แม้ว่าไวรัสยังแพร่ระบาดอยู่ในประเทศ แต่จีนเปิดพรมแดนอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวของรัฐบาลปักกิ่งที่สัญญาว่าจะปล่อยให้นักท่องเที่ยวเดินทางออกนอกประเทศ หลังมีการควบคุมอย่างเข้มงวดมาตลอด 3 ปี
ขณะที่ ออสเตรเลีย, สหราชอาณาจักร, อินเดีย, ญี่ปุ่น และสหรัฐ อยู่ในกลุ่มประเทศที่ต้องการผลตรวจโควิด-19 เป็นลบ จากชาวจีนที่เดินทางเข้าประเทศ แต่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น กัมพูชา, อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ กลับไม่ต้องการสิ่งเหล่านั้นเลย ยกเว้นการตรวจหาเชื้อไวรัสในน้ำเสียบนเครื่องบินของมาเลเซียและไทย
China reopens borders in final farewell to zero-COVID https://t.co/NvwxEXk0n7 pic.twitter.com/zeaXjvJw7N
— Reuters (@Reuters) January 8, 2023
อันที่จริง ความสนใจของชาวจีนที่มีต่อภูมิภาคนี้เพิ่มสูง ก่อนที่จะมีข่าวของการไม่ต้องตรวจหาโควิดอยู่แล้ว โดยผลสำรวจที่เผยแพร่ในเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา ของผู้จัดการแสดงการค้า “ไอทีบี ไชน่า” เผยให้เห็นว่า บริษัทนำเที่ยวของจีนมากถึง 76% จัดให้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้น ๆ เมื่อมีการอนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศอีกครั้ง
There are concerns in China that the first 40-day period of Lunar New Year travel since 2020 without restrictions could cause a surge in COVID cases in rural areas https://t.co/36nkTkota6 pic.twitter.com/uEMhi23XEm
— Reuters (@Reuters) January 8, 2023
ในปี 2562 ชาวจีนราว 155 ล้านคนเดินทางไปต่างประเทศ และใช้เงินรวมกันประมาณ 254,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8.7 ล้านล้านบาท) หรือใกล้เคียงกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของเวียดนาม ซึ่งนักวิจัยหลายคนคาดการณ์ถึง “การฟื้นตัวอย่างมีความหมาย” ในการท่องเที่ยวจำนวนมาก ที่จะเริ่มในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2566
สำหรับเวียดนาม เกือบ 1 ใน 3 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 18 ล้านคนในปี 2562 มาจากจีน ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังสิงคโปร์ เป็นชาวจีนในสัดส่วนประมาณ 1 ใน 5 และใช้จ่ายเงินรวมกันราว 900 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 23,000 ล้านบาท)
ยิ่งไปกว่านั้น ไทยยังคาดว่าจะต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวจีนราว 5 ล้านคนในปีนี้ หรือประมาณครึ่งหนึ่งของจำนวนนักท่องเที่ยวในปี 2562 ส่วนประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามาประมาณ 1.5-2 ล้านคน เมื่อเทียบกับตัวเลข 3 ล้านคนในช่วงก่อนการระบาดใหญ่
Southeast Asia's tourist economies are set to be leading beneficiaries of China's scrapping of travel bans, as they have steered clear of the COVID tests before entry that many other nations have imposed on Chinese visitors https://t.co/Bmp5rCKzKB pic.twitter.com/0QM52K7GiX
— Reuters (@Reuters) January 6, 2023
อนึ่ง รัฐบาลของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มองข้ามความกังวลด้านสุขภาพที่มีในประเทศอื่น ๆ ดังเช่นสหรัฐที่กังวลเกี่ยวกับข้อมูลที่ไม่เพียงพอ และความกลัวว่าผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นในจีนอาจก่อให้เกิดไวรัสสายพันธุ์ใหม่ได้
สิงคโปร์ กล่าวว่า มีภูมิคุ้มกันในหมู่ประชาชนสูง เนื่องจากมีคนในประเทศติดเชื้อประมาณ 40% และได้รับวัคซีนแล้วถึง 83% อีกทั้งประเทศยังเสริมศักยภาพด้านดูแลสุขภาพด้วยเช่นกัน
ด้านสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวว่า “ไม่ว่าประเทศอื่นต้องการจะทำอะไร มันเป็นสิทธิของพวกเขา แต่สำหรับกัมพูชา มันคือคำเชิญชวนชาวจีน ให้นักท่องเที่ยวชาวจีนมายังกัมพูชา”.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : REUTERS



