เมื่อวันที่ 5 ส.ค. นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) เปิดเผยว่า ขบ. เตรียมพิจารณาทบทวนเรื่องการให้ความร่วมมือในการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานราชการที่ขอนำข้อมูลของ ขบ. ไปใช้ตรวจสอบในการปฏิบัติงาน เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลขั้นสูงสุด เนื่องจากเหตุการณ์ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า หน่วยงานปลายทางที่ได้รับสิทธิ์อาจจะยังมีมาตรการกำกับ ควบคุม และดูแลรักษาความปลอดภัยของบัญชีผู้ใช้งานไม่เพียงพอ จนเป็นช่องโหว่ให้เกิดการลักลอบนำข้อมูลไปใช้ในทางมิชอบต่อไปในอนาคตได้ 

นายสรพงศ์ กล่าวอีกว่า นอกเหนือจากการระงับสิทธิ์การใช้งานของหน่วยงานที่มีปัญหาแล้ว ขบ. ยังได้ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดี และจะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อเอาผิดทางอาญากับบุคคลที่กระทำความผิด และมีส่วนเกี่ยวข้องในการลักลอบขโมยข้อมูลไปเปิดเผยอย่างเข้มงวด และถึงที่สุดต่อไป

นายสรพงศ์ กล่าวด้วยว่า กรณีการรั่วไหลของข้อมูลทะเบียนรถ ได้ตรวจพบ IP ต้องสงสัยที่มีพฤติกรรมการสืบค้นข้อมูลผิดปกติจาก 3 แหล่งบัญชีผู้ใช้งาน ได้แก่ เทศกิจเขตบางกอกน้อย การทางพิเศษแห่งประเทศไทย และกองกำลังสุรสีห์ ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้สั่งระงับการใช้งานของทั้ง 3 หน่วยงานชั่วคราว พร้อมประสานตำรวจไซเบอร์เข้าตรวจสอบบัญชีที่มีการค้นหาข้อมูลของบุคคลสำคัญ รวมถึงให้หน่วยงานที่เชื่อมต่อข้อมูลผ่านระบบ e-Service ของ ขบ. ทำการรีเซ็ตรหัสผ่านใหม่ทั้งหมด เพื่อป้องกันความเสียหาย.