เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 69 ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมบุคลากรที่ได้รับการคัดเลือกเข้ารับการอบรมหลักสูตรเกษตรธรรมชาติระดับสูง ณ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อมอบแนวทางการเข้ารับการอบรม พร้อมถอดบทเรียนจากความร่วมมือระหว่างประเทศ ภายใต้ความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมการเรียนรู้และสมาคม MOA International โดยมี ดร.วัชรีวรรณ กันเดช และนายโยฑิน สมโนนนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ พร้อมด้วยนายสุชาญ ศีลอำนวย เลขามูลนิธิ MOA ไทย นายสังข์ กาญจนเพิ่มพูน ผู้ทรงคุณวุฒิด้านเกษตรธรรมชาติ ผู้อำนวยการสำนักงาน สกร. ประจำจังหวัดชลบุรี ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอ และบุคลากร สกร. เข้าร่วม ณ ห้องประชุมสำนักงานจเร สำนักจเรทหาร กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (สจร.กอ.รมน.)
อธิบดี สกร. กล่าวว่า ความร่วมมือกับ MOA International ถือเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับการเรียนรู้สู่ระดับนานาชาติ และเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนองค์ความรู้ด้านเกษตรธรรมชาติอย่างเป็นรูปธรรม โดยผู้เข้ารับการอบรมทุกคนต้องเรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพ เพื่อนำองค์ความรู้กลับมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย และถ่ายทอดสู่ประชาชนในทุกพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำอุดมการณ์สำคัญว่า “สกร. จะอยู่ในใจของทุกครัวเรือน” โดยมุ่งใช้การเรียนรู้เป็นเครื่องมือพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกมิติ ทั้งด้านสุขภาพ อาหาร สิ่งแวดล้อม การประกอบอาชีพ และการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ เพื่อให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองและมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

โอกาสนี้ อธิบดี สกร. ได้กล่าวแสดงความภาคภูมิใจต่อความสำเร็จของ เด็กหญิงสุขพร มหาศาลเมธา นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จากศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านมอตะหลั่ว อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับนานาชาติ (รางวัลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ) จากการประกวดภาพวาดเด็กระดับนานาชาติ ครั้งที่ 20 ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะ MOA ประเทศญี่ปุ่น จากผลงานกว่า 169,613 ชิ้นทั่วโลก
อธิบดีกล่าวว่า ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของครู สกร. ที่ทำหน้าที่มากกว่าการจัดการเรียนการสอน แต่เป็นผู้สร้างโอกาสให้ผู้เรียนในพื้นที่ห่างไกลได้แสดงศักยภาพบนเวทีโลก และเป็นแบบอย่างของการทำงานที่เข้าถึง เข้าใจ และพัฒนาผู้เรียนอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ อธิบดี สกร. ยังได้มอบแนวทางแก่ผู้เข้ารับการอบรมว่า การเรียนรู้จากต่างประเทศไม่ใช่การนำรูปแบบมาปรับใช้ทั้งหมด แต่ต้องนำองค์ความรู้มาวิเคราะห์ ปรับประยุกต์ และต่อยอดให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน โดยผู้ผ่านการอบรมจะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นวิทยากรของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ทำหน้าที่ถ่ายทอดองค์ความรู้และขยายผลสู่ชุมชน พร้อมติดตามและประเมินผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
อธิบดี สกร. กล่าวย้ำว่า โครงการนี้ดำเนินการด้วยงบประมาณของแผ่นดิน ผู้เข้ารับการอบรมทุกคนจึงต้องนำความรู้ไปสร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนอย่างคุ้มค่า และร่วมกันขับเคลื่อนแนวคิด “Learn to Earn” ผ่านความร่วมมือกับมูลนิธิ MOA และศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดน เพื่อพัฒนาเกษตรธรรมชาติ สุขภาวะองค์รวม และการสร้างอาชีพ อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจฐานรากของประเทศอย่างยั่งยืน
ในช่วงท้าย อธิบดี สกร. ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำหนังสือที่ระลึก “Sweet Heritage” เพื่อนำไปมอบแก่นายกเทศมนตรีเมืองอิสุโนะคุนิ ประเทศญี่ปุ่น พร้อมย้ำว่า การดำเนินงานด้านเกษตรธรรมชาติและการเรียนรู้ตลอดชีวิตสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 และเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนอุดมการณ์ของ สกร. ให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ที่อยู่ในใจของประชาชนทุกครัวเรือน.



