูกมองเป็นเพียง “เหตุการณ์โดด ๆ” แต่เป็นสัญญาณเตือนถึงปัญหาความรุนแรง สุขภาพจิต และความเปราะบางของเด็กและเยาวชนที่สังคมไทยต้องเร่งรับมือ

นางรัดเกล้า กล่าวว่า ตลอดช่วงที่ผ่านมา สังคมไทยพบเห็นกรณีเด็กและเยาวชนเผชิญความเครียด ทำร้ายตัวเอง จบชีวิตตัวเอง หรือก่อความรุนแรงต่อผู้อื่นเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขณะที่เหตุความรุนแรงได้ลุกลามเข้าสู่สถานศึกษา ส่งผลให้ครูและนักเรียนต้องตกเป็นผู้ได้รับผลกระทบ เราต้องตั้งคำถามอย่างจริงจังว่า ผู้ใหญ่กำลังทำอะไร และเราจะรอให้มีผู้สูญเสียเพิ่มขึ้นอีกกี่ครั้ง

นางรัดเกล้า กล่าวว่า ประเทศไทยควรเร่งสร้างระบบป้องกันมากกว่ารอแก้ไขปัญหาหลังเกิดเหตุ โดยควรบรรจุเรื่องสุขภาพจิต การสังเกตสัญญาณเตือน การป้องกันความรุนแรง การรับมือการกลั่นแกล้ง และช่องทางการแจ้งเหตุอย่างปลอดภัย เป็นส่วนหนึ่งของระบบการศึกษา

“เหตุรุนแรงจำนวนมากไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน สิ่งที่เราต้องทำคือทำให้ครู นักเรียน และผู้ปกครอง สามารถสังเกตสัญญาณเหล่านั้น กล้าที่จะพูด กล้าที่จะแจ้ง และมีระบบเข้าไปช่วยเหลือก่อนที่จะสายเกินไป” นางรัดเกล้า กล่าว

นางรัดเกล้า กล่าวต่อว่า ปัญหาดังกล่าวไม่ใช่ปัญหาของ “เด็ก” หรือ “ครู” ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นปัญหาของทั้งระบบ ตั้งแต่ครอบครัว โรงเรียน สังคม ไปจนถึงภาครัฐ จึงจำเป็นต้องร่วมกันสร้าง “นิเวศการเรียนรู้ (Learning Ecosystem)” ที่ทำให้เด็ก ครู และผู้ปกครองไม่ต้องเผชิญกับปัญหาเพียงลำพัง

“เราไม่ควรรอให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มแล้วจึงประชุม ไม่ควรรอให้ครูคนต่อไปออกมาโพสต์ว่าไม่ไหวแล้ว และไม่ควรรอให้เด็กอีกคนหยิบอาวุธขึ้นมา แล้วจึงตั้งคำถามว่า ‘ทำไมไม่มีใครรู้มาก่อน’ สัญญาณเตือนมีมานานแล้ว คำถามคือ เราจะลงมือป้องกันเมื่อไร” นางรัดเกล้า กล่าว.