เมื่อเวลา 15.43 น. วันที่ 7 ส.ค. ที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ จ.นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย เดินทางลงพื้นที่ดูจุดเกิดเหตุกราดยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ โดยมีนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข นายนิกร โสมกลาง รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

โดยเมื่อเดินทางถึง นายกฯ รับฟังรายงานสถานการณ์โดยสรุปจากนายประเสริฐ พร้อมสอบถาม ผบ.ตร. ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย

จากนั้นเวลา 16.25 น. นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่รับฟังรายงานถึงความคืบหน้าเหตุยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ ว่า “น้องที่ก่อเหตุ ก็ยังมีกระสุนอยู่อีก 30 กว่านัด ถ้าเขาไม่จบชีวิตตัวเอง ก็อาจจะเกิดเหตุไปทําร้ายคนอื่นเพิ่มขึ้นอีก ทั้งนี้ หลักๆ เป็นเรื่องของความเครียดจากการศึกษา และทราบว่าคุณย่าเคยเป็นครู อยากให้เรียนได้ดีๆ ซึ่งค่อนข้างที่จะเข้มงวดกวดขัน จากที่ตํารวจสอบปากคําเพื่อนสนิท รับทราบว่าเขามีความเครียดด้านนี้อยู่ และก็มีบ่นๆ อยู่ แต่ก็คงเป็นการเตรียมการมาอย่างดี เพราะวิธีจากการทําแผน มีลําดับขั้นตอน มีเป้าหมายชัดเจน” 

เมื่อถามว่าสังเกตผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่พบว่าถูกยิงเข้าจุดสําคัญ นายกฯ กล่าวว่า “เท่าที่รับฟังรายงาน ก็คงตั้งใจที่จะก่อเหตุนี้ เพราะเขาเริ่มมาจากที่บ้าน ซึ่งเราไม่ได้รับทราบมาก่อน เรามารับทราบหลังจากเกิดเหตุแล้ว เมื่อเจ้าหน้าที่ตํารวจกลับไปค้นที่บ้าน จึงพบว่ามีสองร่างเสียชีวิต คือคุณปู่กับคุณย่า ปืนเป็นของคุณปู่ของเขา ที่เป็นปืนจดทะเบียน ซึ่งเห็นว่าในช่วงสงกรานต์ ผู้ก่อเหตุได้โพสต์รูปอาวุธปืนลงอินสตาแกรม ผู้เสียชีวิตทั้งหมด 8 ราย รวมปู่และย่าด้วย ส่วนผู้บาดเจ็บ 30 กว่าคน และมีผู้บาดเจ็บสาหัสที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดมากๆ ประมาณ 9 ราย อยู่ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า และโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า” 

เมื่อถามอีกว่าพอมีประกาศเรื่องห้ามพกพาอาวุธปืน แต่ยังมีการเกิดเหตุรายวันอยู่ จะดําเนินการเชิงรุกมากกว่านี้อย่างไร นายกฯ กล่าวว่า “ผมจะต้องหารือกับผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ แต่จริงๆ แล้วกฎหมายอันนี้มันชัดเจน ประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้มีหน้าที่ใดๆ ในทางราชการ ไม่สามารถที่จะพกพาอาวุธปืนออกนอกบ้าน หรือเดินพกพาไปไหนในที่สาธารณะ ไปที่ไหนไม่ได้ทั้งนั้น คงจะต้องมอบหมายให้ชัดเจนว่าจากนี้ไป ถ้าหากมีการตั้งด่านตรวจ ก็จะต้องตรวจค้นอาวุธปืนนี้ด้วย ถ้าเจอใครพกอาวุธ ก็จะถูกดําเนินคดีหนัก” 

เมื่อถามย้ำ ตามรายงานมีเหตุจูงใจอะไรที่มาจากการเรียน ทําให้ไปยิงคุณครู ยิงเพื่อน นายกฯ กล่าวว่า ให้ตํารวจ และพิสูจน์หลักฐาน ทําให้ละเอียดและออกไปชี้แจง เพราะการไปพูดอะไรก่อน เดี๋ยวจะทําให้เสียหายต่อรูปคดี

เมื่อถามต่อว่า จากการตรวจสอบคอมพิวเตอร์ของผู้ก่อเหตุ พบว่ามีการเคยเปิดยูทูบดูคลิปเหตุกราดยิงในอเมริกา ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้ 

เมื่อถามย้ำว่าผู้ก่อเหตุเคยมีประวัติไปซ้อมยิงปืนหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงาน ด้วยเด็กอายุ 14 ขวบ คงทําแค่นี้ไม่ได้ เขาก็คงมีวิธีในการไปติดตามจากโซเชียลมีเดีย 

เมื่อถามถึงมาตรการดูแลครอบครัวของผู้เสียชีวิต นายกฯ กล่าวว่า มาตรการในการดูแลผู้เคราะห์ร้าย เรามีหลักปฏิบัติตามระเบียบของสํานักนายกรัฐมนตรี ก็จะมีกองทุน กระทรวงยุติธรรม โดยกรมสวัสดิการคุ้มครองสิทธิก็จะมีกองทุนของเขา ส่วนกระทรวงศึกษาธิการ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ได้แจ้งว่า จะมีกองทุนที่มาดูแลครอบครัว ขอให้ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ ยืนยันว่าจะพยายามทุกวิถีทาง ให้การดูแลเยียวยาครอบครัวของผู้เคราะห์ร้าย ในกรณีเสียชีวิตต้องเยียวยาเขาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทําได้ 

“น้องเขาตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง ไม่มีความกดดันใดๆ จากเจ้าหน้าที่ของบ้านเมือง ในสิ่งเหล่านี้ มีสิ่งที่ผมขอไม่ใช้คําว่าโชคดี มันมีสิ่งที่หยุดไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายไปกว่านี้ ถ้าน้องเขาไม่จบชีวิตตัวเองแล้วต่อสู้ ตํารวจก็จะประสบความสําเร็จมากในการหยุดยั้งเขา ซึ่งเขาเป็นเด็ก เมื่อมีการปะทะขึ้นมาแล้วตํารวจต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง มันก็จะเกิดกรณีอื่นขึ้นมาวุ่นวายอีก เพราะฉะนั้นขอให้จบ ในกรณีที่น้องเขาได้ทําร้ายตัวเองไปเรียบร้อย

ผู้ที่เกี่ยวข้องใกล้ชิดกับเขา คุณปู่ คุณย่า ก็ถูกทําร้ายตั้งแต่เช้า เพราะฉะนั้น เราจะดําเนินการในเรื่องของคดีให้จบสิ้นโดยเร็ว เพราะตอนนี้คงไม่มีผู้ต้องหาใดๆ ที่เราต้องไปติดตามจับกุมอีก เราก็เอาบทเรียนนี้มาถอด พยายามอย่างสุดความสามารถ ในการสร้างบรรยากาศ และสร้างมาตรการความปลอดภัยให้เกิดขึ้นในโรงเรียน ในมหาวิทยาลัย และในที่สาธารณะให้มากที่สุด” 

ต่อมา นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ ถึงเหตุจูงใจที่ทำให้เด็กอายุ 14 ปี ตัดสินใจก่อเหตุ ว่า มีหลายปัจจัย ซึ่งความเครียดก็เป็นหนึ่งในนั้น และตอบคำถามเรื่องมาตรการห้ามพกอาวุธ ว่า กรณีนี้ มีปัจจัยอื่นๆ อีกหลายประการที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ดังนั้น เราต้องรอจนกว่าการสืบสวนจะเสร็จสิ้น มั่นใจว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จะสรุปผลและรายงานข้อเท็จจริงให้ทราบต่อไป

นายอนุทิน กล่าวย้ำว่า ตั้งแต่เป็น รมว.มหาดไทย เคยเสนอแก้ระเบียบการครอบครองปืนและการอนุญาตพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ จนมีการออกประกาศกระทรวง เรื่องการพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะและห้ามซื้ออาวุธปืน หากไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ เมื่อตนมาเป็นนายกฯ หนึ่งในสิ่งที่จะทำ คือการออกกฎหมายฉบับใหม่ควบคุมอาวุธปืนที่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ

“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ไม่ใช่อาชญากร แต่เกิดจากบุคคลที่มีความเครียด กดดันสะสมมานาน ยืนยันว่าอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นปืนที่มีทะเบียนถูกต้องและถูกเก็บไว้ในบ้าน จึงทำให้เด็กเข้าถึงได้ จึงจำเป็นต้องยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในโรงเรียน เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ปกครองว่า จะป้องกันและคัดกรองการนำอาวุธเข้าไปในโรงเรียนได้เข้มงวดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ในทางปฏิบัติคงไม่ถึงขั้นนำเครื่องเอกซเรย์หรือเครื่องตรวจอาวุธมาใช้ตรวจนักเรียนทุกคนก่อนเข้าโรงเรียน เพราะคงไม่เหมาะสม” นายอนุทิน กล่าว 

นายอนุทิน ยังได้เน้นย้ำกับสื่อต่างประเทศ ว่า รัฐบาลไม่ยอมให้ประชาชนทั่วไปครอบครอง หรือพกอาวุธใดๆ ในพื้นที่สาธารณะ โดยกรณีที่เยาวชนก่อเหตุ ต้องลงไปดูเรื่องปัญหาสุขภาพจิตของเยาวชน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ใช่ปัญหาสุขภาพจิตโดยตรง แต่เป็นความเฉียบพลันหรืออารมณ์ชั่ววูบ ที่สามารถเกิดขึ้นได้จากการถูกกระตุ้น

ต่อมาเวลา 17.10 น. นายอนุทิน เดินทางเข้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังลงพื้นที่ติดตามเหตุยิงในโรงเรียนเทพศิรินทร์ จังหวัดนนทบุรี โดยเดินทางกลับมาพร้อมกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) โดยคาดว่า จะมีการหารือเกี่ยวกับการปราบปรามอาวุธปืนเถื่อน

นายกฯ ได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผบ.ตร. ให้ตั้งด่านตรวจอาวุธปืนทั่วประเทศ