เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ที่ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ (ศปบย.ตร.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร./ศปบย.ตร., พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ., ว่าที่ร้อยตรียงยุทธ ภูมิประเทศ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์ภาษีสรรพสามิต และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมบุหรี่หนีภาษีในพื้นที่ จว.นครราชสีมา จับกุมผู้ต้องหา 1 คน ยึดของกลางได้มูลค่ารวมกว่า 6 ล้านบาท

พ.ต.ท.วรรณลพ รัตนวงษ์ สว.กก.2 บก.ปอศ. เปิดเผยถึงพฤติการณ์และการสืบสวนจับกุมว่า สืบเนื่องจากชุดปฏิบัติการ กก.2 บก.ปอศ. ได้ลงพื้นที่จับกุมผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา จนทราบข้อมูลว่ามีการแพร่ระบาดของบุหรี่เถื่อนอย่างมาก และเบาะแสจากผู้ค้ารายย่อยต่างชี้ตรงกันไปที่แหล่งขายใหญ่ในพื้นที่ อ.เมืองนครราชสีมา เจ้าหน้าที่จึงได้ลงพื้นที่เฝ้าติดตามพฤติกรรม พบร้านค้าไม่มีเลขที่ ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา มีพฤติการณ์เปิดเป็นร้านขายของชำเพื่ออำพรางสายตาเจ้าหน้าที่ แต่เบื้องหลังมีการแอบขายบุหรี่เถื่อนทั้งปลีกและส่ง โดยมีผู้ค้าในพื้นที่คือ “เจ๊ติ๋ว” เป็นผู้ดูแล จากการซุ่มสังเกตการณ์พบบุคคลเดินทางเข้าออกซื้อขายบุหรี่อย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐาน ถ่ายภาพ ทำแผนที่ เพื่อขออนุมัติหมายค้นต่อศาลจังหวัดนครราชสีมา

ต่อมาในวันที่ 8 ก.ค. 69 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปอศ. ได้นำหมายค้นร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิตเข้าตรวจค้นสถานที่ดังกล่าว พบ นางพิมพ์พร หรือ ติ๋ว อายุ 73 ปี แสดงตนเป็นเจ้าของสถานที่และนำตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบบุหรี่ต่างประเทศไม่ติดแสตมป์สรรพสามิตซุกซ่อนอยู่ภายในอาคารรวม 150 ลัง คิดเป็น 1,500,000 มวน (75,000 ซอง) มูลค่าของกลางประมาณ 6.75 ล้านบาท

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหารับสารภาพว่าทำมาประมาณ 1–2 ปี โดยรับซื้อบุหรี่มาจากชายไม่ทราบชื่อที่ลักลอบนำเข้าทางช่องทางธรรมชาติ บริเวณจุดผ่านแดนช่องจอม จ.สุรินทร์ ขับรถกระบะมาส่งให้ถึงบ้าน เพื่อนำมาขายต่อกินส่วนต่างกำไร เนื่องจากมีต้นทุนเพียงซองละ 15–20 บาท แต่นำไปขายต่อได้ในราคา 50–60 บาท

อย่างไรก็ตาม พยานหลักฐานที่ผู้ต้องหากล่าวอ้างยังไม่สามารถเชื่อมโยงได้ และเชื่อว่ายังให้การปกปิดข้อมูล เจ้าหน้าที่จึงยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ และอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลหาตัวการใหญ่และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง พร้อมนำมาตรการตามกฎหมายฟอกเงินมาบังคับใช้ต่อไป โดยได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอศ. ดำเนินคดีในข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากรฯ และ พ.ร.บ.สรรพสามิตฯ ต่อไป

ด้าน พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. กล่าวถึงรูปแบบการทะลักของบุหรี่เถื่อนในปัจจุบันว่า มีทั้งหมด 3 รูปแบบ ได้แก่ 1.บุหรี่ต่างประเทศปลอมแปลงทั้งหมดแล้วนำเข้า 2.บุหรี่ต่างประเทศของแท้ที่ลักลอบนำเข้าโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร และ 3.บุหรี่ของการยาสูบแห่งประเทศไทยที่ได้รับการยกเว้นภาษีเพื่อส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แต่ถูกขบวนการเวียนเทียนนำกลับเข้ามาขายในไทย ซึ่งสร้างความเสียหายให้แก่การยาสูบแห่งประเทศไทยเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ เส้นทางลำเลียงหลักมี 2 สาย คือ ฝั่งตะวันออก (ลาวและกัมพูชา) และฝั่งตะวันตก (เมียนมา) โดยมักนำมาพักไว้ในกรุงเทพฯ ก่อนกระจายไปยังจังหวัดท่องเที่ยว เช่น พัทยา ภูเก็ต สมุย เชียงใหม่ รวมถึงนครราชสีมา ทั้งในช่องทางออนไลน์และออนกราวด์

ทั้งนี้ สำหรับช่วงระดมกวาดล้างระหว่างวันที่ 1–15 ก.ค. 69 ศปบย.ตร. สามารถจับกุมคดีบุหรี่ไฟฟ้าได้ 2,073 คดี (ของกลาง 90,756 ชิ้น มูลค่า 22.6 ล้านบาท), บุหรี่หนีภาษี 260 คดี (ของกลาง 369,625 ชิ้น มูลค่ากว่า 24.8 ล้านบาท) และบุหรี่ไฟฟ้าที่มีส่วนผสมของสารเอโทมิเดตอีก 24 คดี (ของกลาง 5,455 ชิ้น มูลค่า 6.9 ล้านบาท).