ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทำพิธีรับหนังสือบทเจริญพระพุทธมนต์ 200 เล่ม เพื่อนำไปถวายให้คณะสงฆ์ในจังหวัด

วันที่ 31 มกราคม 2566 เวลา 08.00 น. นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีรับหนังสือบทเจริญพระพุทธมนต์ จำนวน 200 เล่ม ณ ห้องโถง ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี คณะรองผู้ว่าราชการ หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่เข้าร่วมพิธีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศตรี สุพิชัย สุนทรบุระ รองเลขาธิการพระราชวัง เป็นผู้เชิญหนังสือบทเจริญพระพุทธมนต์ จำนวน 15,200 เล่ม มอบให้แก่ปลัดกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2566 เพื่อส่งมอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนำไปถวายวัดในจังหวัด เพื่อเป็นบทสวดสาธยายเป็นพระราชกุศล ถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร และทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง ในเร็ววันซึ่งกระทรวงมหาดไทย ได้ส่งหนังสือบทเจริญพระพุทธมนต์ดังกล่าวให้จังหวัด จำนวน 200 เล่ม เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชิญไปถวายวัดภายในจังหวัด สำหรับพระภิกษุสงฆ์และพุทธศาสนิกชนใช้เป็นบทเจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศลเพื่อถวายพระพรแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรและทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง ในเร็ววันต่อไป

สำหรับหนังสือบทเจริญพระพุทธมนต์ฯ พระราชทานฉบับนี้ หน้าปกเป็นภาพวาดฝีพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ล้อมรอบด้วยกรอบรูปหัวใจสีเหลืองและสีฟ้า อยู่ด้านบนปก เหนือพระปรมาภิไธย วปร. ช่วงกลางหน้าปก เป็นข้อความ “บทเจริญพระพุทธมนต์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้จัดรวบรวม และจัดพิมพ์ เพื่อสวดสาธยายเป็นพระกุศลถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2565” (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

พ่อเมืองกรุงเก่า เป็นประธานออกรางวัลใหญ่ “รถยนต์ Toyota fortuner” สลากกาชาดการกุศล ในงาน “ยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก” คืนสุดท้าย

ค่ำวันนี้ (29 มกราคม 2566) เวลา 21.30 น. นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นางวัชราภรณ์ รุ่งสาคร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในการหมุนวงล้อออกรางวัลสลากกาชาดการกุศล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประจำปี 2565 ณ เวทีกลาง ในงาน “ยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก” เพื่อเป็นการหารายได้ไว้ใช้ในกิจการของเหล่ากาชาดการกุศล เช่น การช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยพิบัติ ด้านสังคมสงเคราะห์ ด้านการส่งเสริมสุขภาพอนามัย การพัฒนาคุณภาพชีวิต การบริการด้านโลหิต ดวงตา และอวัยวะ การสนับสนุนส่งเสริมกิจกรรมกาชาด และกิจการต่างๆ ของเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีคณะรองผู้ว่าราชการจังหวัด คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สื่อมวลชน ประชาชนชาวพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดใกล้เคียง ร่วมเป็นสักขีพยาน

โดยสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้จัดทำสลากกาชาดการกุศล ประจำปี 2565 จำนวน 100,000 ฉบับ ฉบับละ 100 บาท โดยกำหนดรางวัลสลาก รางวัลที่ 1-4 รวม 27 รางวัล และรางวัลเลขท้าย 3 ตัว อีก 200 รางวัล รวมทั้งสิ้น 227 รางวัล เพื่อมอบโชคให้แก่ผู้โชคดี (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

ลพบุรีแถลงข่าวงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ส่งเสริมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และสืบสานวัฒนธรรมไทย

นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย นางกฤษณา สิทธิราช วัฒนธรรมจังหวัดลพบุรี และนายปีติวัชร์ กล่ำนาค ผู้แทนชมรมอนุรักษ์โบราณวัตถุสถานและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลพบุรี ร่วมแถลงข่าวการจัดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประจำปี 2566 ณ พระนารายณ์ราชนิเวศน์ อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี

ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี กล่าวถึงการจัดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ว่า วัตถุประสงค์หลักเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาผู้ทรงวางรากฐาน และสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่เมืองลพบุรี หรือจังหวัดลพบุรีในปัจจุบัน อีกทั้งสืบสานอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น ส่งเสริมการศึกษาเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดลพบุรี

ในปี 2566 กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 10-19 กุมภาพันธ์ 2566 ณ พระนารายณ์ราชนิเวศน์และโบราณสถานใกล้เคียง โดยมีกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การเสวนาทางวิชาการความรู้ด้านประวัติศาสตร์สมัยแผ่นดินสมเด็จ พระนารายณ์มหาราช การจัดแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช การรำบวงสรวง การแสดงประวัติศาสตร์จินตนาการ ณ สถานที่จริง กิจกรรมที่บ้านหลวงรับราชทูต สวนนารายณ์นฤมิตในเขตพระราชฐานชั้นใน กิจกรรมสวดมนต์ยามเย็นและการประชันกลอดสด ที่โบราณสถานวัดปืน กิจกรรมแต่งไทยไหว้พระเสริมบารมี ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP ตลาดย้อนยุค การแสดงละครลิง การแสดงหมากรุกคน และลานวัฒนธรรม ลานวิถีไทย การแสดง บนเวทีกลางตลอด 10 คืน ซึ่งกำหนดพิธีเปิดงาน ในวันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2566 จะมีขบวนแห่ประวัติศาสตร์ที่แสดงถึงขนบธรรมเนียมในราชสำนักสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชอย่างยิ่งใหญ่ มีผู้ร่วมขบวนกว่า 1 พันคน และตลอดช่วงการจัดงาน จะมีการประดับไฟและตกแต่งสวนดอกไม้ตามโบราณสถานต่าง ๆ อย่างสวยงาม อาทิ พระที่นั่งสุทธาสวรรย์ ภายในพระนารายณ์ราชนิเวศน์ เทวสถานปรางค์แขก เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชมและแต่งชุดไทย “นุ่งโจง ห่มสไบ”มาถ่ายภาพเป็นที่ระลึก และในช่วงนี้จนถึงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นช่วงเวลาที่ชาวลพบุรีแต่งกายชุดไทย “นุ่งโจง ห่มสไบ แต่งไทย ทั้งเมือง” เพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศและเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมงานฯ ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ (กฤษณพงศ์ อยู่รอด ธนพล อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี)

ผู้ว่าฯ อยุธยา เป็นประธานเปิดงานเดินแบบผ้าไทย “รักษ์ผ้าไทยสานสายใยวัฒนธรรม” และ “ลานวัฒนธรรม” ในงาน “ยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก”

ช่วงค่ำวันนี้ 25 มกราคม 2566 นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นางวัชราภรณ์ รุ่งสาคร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดฯ เป็นประธานเปิดงาน “รักษ์ผ้าไทยสานสายใยวัฒนธรรม ” และ “ลานวัฒนธรรม” ภายในงาน “ยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก” ประจำปี 2565 โดยสภาวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดขึ้นเพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงให้การทอผ้าอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมี นางนลินี ด่านชัยวิจิตร รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดฯ นางสุณิสา โกศินานนท์ รักษาการแทนวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แขกผู้มีเกียรติร่วมเดินแบบผ้าไทย อาทิเช่น รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการและเอกชน และสื่อมวลชน เข้าร่วมงาน ณ ลานวัฒนธรรม บริเวณหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง)

นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นกิจกรรมที่ดีมีประโยชน์ ประเทศไทยมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม และดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมด้วยความสงบสุข โดยมีวัฒนธรรมเป็นตัวยึดโยงระบบคุณค่า ความเชื่อทางศาสนา การทำมาหากินที่สอดคล้องกับธรรมชาติ มีผู้รู้ นักปราชญ์และผู้สูงอายุ ที่สามารถถ่ายทอดประสบการณ์ไปสู่คนรุ่นใหม่ อันเป็นการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีให้คงอยู่ต่อไป และผ้าไทยเป็นผ้าที่ผลิตขึ้นในประเทศไทย มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น มีชื่อเสียง เป็นที่ยอมรับทั่วโลก ปัจจุบันผ้าไทยเป็นสินค้าส่งออกให้ชาวต่างชาติได้เห็นถึงความวิจิตรงดงาม เป็นการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ อีกทั้ง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงให้การทอผ้าอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในฐานะที่เราเป็นคนไทยควรที่จะต้องอนุรักษ์การใช้ผ้าไทยไว้ เพื่อสนองพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตลอดจนเป็นการส่งเสริมชาวบ้านที่มีอาชีพทอผ้าให้มีรายได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย (เผอิญ วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

ชัยนาท จัดแถลงข่าวเตรียมความพร้อมการจัดงานมหกรรมหุ่นฟางนก และของดีศรีท้องถิ่นจังหวัดชัยนาท ประจำปี 2566 ครั้งที่ 38

วันที่ 26 มกราคม 2566 เวลา 16.30 น. ที่ บริเวณสวนแสดงหุ่นฟางนก สวนนกชัยนาท อำเภอเมืองชัยนาท จังหวัดชัยนาท นายนที มนตริวัต ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เป็นประธานจัดแถลงข่าวเตรียมความพร้อมการจัดงานมหกรรมหุ่นฟางนก และของดีศรีท้องถิ่นจังหวัดชัยนาท ประจำปี 2566 ครั้งที่ 38 โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดชัยนาท ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และสื่อมวลชน เข้าร่วมการแถลงข่าวๆ

การจัดงานมหกรรมหุ่นฟางนกและของดีศรีท้องถิ่นจังหวัดชัยนาท ครั้งที่ 38 กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 2-12 กุมภาพันธ์ 2566 ณ บริเวณสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ และเขื่อนเรียงหิน หน้าศาลากลางจังหวัดชัยนาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสืบสานประเพณี วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น สนับสนุนและส่งเสริมการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนและท้องถิ่น (OTOP) ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร และส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดชัยนาท รวมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชัยนาทมากขึ้น

กิจกรรมภายในงาน พบกับการประกวดขบวนแห่วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของอำเภอทั้ง 8 อำเภอ การแสดงศิลปวัฒนธรรม สักการะศาลหลักเมือง นมัสการรูปหล่อหลวงปู่สุข การประกวดหุ่นฟางนกไฮเทค การประกวดหุ่นฟางนกสวยงาม การประกวดโมบายนก การประกวดวาดภาพระบายสี และการประกวดภาพถ่าย ชมหุ่นฟางนกไฮเทค หุ่นฟางนกสวยงาม โมบายนก แสง สี เสียง ท่ามกลางบรรยากาศสวนป่าสวยงาม บริเวณสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ จุดนั่งพักผ่อน และมุมถ่ายภาพสำหรับนักท่องเที่ยว การจำหน่ายสลากกาชาด และร่วมสนุกชิงโชคกับร้านสกุณากาชาด การจัดจำหน่ายสินค้าของศรีท้องถิ่นจังหวัดชัยนาท สินค้าโอทอป-นวัตวิถี สินค้าเกษตร สินค้าราคาถูก นิทรรศการ และศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน ชิมอาหารพื้นถิ่นชัยนาท, นิทรรศการส่วนราชการ, และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย สำหรับปีนี้ ได้จัดให้มีการประกวดร้องเพลง “รำวงมหาดไทยเพื่อคนไทย” ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 ณ เวทีกลาง โดยทีมชนะเลิศจะได้เป็นตัวแทนจังหวัดชัยนาทด้วย

ทั้งนี้ จังหวัดชัยนาท อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก ตลอดเวลาที่ผ่านมา จึงมีนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ มุ่งหน้าเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวทั้งแบบเช้าไป-เย็นกลับ และพักแรมแคมป์ปิ้ง เพื่อเยี่ยมชมสถานที่งเที่ยวต่างๆ ในจังหวัดชัยนาทได้อย่างใจ เช่น วัด โบราณสถาน เขื่อนเจ้าพระยา สวนส้ม (พันธุ์แตงกวาชัยนาท) สวนนกชัยนาท ชุมชนวัฒนธรรม แหล่งผลิตผลิตภัณฑ์ชุมชน และจุดเช็กอินต่าง ๆ ถึงแม้จังหวัดชัยนาท จะเป็นจังหวัดที่ไม่ใหญ่นัก แต่ชัยนาท…ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งธรรม เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ ตลอดจนโบราณสถานอันล้ำค่า และวิถีชีวิตขุมชนที่เรียบง่าย ภายใต้วัฒนธรรมท้องถิ่นที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ซึ่งนักท่องเที่ยวและผู้ที่มีโอกาสได้มาสัมผัสชัยนาท จะหลงใหลเมืองเล็กๆ แห่งนี้อย่างไม่รู้ลืม (ข้อมูล ส.ปชส.ชัยนาท / ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เปิดงานวันคนพิการสากลจังหวัดชัยนาท ประจำปี 2566

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สุวรรณา ริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท อำเภอเมืองชัยนาท จังหวัดชัยนาท นายนที มนตริวัต ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เป็นประธานในพิธีงานวันคนพิการสากลจังหวัดชัยนาท ประจำปี 2566 โดยมีส่วนราชการ ประชาชนผู้พิการ เข้าร่วมกิจกรรม

นางสาวดรุณี มนัสวานิช พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชัยนาท กล่าวว่า ตามที่องค์การสหประชาชาติ ได้ประกาศให้วันที่ 3 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันคนพิการสากล ประเทศไทยในฐานะประเทศสมาชิก ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองมาโดยตลอด เพื่อส่งเสริมความเข้าใจของสังคมเกี่ยวกับคนพิการ และให้โอกาสคนพิการได้มีส่วนร่วมในทุกกิจกรรมของสังคมอย่างสร้างสรรค์ เป็นธรรมและเสมอภาคกับคนทั่วไปรัฐบาลให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมสิทธิ โอกาส และความเสมอภาคอย่างเท่าเทียมของคนพิการ

สำหรับการจัดงานวันคนพิการสากลจังหวัดชัยนาท ประจำปี 2566 ในครั้งนี้กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การกล่าวสัมโมทนียกถา โดย พระสุธีวราภรณ์เจ้าคณะจังหวัดชัยนาท การฉายวีดิทัศน์ คำปราศรัยนายกรัฐมนตรี การแสดงของนักเรียนจากศูนย์การศึกษาพิเศษ การมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดี แก่คนพิการต้นแบบประจำปี 2566 การมอบโล่เกียรติคุณ แก่ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ที่สนับสนุนงานคนพิการดีเด่น สถานประกอบการ/หน่วยงานภาคเอกชนที่จ้างงานคนพิการดีเด่น ศูนย์บริการคนพิการทั่วไปดีเด่น สถานที่ที่เป็นมิตรสำหรับคนพิการและทุกคน และการมอบกายอุปกรณ์สำหรับคนพิการ รถวีลแชร์ จำนวน 7 ราย การมอบป้ายโครงการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยสำหรับผู้พิการ การจัดนิทรรศการของส่วนราชการ องค์กร และการจับสลากของขวัญมอบความสุขให้แก่คนพิการที่มาร่วมงาน (สุรพล บำรุงศรี – วรชล ฟักขาว / ชัยนาท)

อุทัยธานี จัดโครงการ “หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” ครั้งที่ 1 ประจำปี 2566

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี พร้อมด้วย นายอลงกต วรกี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี นำส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเยี่ยมให้กำลังใจ ครัวเรือนยากจน จปฐ/TPMPA ของนายสำราย บุญศรี อยู่บ้านเลขที่ 333 หมู่ 7 ตำบลลานสัก อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี และเปิดโครงการ ”หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” ณ โรงเรียนบ้านร่องตาที บ้านร่องตาที่ หมู่ 6 ตำบลลานสัก อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี

โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ได้มอบทุนอุปการะเด็ก กองทุนพัฒนาเด็กชนบทในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 10 ทุน มอบเครื่องอุปโภค บริโภค แก่ผู้ประสบสาธารณภัย ผู้ยากไร้ และผู้สูงอายุ จำนวน 80 ถุง ต่อจากนั้นเป็นประธานเปิดกิจกรรมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ช่วยเหลือในด้านการรักษาพยาบาล ทันตกรรม ป้องกันโรค ส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพของประชาชนในท้องถิ่นทุรกันดารและห่างไกล และตรวจเยี่ยมการออกหน่วยให้บริการประชาชน ของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ที่นำงานในหน้าที่ ออกให้บริการแก่ประชาชนถึงในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่ดี และสะดวกรวดเร็ว

ทั้งนี้ จังหวัดอุทัยธานี จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้นเพื่อให้การทำงานมีลักษณะเป็นไปในเชิงรุก โดยให้ส่วนราชการระดับจังหวัดนำงานบริการต่าง ๆ มาบริการถึงพื้นที่ รวมทั้งได้ประสานความร่วมมือกับ ส่วนราชการของอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในการรับทราบปัญหา อุปสรรค ความเดือดร้อน ความต้องการของประชาชนเพื่อที่จะให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องสามารถช่วยเหลือได้ตรงตามความต้องการของประชาชน (ชนม์สวัสดิ์ ทองโพธิ์งาม / อุทัยธานี)

ผู้ว่าฯ สระบุรี จัดการประชุมกรรมการจังหวัด เน้นย้ำข้าราชการให้วางตัวเป็นกลางทางการเมือง

ที่ห้องประชุมพระพุทธบาท ศาลากลางจังหวัดสระบุรี นายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ประชุมคณะกรมการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการและหัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจประจำจังหวัดสระบุรี มีการสรุปผลงานในรอบเดือนมกราคม 2566 แนะนำหัวหน้าส่วนราชการที่ได้รับการแต่งตั้งให้มาปฏิบัติหน้าที่ใหม่ รายงานผลการดำเนินงานของส่วนราชการในจังหวัด

นางวันทนา ดำธรรม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสระบุรี ได้รายงานรายได้จากการจำหน่ายสลากกาชาด เป็นจำนวนเงิน 5.7 ล้านบาท การออกร้านมัจฉากาชาด 1.68 ล้านบาท และการจัดกิจกรรมเดินแบบผ้าไทยของ ชมรมแม่บ้านมหาดไทย ในงานของดีและงานกาชาดจังหวัดสระบุรี มีรายได้ 642,200 บาท ได้มอบจักรยานให้กับนักเรียนในการออกโครงการบำบัดทุกข์บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชนที่อำเภอเสาไห้ จำนวน 10 คัน สงเคราะห์ผู้ป่วย 2 ราย

ด้านหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด รายงานการช่วยเหลือจ่ายเงินให้ผู้ประสบอุทกภัยช่วงหน้าฝน จำนวน 6,490 ครัวเรือน เป็นเงิน 34,886,000 บาท ผู้ที่ผูกพร้อมเพย์กับธนาคารออมสินคาดว่าจะได้รับเงินโอนเข้าบัญชีราวปลายสัปดาห์นี้ ส่วนธนาคารอื่นอาจช้าไปอีกประมาณ 3-4 วัน

ด้านสภาเกษตรกรจังหวัดสระบุรี แจ้งว่า จะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตร ขึ้นใหม่ ในวันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม 2566 เวลา 08.00-17.00 น. โดยผู้สมัครต้องเป็นเกษตรกร สัญชาติไทย อายุ 25 ปีขึ้นไป ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งต้องเป็นเกษตรกรที่มีบัญชีรายชื่อเกษตรกร มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป

โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ได้ฝากเน้นย้ำให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องช่วยกันดูแลเรื่องของปัญหาฝุ่นละออง ให้ดำเนินการตามภารกิจหน้าที่ที่รับผิดชอบ นอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำว่า ช่วงนี้เข้าใกล้สู่ช่วงการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ข้าราชการทุกคนวางตัวให้เป็นกลางทางการเมืองเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะตามมาภายหลัง (สมนึก สุขีรัตน์ / สระบุรี)

ผู้ว่าฯ อยุธยา ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนให้กำลังใจมอบเครื่องอุปโภค-บริโภค ให้กับผู้ป่วยในพระบรมราชานุเคราะห์ฯ นักเรียนทุนฯ และกลุ่มเปราะบาง ในพื้นที่อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

วันที่ 31 มกราคม 2566 เวลา 11.00 น. นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนให้กำลังใจมอบเครื่องอุปโภค-บริโภค ให้กับผู้ป่วยในพระบรมราชานุเคราะห์ฯ นักเรียนทุนฯ และกลุ่มเปราะบาง เพื่อติดตามวางแผนการช่วยเหลือดูแลอย่างต่อเนื่อง ในพื้นที่อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี นายอดิเรก อุ่นโอสถ นายอำเภอลาดบัวหลวง นางสาวนฤมล พงษ์สุภาพ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายธวัชชัย นิมา ประธานชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด สมาชิกแม่บ้านมหาดไทย ร่วมกับผู้นำศาสนา ภาคประชาชน ภาคเอกชน ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมเยียน เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและติดตามความคืบหน้าในการดูแลให้ความช่วยเหลือในกลุ่มผู้ป่วยในพระบรมราชานุเคราะห์ฯ นักเรียนทุนฯ และกลุ่มเปราะบาง ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อย่างต่อเนื่องต่อไปอีกด้วย (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

บจก. สระบุรีพัฒนาเมือง ลงนาม MOU กับภาครัฐ/เอกชน โครงการวิจัยศึกษายกระดับ สระบุรีสู่มาตรการส่งเสริมการลงทุน “อุตสาหกรรมความมั่นคงทางอาหาร” หรือ ”หุบเขาอาหาร” ของประเทศไทย

เมื่อบ่าย วันที่ 30 มกราคม 2566 ณ ห้องประชุม ศ.ดร.บุญรอด บิณฑสันต์ อาคารสระบุรี 4 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี จัดให้มีการประชุมรับฟังความคิดเห็น และร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ MOU เรื่องการขับเคลื่อน โครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนและการยกระดับพื้นที่ จังหวัดสระบุรีสู่การสร้างมาตรการส่งเสริมการลงทุน “อุตสาหกรรมความมั่นคงทางอาหาร” หรือ “หุบเขาอาหาร” ของประเทศไทย ระหว่าง จังหวัดสระบุรี, บริษัท สระบุรีพัฒนาเมือง จำกัด, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สภาอุตสาหกรรม จังหวัดสระบุรี, สมาคมธนาคาร จังหวัดสระบุรี, และ หอการค้า จังหวัดสระบุรี

โดย นายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการ จังหวัดสระบุรี เป็นประธาน นายนพดล ธรรมวิวัฒน์ (บริษัทสระบุรี พัฒนาเมือง จำกัด) หัวหน้าโครงการวิจัยฯฯ นายเอกชัย สัตยานุกูล (ที่ปรึกษาโครงการฯ)คณะกรรมการดำเนินการ หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เจ้าของผู้ประกอบการ บริษัท ห้างร้านภาคเอกชน ให้ความสนใจร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก ในโอกาสนี้ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ดร.นรินทร์ หิรัญสุทธิกุล รองอธิการบดี ด้านการติดตามและประเมินผล ยุทธศาสตร์ แผน การงบประมาณ และสุขภาวะ คณะผู้บริหารจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้เกียรติบรรยายพิเศษและเป็น (สักขีพยาน) ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญด้านผังเมือง/ด้านเศรษฐศาสตร์/ด้านกฎหมาย ร่วมบรรยายในแต่ละสาขา พร้อมตอบข้อซักถาม และรับฟังความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมประชุม ซึ่งส่วนใหญ่มีความกังวล/ห่วงใย และฝากให้มีการแก้ไข-ป้องกันมลพิษที่จะเกิดกับสิ่งแวดล้อมใน จังหวัดสระบุรี

นายนพดล ธรรมวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการวิจัยฯ เปิดเผย ที่มาและความสำคัญของ “โครงการ วิจัยการศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนและการยกระดับพื้นที่ จังหวัดสระบุรี สู่การสร้างมาตรการส่งเสริมการลงทุน “อุตสาหกรรมความมั่นคงทางอาหาร” หรือ ”หุบเขาอาหาร” ของประเทศไทย ว่า ด้วยความพร้อมและศักยภาพ (แหล่งผลิต+วัตถุดิบ) ภาคเกษตร/อุตสาหกรรม/ปศุสัตว์ รวมถึงการคมนาคมของจังหวัดสระบุรี หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ได้ให้การสนับสนุนทุนวิจัยกับ บริษัท สระบุรีพัฒนาเมือง จำกัด (saraburi Development-SBCD) ดำเนินโครงการวิจัย การศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนยกระดับพื้นที่ จังหวัดสระบุรี สู่การสร้างมาตรการส่งเสริมการลงทุน “อุตสาหกรรมความมั่นคงทางอาหาร” หรือ “หุบเขาอาหาร” ของประเทศไทย ร่วมกับศูนย์สร้างเสริมสุขภาวะเมือง (Healthy Space forum) เข้ามาร่วมวิจัยในด้านการวางผังเมือง ด้านอุตสาหกรรม ด้านเศรษฐศาสตร์การลงทุน และด้านกฎหมาย (วิรัตน์ เดชะวราฤทธิ์ / สระบุรี)

ป.ป.ช.อยุธยา ลงพื้นที่ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา สังเกตการณ์โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ หลังจากได้รับงบประมาณจากภาคเอกชน

วันที่ 27 มกราคม 2566 ที่ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยสมาชิกชมรม STRONG-จิตพอเพียงต้านทุจริตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยการนำของ นายพงศกร มงคลหมู่ ประธานชมรม STRONG-จิตพอเพียงต้านทุจริตฯ สังเกตการณ์โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์หลังจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้รับงบประมาณจากบริษัท ปตท.จำกัด มหาชน ขณะที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีนายประพันธ์ ตรีบุปผา ปลัดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นหัวหน้าคณะรายงานรายละเอียด

นายประพันธ์ ตรีบุปผา กล่าวว่า ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์ฯ อยู่ภายใต้การดูแลของปกครองจังหวัด ซึ่งมีงบประมาณไม่เพียงพอในการบริหารจัดการ จึงขอรับการสนับสนุนจาก บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) จำนวน 1.5 ล้านบาท มาบริหารจัดการ  โดยสร้างจุดไฮไลต์ให้เป็นที่น่าสนใจกับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เบื้องต้นได้ใช้งบบางส่วนนำปลาคาร์พ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์วันเด็กของประเทศญี่ปุ่น มาเลี้ยงไว้ในบ่อน้ำบริเวณหน้าศูนย์ฯ พร้อมประดับไฟบริเวณน้ำพุให้มีสีสันยามค่ำคืน และการทดลองทำร้านกาแฟมาให้บริการ รวมถึง การทดลองจำหน่ายสินค้า Cafe OTOP Trader เป็นจุดศูนย์กลางจำหน่ายสินค้า OTOP เพื่อส่งเสริมอาหารและผลิตภัณฑ์ของท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นไปตามกิจกรรมของ ป.ป.ช. “จับตามองและแจ้งเบาะแส (Watch & Voice)” ครั้งที่ 3 

ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ฝากถึงการบริหารจัดการศูนย์ฯ โดยเฉพาะการประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จัก และการดำเนินกิจการ ควรทำประชาคมเชิญชวนประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของจังหวัดและเชิดชูประวัติศาสตร์ของกรุงศรีอยุธยาไปพร้อมๆ กัน (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

พัฒนาฝีมือแรงงานสิงห์บุรี จัดสัมมนาโครงการสัมมนาสิทธิประโยชน์จากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ปี 66

วันอังคารที่ 31 มกราคม 2566 เวลา 10.00 น. นายพิสนธิ์ ขำขุด ผู้อำนวยการพัฒนาฝีมือแรงงานสิงห์บุรี เป็นประธานเปิดการสัมมนาโครงการสัมมนาสิทธิประโยชน์จากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานภายใต้พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ณ ภัตตาคารไพบูลย์ไก่ย่าง โดยสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานสิงห์บุรี ดำเนินการจัดสัมมนาครั้งนี้ใช้ระยะเวลาจำนวน 6 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. มีสถานประกอบกิจการและผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรีเข้าร่วมสัมมนา จำนวน 30 ท่าน และบรรยายโดยวิทยากรที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์สูง

ทั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ชี้แจงการดำเนินงานของกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานและสิทธิประโยชน์จากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานในการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาฝีมือแรงงาน แรงงาน ได้แก่ การให้เงินกู้ยืมและการให้เงินช่วยเหลืออุดหนุน และชึ้แจงหลักเกณฑ์การยื่นแบบแสดงการส่งเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานประจำปี สท.2 และวิธีการประเมินเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน (อำนาจ สุขเย็น / สิงห์บุรี)

โรงพยาบาลเสนา พัฒนาระบบเวชระเบียน บริการผู้ป่วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงพยาบาลเสนา จัดโครงการพัฒนาประสิทธิภาพการสรุปเวชระเบียนผู้ป่วยใน โรงพยาบาลเสนา ปี 2566 แพทย์หญิงนิภาพร อรุณวรากรณ์ โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร ให้เกียรติเป็นวิทยากร โดยแพทย์หญิงมนชยา รักษาวงศ์ รองผู้อำนวยการกลุ่มภารกิจด้านพัฒนาระบบบริการ และสนับสนุนบริการสุขภาพโรงพยาบาลเสนา พร้อมทีมบุคลากรทางการแพทย์ เข้าร่วมอบรม ณ ห้องประชุมศักดิ์ ด่านชัยวิจิตร โรงพยาบาลเสนา อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

ททท.พบสื่อจังหวัดสระบุรี

ค่ำวันที่ 31 มกราคม 2566 ททท.สำนักงานพระนครศรีอยุธยา โดย นายณัฐปคัลภ์ อัครวิชญ์ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพระนครศรีอยุธยา (กำกับดูแลจังหวัดสระบุรี) พร้อมทีมงานฯ จัดงานพบปะสังสรรค์กับสื่อมวลชน จังหวัดสระบุรี เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหารือแนวทางประสานงานส่งเสริมการประชาสัมพันธ์กิจกรรม ”ท่องเที่ยว” ต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี ณ ร้านนัดบายนัด อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่น (วิรัตน์ เดชะวราฤทธิ์ / สระบุรี)

สานสัมพันธ์สื่อมวลชนจังหวัดลพบุรี

นายสุภาพ อุภัยพรม ที่ปรึกษาฝ่ายทรัพยากรบุคคลและบริหาร พร้อมด้วย นางเรวดี สุนทวัฒโรดม หัวหน้าฝ่ายทรัพยากรบุคคลและบริหาร บริษัท เอ็นเอ็มบี-มินีแบ ไทย จำกัด (โรงงานลพบุรี) ให้การต้อนรับสื่อมวลชนของจังหวัดลพบุรี นำโดย นายสมมิตร เกตุแก้ว อุปนายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย นายพีรพล ปานเกลียว นายกสมาคมสื่อมวลชนลพบุรี นายกฤษณพงศ์ อยู่รอด ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ และคณะฯที่เยี่ยมชมโรงงานและเสนอแนะแนวทางการประชาสัมพันธ์ของบริษัทเพื่อสร้างตอบสนองต่อชุมชนอย่างยั่งยืน ณ อาคารคลับเฮาส์ บริษัท เอ็นเอ็มบี-มินีแบ ไทย จำกัด (โรงงานลพบุรี) ตำบลนิคมสร้างตนเอง อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี

ทั้งนี้ บริษัท เอ็นเอ็มบี-มินีแบ ไทย จำกัด (โรงงานลพบุรี) ตั้งเมื่อปี 2531 เป็นผู้ผลิตตลับลูกปืน ชิ้นส่วนเชิงกล และชิ้นส่วนอิเลคทรอนิกส์ ที่มีความเที่ยงตรงสูงชั้นนำของโลก ด้วยเทคโนโลยีกระบวนการผลิตที่ทันสมัยและครบวงจร โดยโรงงานลพบุรี มีพนักงานกว่าหนึ่งหมื่นคน นับว่าเป็นแหล่งสร้างงานและอาชีพให้แก่คนลพบุรีและจังหวัดใกล้เคียงเป็นจำนวนมาก (กฤษณพงศ์ อยู่รอด – ธนพล อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี)