เมื่อวันที่ 27 ส.ค. ที่ชั้น 16 อาคารสันติพิทักษ์ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. หรือ “รองเต่า” เปิดเผยถึงกรณีการจับกุมตัว นายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือ “นายกเฮง” อดีต สส.พรรคเพื่อไทย ตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ในคดีถูกกล่าวหาว่าร่วมกับพวกแอบอ้างว่ามีโควตาและสามารถช่วยเหลือผู้สมัครให้สอบผ่านการบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่น โดยเรียกรับเงินจากผู้เสียหายรวม 650,000 บาท แต่สุดท้ายผู้เสียหายสอบไม่ผ่านและไม่ได้รับเงินคืน จึงเข้าแจ้งความดำเนินคดี

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เปิดเผยถึงที่มาในการจับกุมครั้งนี้ว่าเป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีในการสั่งการให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางและสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้ามาดำเนินการ หลังจากมีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสืบสวนสอบสวน โดยมีกองปราบปราม บก.ปปป. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการไปส่วนหนึ่งแล้ว

ในส่วนของการจับกุมผู้ต้องหานั้น ทาง ป.ป.ช. ได้ตั้งเจ้าหน้าที่ของกองปราบปราม ผู้การ ปปป. และพนักงานไต่สวนมาร่วมทำคดีนี้ โดยการจับกุมตัวนายประวิทย์ในวันนี้สืบเนื่องจากผู้เสียหายในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษได้มาร้องทุกข์แจ้งความให้ดำเนินคดี โดยสำนวนคดีทุจริตของเจ้าหน้าที่ในการสอบส่วนใหญ่อำนาจหน้าที่อยู่ที่ ป.ป.ช. ทั้งหมด แต่มีนโยบายว่าหากมีผู้มาร้องทุกข์แจ้งความในส่วนที่ล่าช้าหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถมาร้องที่กองปราบปรามหรือ ปปป. เพื่อดำเนินคดีเป็นเคสไปก่อนจะส่งให้ ป.ป.ช. นำไปรวมกับสำนวนใหญ่

“สำหรับพฤติการณ์จากการสืบสวนพบว่ามีนายหน้ากลุ่มนี้ร่วมกัน 22 คน โดยมีนางนวพร ซึ่งเป็นลูกน้องและคนคุ้นเคยทำหน้าที่ติดต่อชักชวน มีผู้เสียหายประมาณ 40 กว่าคน มีรายชื่ออยู่ในบัญชีที่สามารถสอบได้และอยู่ในบัญชีแก้ไขข้อสอบ 57 คน ซึ่งเป็นกลุ่มที่จ่ายเงินไปคนละประมาณ 650,000 บาท ส่วนผู้เสียหายที่สอบไม่ได้ได้มีการทวงถามกับนายประวิทย์ มีพฤติการณ์บ่ายเบี่ยงและไม่ยอมจ่ายเงินคืน ซึ่งผู้เสียหายประมาณ 40 กว่าคนนี้ได้ทยอยไปแจ้งความดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกงที่สถานีตำรวจต่าง ๆ ในจังหวัดศรีสะเกษ ส่วนการสอบปากคำนายประวิทย์ ให้การภาคเสธ และให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าว

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวถึงกลุ่มผู้ที่สอบได้ 57 คน ว่าจะต้องมีการเรียกตัวมาสอบปากคำเพื่อดูเจตนาว่าการที่เสียเงินและสอบได้นั้นเกิดจากความสามารถหรือมีการแก้ไขข้อสอบ เพราะบางคนอาจสอบได้เองหรือบางคนอาจมีการแก้ไขข้อสอบ ซึ่งต้องพิจารณาเป็นรายบุคคล

ส่วนบทบาทของนางนวพรนั้น ส่วนใหญ่จะรับหน้าเสื่อในการเก็บรวบรวมเงิน ทั้งสองคนจึงถูกแจ้งข้อหาร่วมกัน โดยพนักงานสอบสวนได้ข้อมูลเส้นทางการเงินที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี และยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องในชุดนี้เพิ่มเติมอย่างแน่นอน

ในประเด็นความเชื่อมโยงกับคดีของนายพิชิต ที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า มีความติดต่อเชื่อมโยงกัน แต่วันนี้ยังไม่ขอลงรายละเอียดในสำนวน และสำหรับการดำเนินคดีหลังจากนี้ เมื่อรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จสิ้นภายใน 30 วัน จะต้องส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. เพื่อนำไปรวมกับสำนวนใหญ่ พร้อมทั้งฝากถึงประชาชนให้เชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่าจะทำหน้าที่ด้วยความตรงไปตรงมา ไม่มีการกลั่นแกล้งทางการเมือง และจะขยายผลไปถึงตัวการใหญ่ในขบวนการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นให้ได้.