กรณี น.ส.เอียนนา นัคซีโมว่า อายุ 22 ปี และ นายโรมัน นัคซีโมว่า อายุ 17 ปี 2 พี่น้องสัญชาติรัสเซียสูญหายปริศนา โดยตำรวจตามแกะรอยจนพบว่ามีบุคคลต้องสงสัย 2 รายคือ นายป๋อง และนายธง ซึ่งต่อมาทราบว่าได้หลบหนีออกนอกพื้นที่ไปแล้ว กระทั่งตำรวจพบว่ามีบุคคลต้องสงสัยพาทั้งสองหลบหนีวงล้อมเจ้าหน้าที่ไปได้นั่นก็คือ “เสือโหย” และ “ไอ้ผาง” จึงได้ติดตามไปจับกุมตัวมาสอบสวนตามขั้นตอนกฎหมาย เบื้องต้นทั้งสองยังคงให้การปฏิเสธ และถูกปล่อยตัวไป ตามที่ได้เสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น
ออกหมายจับ ‘ไอ้ป๋อง-ไอ้ธง’ ลักขโมยจยย. สองพี่น้องรัสเซียหายปริศนา
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุการณ์คนร้าย 2 คนแต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขี่รถจักรยานยนต์แหกด่านตรวจร่วมบ้านเขาแหลม หมู่ 13 ต.ทับช้าง อ.สอยดาว จ.จันทบุรี มุ่งหน้าหลบหนีไปทาง จ.สระแก้ว เจ้าหน้าที่ขับรถไล่ล่ากว่า 10 กิโลเมตร แต่คนร้ายอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีเข้าซอยข้างทางไปได้ โดยสืบตรวจสอบพบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับคดีสำคัญ

ร.ต.อ.ยิ่งยง บุปผาหอม รอง สวป.สภ.สอยดาว จ.จันทบุรี ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าด่านตรวจร่วมบ้านเขาแหลม ซึ่งเป็นการสนธิกำลังร่วมกันระหว่าง ตำรวจ, ทหารนาวิกโยธิน และตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด. กองร้อย 114) เปิดเผยว่า ขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่ตั้งด่านตรวจตามปกติ พบชาย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันมาตรงตามที่ได้รับรายงานข่าวสารแจ้งเตือนไว้ล่วงหน้า โดยคนขี่แต่งกายเลียนแบบตำรวจ สวมเสื้อคลุมทับอีกชั้นหนึ่ง และใส่หมวกหม้อตาลข้าราชการตำรวจเพื่อตบตา เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณเรียกให้หยุดรถเพื่อขอตรวจค้น แต่เมื่อรถเคลื่อนเข้าใกล้ ตนจำหน้าและลักษณะได้ทันทีว่าเป็น นายฑนา เกิดทอง หรือ “ไอ้ป๋อง” และ นายธงชัย ศรีนิล หรือ “นายธง” สองผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ในคดีเกี่ยวกับการหายตัวไปอย่างปริศนาของสองพี่น้องชาวรัสเซีย
ร.ต.อ.ยิ่งยง เผยอีกว่า เมื่อรู้ว่าถูกจำได้ คนร้ายได้ตัดสินใจเร่งเครื่องยนต์บิดรถจักรยานยนต์แหกด่านตรวจอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าไปทาง จ.สระแก้ว เจ้าหน้าที่จึงรีบนำรถยนต์ออกไล่ล่าติดตามไปอย่างกระชั้นชิดเป็นระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร ทว่าคนร้ายได้เลี้ยวรถหลบหนีเข้าไปในเส้นทางซอยย่อยทางเชื่อม ทำให้คลาดสายตาและคลาดเคลื่อนจากการติดตามไปในที่สุด จากการตรวจสอบบริเวณใกล้เคียงพบหลักฐานหมวกหม้อตาลข้าราชการตำรวจ ที่คนร้ายทำตกไว้บนถนน ห่างจากจุดตั้งด่านประมาณ 100 เมตร จึงเก็บใส่ถุงพลาสติกเพื่อรักษาสภาพหลักฐานและนำมาลงบันทึกประจำวัน

ล่าสุด พล.ต.ต.ผดุงศักดิ์ รักษาสุข ผบก.ภ.จว.จันทบุรี ได้เรียกประชุมด่วนนายตำรวจระดับผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจากทุกโรงพักในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อวางแผนและสั่งการกระจายกำลังเร่งไล่ล่าติดตามจับกุมคนร้ายทั้งสองคนอย่างเร่งด่วน โดยมีการนำภาพถ่ายรูปพรรณสัณฐานของผู้ต้องสงสัยมาเปรียบเทียบกับภาพหมายจับและคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่ประจำด่าน เพื่อยืนยันว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับที่ขี่ จยย. แต่งกายคล้ายตำรวจแหกด่านหรือไม่
สำหรับเส้นทางบริเวณด่านตรวจร่วมบ้านเขาแหลม ต.ทับช้าง อ.สอยดาว ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญบนทางหลวงหมายเลข 317 (จันทบุรี-สระแก้ว) ซึ่งเป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมต่อไปยัง จ.สระแก้ว ได้โดยตรง อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจคาดการณ์ว่าคนร้ายอาจไม่ได้ใช้เพียงเส้นทางสายหลัก เนื่องจากมีด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตั้งอยู่หลายจุด แต่น่าจะอาศัยเส้นทางสายรองและทางหลวงชนบท ที่ตัดผ่านหมู่บ้าน ช่องทางธรรมชาติ หรือสวนลำไย/สวนยางพาราของชาวบ้าน เพื่อหลบเลี่ยงด่านตรวจ

โดยทิศทางที่คาดว่าจะหลบหนี มุ่งหน้าเข้าสู่ อ.คลองหาด หรือ อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว ผ่านเส้นทางซอยย่อยเชื่อมต่อข้ามจังหวัด เบี่ยงออกเส้นทางแนวชายแดน อ.โป่งน้ำร้อน และ อ.สอยดาว ซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน (กัมพูชา) เจ้าหน้าที่จึงต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษเนื่องจากหวั่นเกรงว่าคนร้ายอาจพยายามหลบหนีออกนอกประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติเพื่อหนีคดีใหญ่
ส่วนของกระแสข่าวในโซเชียลมีเดียที่มีการสั่งแชร์และเผยแพร่คลิปวิดีโออ้างว่าเป็นเหตุการณ์คนร้ายแหกด่านบริเวณ ด่านเขาเกลือ อ.โป่งน้ำร้อน และ ด่านเขาแหลม นั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจขอยืนยันว่า ข้อมูลหลายจุดในโซเชียลยังไม่มีความชัดเจน และบางคลิปเป็นข่าวเท็จ (Fake News) ที่นำคลิปเก่าหรือเหตุการณ์อื่นมาตัดต่อเชื่อมโยง จึงขอให้ประชาชนระมัดระวังในการรับข่าวสารและติดตามข้อมูลอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น

ทั้งนี้หากประชาชนท่านใดพบเห็นบุคคลที่มีลักษณะรูปพรรณตรงตามภาพผู้ต้องสงสัย หรือพบเบาะแสการหลบหนี รถจักรยานยนต์ หรือสิ่งของต้องสงสัย ให้รีบแจ้ง ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ใกล้เคียง / สภ.สอยดาว / โทร. 191 ได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด




