เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 8 ส.ค. 69 ที่วัดโบสถ์บน ต.บางคูเวียง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ครอบครัวและญาติของ ว่าที่ร้อยตรีหญิงนันท์ชณัฐพร นาคพลั้ง หรือ “ครูขนุน” ครูสอนภาษาไทยจากโรงเรียนเทพศิรินทร์ ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุกราดยิงภายในโรงเรียน เดินทางมารอรับร่าง เพื่อนำมาตั้งบำเพ็ญกุศลและสวดอภิธรรมที่วัดโบสถ์บน

บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า โดยมีทั้งครอบครัว ญาติพี่น้อง คณะครู อาจารย์ และลูกศิษย์ของครูขนุน เดินทางมาร่วมพิธีรดน้ำศพ เพื่อร่วมส่งครูผู้เป็นที่รักเป็นครั้งสุดท้าย ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่จากกรมสุขภาพจิต ได้ลงพื้นที่เพื่อดูแลสภาพจิตใจและให้คำปรึกษาแก่ครอบครัวและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์

นางศิรภัสสร ลิมปิติเกีรติ เจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต กล่าวว่า เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่ผ่านมา ทีมกรมสุขภาพจิตได้ลงพื้นที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ เพื่อดูแลสภาพจิตใจของทั้งนักเรียนและบุคลากรที่อยู่ในภาวะวิตกกังวลจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สำหรับวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังลงพื้นที่ในจังหวัดต่างๆ เพื่อดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยในจังหวัดนนทบุรีมีจุดที่เจ้าหน้าที่เข้าดูแลทั้งที่วัดโบสถ์บนและวัดบางอ้อยช้าง

ขณะที่บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอาลัย โดยเฉพาะ น.ส.พิงพิง อายุ 17 ปี ศิษย์เก่าของครูขนุน ซึ่งเดินทางมาร่วมพิธีรดน้ำศพและนั่งร้องไห้ด้วยความเสียใจ

น.ส.พิงพิง เล่าว่า ตนเป็นศิษย์เก่าของครูขนุน เมื่อทราบข่าวว่าครูถูกยิงเสียชีวิต รู้สึกทั้งตกใจและเสียใจเป็นอย่างมาก เพราะครูเป็นคนที่ตนเคารพและรัก สิ่งหนึ่งที่อยากบอกกับครูเป็นครั้งสุดท้าย คือ ตนจะตั้งใจเรียนและจะสอบเป็นครูให้ได้ โดยอยากเป็นครูที่ดีเหมือนกับครูขนุน

ด้าน นางหมวย นาคพลั้ง อายุ 64 ปี แม่ของครูขนุน เปิดเผยด้วยน้ำเสียงเศร้าว่า หลังได้รับแจ้งข่าวว่าลูกสาวถูกยิง ตนได้ให้น้องชายของครูขนุนและน้าสาวเดินทางไปดู ก่อนจะได้รับการยืนยันว่าผู้เสียชีวิตคือลูกสาวของตนจริงๆ ขณะนั้นรู้สึกทำอะไรไม่ถูก เพราะลูกสาวคือความรักและความผูกพันของครอบครัว

นางหมวย เล่าว่า ตนมีลูก 2 คน ครูขนุนเป็นลูกสาวคนโต และมีน้องชายอีก 1 คน โดยครูขนุนเคยเป็นนักเรียนที่โรงเรียนเทพศิรินทร์นนท์ มาก่อน เมื่อเรียนจบจึงสอบบรรจุรับราชการครู และได้กลับมาสอนนักเรียนที่โรงเรียนเดิม ลูกสาวรับราชการครูมานานกว่า 8 ปี และทำหน้าที่ครูสอนภาษาไทย ก่อนจะต้องมาจบชีวิตจากเหตุการณ์กราดยิงภายในโรงเรียน

ผู้เป็นแม่กล่าวว่า รู้สึกเสียใจอย่างที่สุด เพราะลูกสาวเป็นทั้งลูก เป็นครู และเป็นความภาคภูมิใจของครอบครัว ที่ผ่านมาไม่เคยคิดเลยว่าลูกจะต้องจากไปอย่างกะทันหันเช่นนี้ พร้อมฝากคำพูดถึงลูกสาวเป็นครั้งสุดท้ายว่า “เกิดชาติหน้าขอให้กลับมาเป็นลูกแม่อีกนะ ไม่ต้องห่วงแม่หรอกลูก ลูกไปเป็นนางฟ้าบนสรวงสวรรค์เถอะ”