เมื่อวันที่ 8 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอ (นามสมมุติ) พาเด็กชายเอ็ม (นามสมมุติ) บุตรชาย นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เดินทางมาติดต่อขอรับทรัพย์สินส่วนตัว หลังจากเกิดเหตุกราดยิงภายในโรงเรียน เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยมีทั้งกระเป๋านักเรียน รองเท้า และโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว เด็กชายเอ็ม ปลอดภัย หลังครูได้พาหลบหนีออกจากห้องเรียน ขณะที่เพื่อนร่วมชั้นรายหนึ่ง ถูกกระสุนปืนเข้าบริเวณไหปลาร้าได้รับบาดเจ็บ

เด็กชายเอ็ม เล่าว่า ขณะเกิดเหตุกำลังเรียนวิชาภาษาอังกฤษอยู่ภายในห้องเรียน ก่อนจะได้ยินเสียงปืนดังขึ้นในครั้งแรก ตอนนั้นยังไม่แน่ใจว่าเป็นเสียงอะไร แต่เพื่อนบางคนพากันออกไปดู ก่อนที่จะมีเสียงปืนดังขึ้นอีก 2-3 นัด ทำให้นักเรียนภายในห้องเริ่มตกใจและพากันล็อกประตู พร้อมนำเก้าอี้มาขวางประตูเพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลภายนอกเข้ามา จากนั้นเสียงปืนยังดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง นักเรียนหลายคนพากันหลบอยู่ใต้โต๊ะ ขณะที่เพื่อนนักเรียนหญิงบางคนร้องไห้ ทุกคนพยายามช่วยกันพูดปลอบใจและตั้งสติ กระทั่งมีเพื่อนนักเรียนคนหนึ่งวิ่งเข้ามาในห้องและบอกว่าถูกยิง เมื่อสังเกตพบว่ามีเลือดออกบริเวณไหปลาร้า เพื่อนๆ จึงช่วยกันบอกให้ใช้มือกดบริเวณบาดแผลเพื่อห้ามเลือด ก่อนจะไปตามครูให้เข้ามาช่วยเหลือ

เด็กชายเอ็ม เล่าต่อว่า หลังเกิดเหตุครูได้พานักเรียนหลบออกจากพื้นที่ ทำให้ตนเองสามารถออกมาได้อย่างปลอดภัย แม้จะเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความหวาดกลัวอย่างมากก็ตาม

ด้านนายเอ ผู้เป็นพ่อ กล่าวว่า หลังได้รับแจ้งเหตุ เบื้องต้นได้ให้น้องสาวไปรับลูกกลับบ้าน ส่วนตัวรู้สึกเป็นห่วงลูกอย่างมาก แต่ก็ทราบว่าครูและอาจารย์พยายามดูแลนักเรียนและหาพื้นที่ให้เด็กหลบเพื่อความปลอดภัย สำหรับสิ่งที่อยากสอนลูกหลังจากนี้ คือการรู้จักเอาตัวรอดเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน โดยเฉพาะการหมอบหรืออยู่ในจุดที่ปลอดภัยก่อน เพราะไม่สามารถคาดเดาได้ว่าอันตรายจะมาจากทิศทางใด และไม่ใช่เฉพาะเหตุการณ์เกี่ยวกับอาวุธปืนเท่านั้น แต่รวมถึงเหตุฉุกเฉินในรูปแบบต่างๆ

ทั้งนี้ นายเอ ยังอยากให้โรงเรียนพิจารณาจัดการอบรมและฝึกทักษะการเอาตัวรอดให้กับนักเรียนอย่างเป็นระบบ เช่นเดียวกับการอบรมด้านการป้องกันและระงับอัคคีภัย เพื่อให้เด็กๆ มีความรู้ และสามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างถูกต้อง หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นอีก

ส่วนการเดินทางมาโรงเรียนในวันนี้ นายเอ และเด็กชายเอ็ม ตั้งใจมารับทรัพย์สินส่วนตัว ทั้งโทรศัพท์มือถือ กระเป๋านักเรียน และรองเท้า แต่ไม่สามารถขึ้นไปยังห้องเรียนได้ โดยทางโรงเรียนอนุญาตให้รับโทรศัพท์มือถือคืนได้เพียงอย่างเดียว ส่วนทรัพย์สินอื่นยังไม่ได้รับคืน.