เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่ สภ.ปลายบาง จ.นนทบุรี จากเหตุการณ์เด็กนักเรียนชั้น ม.3 กราดยิงภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวพ่อและแม่ของเด็กที่ก่อเหตุมาสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.ปลายบาง เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงในคดี โดยเจ้าหน้าที่ได้แยกสอบปากคำทั้งสองคนคนละห้อง

ระหว่างนั้น นางสาวชลธิชา กลีบผึ้ง อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของ ว่าที่ร้อยตรีหญิงนันท์ชณัฐพร นาคพลั้ง หรือ “ครูขนุน” ครูสอนวิชาภาษาไทย อายุ 31 ปี ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว และยังเป็นครูที่ปรึกษาของเด็กผู้ก่อเหตุ ได้เดินทางมาพร้อมกับญาติซึ่งเป็นน้าของผู้เสียชีวิตมายัง สภ.ปลายบาง เพื่อยื่นเอกสารทำเรื่องขอรับศพผู้เสียชีวิต

นางสาวชลธิชา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนทราบข่าวเหตุกราดยิงจากสื่อสังคมออนไลน์ จึงรีบโทรศัพท์สอบถามแม่ของครูขนุน เนื่องจากทราบว่าครูขนุนถูกยิง ก่อนจะรีบติดต่อไปยังลูกศิษย์ที่อยู่ในห้องเรียนของครูขนุน ซึ่งนักเรียนยืนยันกับตนว่า ครูขนุนเสียชีวิตแล้ว ทำให้ครอบครัวรู้สึกเสียใจอย่างมาก ต่อมาทราบว่า เด็กนักเรียนผู้ก่อเหตุเป็นลูกศิษย์ของครูขนุนเอง เนื่องจากครูขนุนเป็นครูที่ปรึกษา คอยดูแลและให้คำแนะนำมาโดยตลอด แต่ครอบครัวไม่เคยทราบมาก่อนว่าเด็กมีรายละเอียดหรือประวัติเกี่ยวกับการเป็นเด็กพิเศษ

นางสาวชลธิชา ยังฝากคำถามถึงพ่อและแม่ของผู้ก่อเหตุว่าเลี้ยงลูกอย่างไร ทำไมถึงเก็บปืนไม่พ้นมือเด็ก แบบนี้เรียกว่าประมาทหรือไม่ ถึงทำให้คนบริสุทธิ์ต้องมาเสียชีวิตตั้งหลายคน อยากถามว่าทางพ่อและแม่เด็กจะรับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ยังไง

ภายหลังให้สัมภาษณ์เสร็จ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวพ่อของผู้ก่อเหตุเข้าไปสอบปากคำเพิ่มเติม ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงเหตุการณ์ดังกล่าว แต่พ่อผู้ก่อเหตุไม่ตอบคำถามใดๆ มีสีหน้าเคร่งเครียดขณะเดินเข้าไปสอบปากคำกับพนักงานสอบสวน ซึ่งระหว่างเดินผ่านบริเวณที่ญาติของครูขนุนยืนอยู่ ทั้งสองฝ่ายไม่ได้มีการแสดงท่าทีหรือมีการเผชิญหน้ากันแต่อย่างใด

ญาติม.3 กราดยิงเผยมือปืนเป็น “เด็กดี-พูดเพราะ” ปู่ย่าประคบประหงมอย่างดี ไม่คิดลงมือสังหารโหด

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง รวบรวมพยานหลักฐาน และตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกประเด็น เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป