เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ที่ อาคารกระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เป็นประธานการประชุมหารือการดำเนินการกรณีผู้ต้องหาคดีสังหาร 2 พี่น้องชาวรัสเซีย และพ่อแม่ลูกชาวไทย 3 ราย โดยมี พล.ต.ท.สายเพชร ศรีสังข์ ที่ปรึกษา รมว.ยุติธรรม พ.ต.อ.อิทธิกร จิรัตนานนท์ เลขานุการ รมว.ยุติธรรม และคณะที่ปรึกษา ร่วมกับผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงยุติธรรม อาทิ พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ พร้อมด้วย นายวีรพันธ์ พวงเพ็ชร์ ผอ.สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดชลบุรี นายนำโชค สอนวงษา ผอ.กองอำนวยการเฝ้าระวังความปลอดภัยของสังคม กรมคุมประพฤติ น.ส.วิยดา จั่นทอง ผอ.กองทัณฑปฏิบัติ กรมราชทัณฑ์ เข้าร่วมประชุม
โดย พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เปิดเผยว่า จากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมดำเนินคดีนายฑณา เกิดทอง หรือป๋อง กับพวกรวม 4 คน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมสองพี่น้องชาวรัสเซีย ก่อนนำศพไปฝังอำพรางในพื้นที่ป่ามะพร้าว ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ต่อมาได้ขยายผลจนนำไปสู่การพบศพพ่อแม่ลูกชาวไทย 3 ราย ที่ถูกฝังอำพรางในบริเวณใกล้เคียง โดยที่ประชุมวันนี้ได้หารือถึงแนวทางการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงยุติธรรม ทั้งในส่วนของผู้ต้องหาเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย การเยียวยาครอบครัวผู้เสียหาย และการเฝ้าติดตามพฤติกรรมผู้พ้นโทษในคดีต่าง ๆ โดยข้อมูลจากกรมราชทัณฑ์ พบว่า ผู้ต้องหา 2 ราย คือ นายฑณา เกิดทอง และนายธงชัย ศรีนิล เป็นอดีตผู้ต้องขังที่ได้รับการควบคุมตัวตามคำพิพากษาของศาลอย่างเคร่งครัด และพ้นโทษตามกำหนดหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว และผู้ต้องขังดังกล่าวมิได้รับสิทธิประโยชน์ใดเป็นกรณีพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการพระราชทานอภัยโทษ การพักการลงโทษหรือการลดวันต้องโทษแต่อย่างใด อีกทั้งมิได้ปล่อยปละละเลยหรือยุติบทบาทในการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ อย่างไรก็ตาม กระทรวงยุติธรรมพร้อมที่จะประสานข้อมูลพฤติกรรมเชิงลึกร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี และร่วมกันอุดช่องว่างเพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างเต็มที่

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้สั่งการให้กรมคุมประพฤติ ดำเนินการทบทวนและคัดกรองผู้ที่อยู่ในกลุ่มเฝ้าระวังตามมาตรการ JSOC (พ.ร.บ.มาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำฯ) ประมาณ 5,000 ราย ทั่วประเทศ เพื่อจำแนกผู้ที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีพฤติการณ์ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสังคม ให้เป็นบุคคลที่ต้องเฝ้าระวังเป็นกรณีพิเศษ โดยกำหนดมาตรการระดับพื้นที่ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยอย่างใกล้ชิด ในรูปแบบคณะทำงาน เพื่อขับเคลื่อนกลไกเฝ้าระวังผู้กระทำความผิดภายหลังพ้นโทษในระดับพื้นที่ เพื่อป้องกันการกระทำความผิดซ้ำและลดความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุร้าย
ทั้งนี้ ภายหลังการประชุม “กัน จอมพลัง” ได้นำผู้เสียหายกรณีพ่อแม่ลูกชาวไทย เข้าพบ พล.ต.ท.รุทธพล รมว.ยุติธรรม โดย พล.ต.ท.รุทธพล ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย ซึ่งในส่วนของกระทรวงยุติธรรม จะดำเนินการตามกรอบกฎหมายอย่างเต็มที่ ขณะที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จะเร่งดำเนินการเยียวยาครอบครัวผู้เสียหายทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติตาม พ.ร.บ ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559) โดยด่วนที่สุด.



