เมื่อวันที่ 23 ส.ค. “ทีมข่าวอาชญากรรมเดลินิวส์” รายงานความคืบหน้าการประชุมคณะทำงานทบทวนและพัฒนาประสิทธิภาพการบังคับโทษทางอาญาและทบทวนมาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ ที่มีการประชุมนัดแรกไปเมื่อวันที่ 21 ส.ค. ที่ผ่านมา เพื่อหารือเกี่ยวกับร่างกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกหรือการพักการลงโทษและได้รับการปล่อยตัวต้องปฏิบัติ (ฉบับที่…) พ.ศ. …. ที่มีสาระสำคัญเป็นการเพิ่มเติมกำหนดระยะเวลารับโทษจำคุกขั้นต่ำกับผู้ต้องขังโทษสูง (ประหารชีวิต/จำคุกตลอดชีวิต)

เบื้องต้นที่ประชุมมีการนำข้อมูลระยะเวลาจำคุกขั้นต่ำของผู้ต้องขังโทษสูงในแต่ละประเทศมาเปรียบเทียบ ยกตัวอย่าง ประเทศไทย (ปัจจุบันมีกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกหรือการพักการลงโทษและได้รับการปล่อยตัวต้องปฏิบัติ พ.ศ. 2562) ทำให้มีระยะเวลาต้องจำคุกจริงขั้นต่ำโดยเฉลี่ย 8-15 ปี ส่วนร่างกฎกระทรวงฉบับใหม่ที่อยู่ระหว่างดำเนินการจะมีระยะเวลาที่ต้องจำคุกจริงขั้นต่ำ 20 ปี โดยจะล็อกเกณฑ์ที่แน่นอน

ขณะที่ประเทศสหรัฐอเมริกา พบระยะเวลาจำคุกจริงขั้นต่ำ 20-25 ปี โดยจะมีคณะกรรมการและจิตวิทยา ส่วนประเทศอังกฤษ ต้องจำคุกขั้นต่ำ 15-30 ปี ขึ้นอยู่กับคำสั่งศาล และมีคณะกรรมการต่อสาธารณะ ส่วนประเทศเยอรมนี ต้องจำคุกขั้นต่ำ 15 ปี โดยมีศาลและผู้เชี่ยวชาญช่วยประเมินความเสี่ยง และประเทศญี่ปุ่น ต้องจำคุกขั้นต่ำ 10 ปี (แต่ในทางปฏิบัติจริงอาจสูงกว่า 30 ปี) โดยมีคณะกรรมการประเมินอย่างเข้มงวด

นอกจากการกำหนดเกณฑ์จำคุกขั้นต่ำที่จะมีความชัดเจนขึ้นในคดีเกี่ยวกับนักการเมือง คดีการทุจริต หรือคดีความมั่นคงต่าง ๆ อย่างคดีทุจริตที่มักเป็นความผิดลหุโทษ แต่ด้วยการทุจริตจะมีหลายระดับความผิด เช่น ทุจริตระดับสูง ทุจริตระดับกลาง ดังนั้น หากคดีทุจริตใดที่ศาลลงโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต จะเข้าเกณฑ์ตามกฎกระทรวงฉบับใหม่ กล่าวคือ เมื่อศาลมีคำพิพากษาและเข้าสู่เรือนจำ ก็จะถูกจัดอยู่ในชั้นต้องปรับปรุงมาก และต้องรับโทษจริงตามเกณฑ์ขั้นต่ำมาแล้วไม่น้อยกว่า 20-25 ปีเช่นเดียวกัน จึงจะได้รับการพิจารณาปรับเลื่อนชั้น ลดโทษ พักโทษต่อไป

อย่างไรก็ตาม ในคดีลหุโทษ หรือคดีทั่วไปใด ๆ ที่ศาลไม่ได้มีคำพิพากษาลงโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต จะใช้ตามหลักเกณฑ์เดิม คือ เมื่อเข้าสู่เรือนจำก็จะเป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นกลางตามปกติ และค่อยปรับเลื่อนชั้น ลดโทษ พักโทษ ตามลำดับ

ทั้งนี้ ในวันจันทร์ที่ 24 ส.ค. นี้ คณะทำงานฯ นัดประชุมติดตามคืบหน้าร่างกฎกระทรวงฉบับใหม่ฯ เพื่อพิจารณาผลการศึกษาและข้อมูล การวางหลักเกณฑ์ การกำหนดปีขั้นต่ำในการจำคุกจริงของคดีอุกฉกรรจ์ คดีสะเทือนขวัญ หรือคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ต้องรับโทษจำคุกจริงไม่น้อยกว่ากี่ปีจึงได้รับการปรับเลื่อนชั้น ซึ่งจะมีผลต่อการลดโทษ พักโทษ ซึ่งหลังพิจารณาและลงความเห็นเสร็จสิ้น จากนั้นร่างกฎกระทรวงฉบับใหม่นี้จะถูกเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการราชทัณฑ์ และเมื่อผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการราชทัณฑ์แล้ว จึงจะเสนอ รมว.ยุติธรรม รับทราบ ก่อนนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ และประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลบังคับใช้ตามขั้นตอนต่อไป

อนึ่ง ทีมข่าวอาชญากรรมเดลินิวส์ได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าวระดับสูงในกระทรวงยุติธรรมว่า รายละเอียดการกำหนดโทษขั้นต่ำของผู้ต้องขังโทษร้ายแรง โทษสูง จะอยู่ในส่วนที่เพิ่มเติมขึ้นมาใหม่ คือ ระยะเวลาเพื่อความปลอดภัยของสังคม โดยจะมีการนำเข้าที่ประชุมของคณะทำงานฯ หารือในวันจันทร์ที่ 24 ส.ค. นี้ ดังนี้

นักโทษเด็ดขาดที่ศาลได้มีคำพิพากษาให้ประหารชีวิต จะเลื่อนชั้นกรณีปกติ หรือเลื่อนชั้นกรณีมีเหตุพิเศษได้ ต้องเป็นนักโทษเด็ดขาดซึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำมาแล้วไม่น้อยกว่า 25 ปี นับแต่วันคดีถึงที่สุด

นักโทษเด็ดขาดที่ศาลได้มีคำพิพากษาให้ต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต จะเลื่อนชั้นกรณีปกติหรือเลื่อนชั้นกรณีมีเหตุพิเศษได้ ต้องเป็นนักโทษเด็ดขาดซึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำมาแล้วไม่น้อยกว่า 20 ปี นับแต่วันคดีถึงที่สุด

นักโทษเด็ดขาดชั้นต้องปรับปรุงมากตามข้อ 3(5) หรือที่เรียกว่านักโทษคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ หรือคดีที่เป็นที่สนใจของประชาชน ที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด ระบุมาตรา 91 แห่งประมวลกฎหมายอาญา (เมื่อปรากฏว่าผู้ใดได้กระทำการอันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ศาลลงโทษผู้นั้นทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป แต่ไม่ว่าจะมีการเพิ่มโทษ ลดโทษ หรือลดมาตราส่วนโทษด้วยหรือไม่ก็ตาม เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว โทษจำคุกทั้งสิ้นต้องไม่เกินกำหนด) จะเลื่อนชั้นได้ ดังต่อไปนี้

สำหรับมาตรา 91(1) หรือการกระทำความผิดที่โทษจำคุกทั้งสิ้นต้องไม่เกิน 10 ปี สำหรับกรณีความผิดกระทงที่หนักที่สุดมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่เกิน 3 ปีนั้น จะเลื่อนชั้นได้ต้องเป็นนักโทษเด็ดขาดซึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด

สำหรับมาตรา 91(2) หรือการกระทำความผิดที่โทษจำคุกทั้งสิ้นต้องไม่เกิน 20 ปี สำหรับกรณีความผิดกระทงที่หนักที่สุดมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 3 ปี แต่ไม่เกิน 10 ปีนั้น จะเลื่อนชั้นได้ต้องเป็นนักโทษเด็ดขาดซึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด

สำหรับมาตรา 91(3) หรือการกระทำความผิดที่โทษจำคุกทั้งสิ้นต้องไม่เกิน 50 ปี สำหรับกรณีความผิดกระทงที่หนักที่สุดมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 10 ปีขึ้นไป เว้นแต่กรณีที่ศาลลงโทษจำคุกตลอดชีวิตนั้น จะเลื่อนชั้นได้ต้องเป็นนักโทษเด็ดขาดซึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำมาแล้วไม่น้อยกว่า 20 ปี นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด.