สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2480 ณ กรุงออสโล ทรงเป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 7 และสมเด็จพระราชินีมาร์ธา พระองค์ทรงเป็นรัชทายาทพระองค์แรกในรอบเกือบ 570 ปี ที่เสด็จพระราชสมภพบนแผ่นดินนอร์เวย์ หลังราชวงศ์เดนมาร์กและสวีเดน เคยปกครองประเทศมาเป็นเวลาหลายศตวรรษ


เมื่อพระองค์ทรงมีพระชนมายุเพียง 3 พรรษา นอร์เวย์ถูกกองทัพนาซีเยอรมนี รุกรานในปี 2483 สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 7 และเจ้าชายโอลาฟ พระราชบิดา เสด็จฯ ลี้ภัยไปยังสหราชอาณาจักรเพื่อจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น ขณะที่เจ้าชายฮารัลด์ เสด็จฯ พร้อมพระราชชนนีและพระเชษฐภคินีไปประทับในสวีเดน ก่อนเสด็จฯ ต่อไปยังสหรัฐ พระองค์เคยประทับที่ทำเนียบขาวระยะหนึ่ง และใช้ชีวิตวัยเยาว์ที่เมืองเบเธสดา ในรัฐแมริแลนด์


ระหว่างประทับในสหรัฐ เจ้าชายฮารัลด์และพระราชวงศ์ทรงพบกับประธานาธิบดีแฟรงคลิน ดี. รูสเวลต์ ผู้นำสหรัฐในเวลานั้นหลายครั้ง เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองยุติลงในปี 2488 พระองค์เสด็จฯ กลับนอร์เวย์และทรงเข้าศึกษาในโรงเรียนของรัฐ แตกต่างจากพระราชบิดา ซึ่งทรงได้รับการศึกษาจากพระอาจารย์ส่วนพระองค์


เมื่อทรงเจริญพระชนมายุมากขึ้น ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในฐานะองค์รัชทายาท และทรงสนพระราชหฤทัยด้านกีฬา โดยเฉพาะกีฬาเรือใบ ทรงเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกหลายครั้ง และทรงเคยนำเรือเข้าแข่งขันจนคว้าแชมป์โลก ขณะเดียวกัน เจ้าชายฮารัลด์ ยังทรงสนพระราชหฤทัยด้านรถยนต์ และมักทรงขับรถยนต์ด้วยพระองค์เองในโอกาสที่ไม่เป็นทางการ

สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 และสมเด็จพระราชินีซอนยาแห่งนอร์เวย์


ในปี 2511 เจ้าชายฮารัลด์ทรงอภิเษกสมรสกับ น.ส.ซอนยา ฮารัลด์เซน หญิงสามัญชนชาวนอร์เวย์ หลังทรงคบหากันเป็นเวลาหลายปี การอภิเษกสมรสดังกล่าวถือเป็นการก้าวข้ามขนบธรรมเนียมของราชวงศ์ในยุคนั้น โดยทรงมีพระโอรสและพระธิดา 2 พระองค์ คือ เจ้าชายโฮกุน มกุฎราชกุมาร และเจ้าหญิงมาร์ธา หลุยส์


สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อปี 2534 หลังการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระราชาธิบดีโอลาฟที่ 5 และทรงดำรงตำแหน่งประมุขแห่งรัฐ โดยพระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์รวมจิตใจ และสัญลักษณ์แห่งความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของนอร์เวย์

สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 สมเด็จพระราชินีซอนยา เจ้าชายโฮกุน มกุฎราชกุมาร เจ้าหญิงเมตเต-มาริต มกุฎราชกุมารี เจ้าหญิงอิงกริด-อเล็กซานดรา และเจ้าชายสแวร์เรอ มักนุส เมื่อปี 2561


ตลอดระยะเวลา 35 ปีบนพระราชบัลลังก์ พระองค์ทรงนำแนวคิดสมัยใหม่มาปรับใช้กับสถาบันพระมหากษัตริย์ ทรงให้ความสำคัญกับความเปิดกว้างและความใกล้ชิดกับประชาชน รวมถึงทรงมีพระราชดำรัสสนับสนุนความหลากหลายและการอยู่ร่วมกันของผู้คนที่มีภูมิหลัง ความเชื่อ และอัตลักษณ์ทางเพศแตกต่างกัน


สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 ยังทรงมีบทบาทสำคัญในการปลอบประโลมประชาชนในช่วงเกิดเหตุโศกนาฏกรรม โดยเฉพาะเหตุโจมตีในกรุงออสโลและเกาะอูโตยา เมื่อปี 2554 ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 77 ราย พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสเรียกร้องให้ชาวนอร์เวย์ยืนหยัดร่วมกัน และทรงย้ำว่า “เสรีภาพแข็งแกร่งกว่าความหวาดกลัว”


เมื่อเกิดอุทกภัย พายุ หรือภัยพิบัติทางธรรมชาติ พระองค์มักเสด็จฯ ไปยังพื้นที่ประสบภัยเพื่อพบปะกับพสกนิกร โดยมีภาพที่สร้างความประทับใจแก่ประชาชนหลายครั้ง จากการเสด็จฯ ด้วยฉลองพระองค์ที่เรียบง่ายและรองพระบาทสำหรับลุยพื้นที่ เพื่อทรงรับฟังความเดือดร้อนของประชาชนอย่างใกล้ชิด


นอกจากนี้ สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 ยังทรงสนพระราชหฤทัยด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ และทรงมีพระราชปณิธานที่จะได้สัมผัสวิถีชีวิตของชนพื้นเมือง พระองค์ทรงเคยใช้ชีวิตในป่าแอมะซอนของบราซิลเป็นเวลา 4 วัน และประทับร่วมกับชาวพื้นเมืองยาโนมามิ

สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ และเจ้าชายโฮกุน มกุฎราชกุมาร เสด็จฯ ไปทรงเปิดนิทรรศการด้านการป้องกันประเทศ ที่กรุงออสโล เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2569


ในปี 2567 พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสว่าจะลดจำนวนพระราชกรณียกิจลงเพื่อให้เหมาะสมกับพระชนมพรรษา แต่ทรงยืนยันว่าจะไม่สละราชสมบัติ โดยทรงย้ำว่าพระราชสัตยาธิษฐานในฐานะพระมหากษัตริย์ เป็นพันธะที่ทรงมีตลอดพระชนมชีพ


สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 เสด็จสวรรคตอย่างสงบ ณ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยออสโล เมื่อเวลา 06.35 น. วันที่ 28 ส.ค. 2569 ตามเวลาท้องถิ่น (11.35 น. ตามเวลาในประเทศไทย) สิริพระชนมพรรษา 89 พรรษา หลังทรงครองสิริราชสมบัติยาวนาน 35 ปี ท่ามกลางความอาลัยของประชาชนชาวนอร์เวย์ โดยเจ้าชายโฮกุน มกุฎราชกุมาร ทรงสืบราชสมบัติต่อไป.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS, GETTY IMAGES