ตามรายงานของสำนักสถิติลาว ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ราคาเชื้อเพลิง, ก๊าซ และสินค้านำเข้าอื่น ๆ ที่สูงขึ้น บวกกันเงินกีบที่อ่อนค่า เป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันภาวะเงินเฟ้อในประเทศ

ภาวะเงินเฟ้อของลาว นำโดยการเพิ่มขึ้นของราคาการสื่อสารและการขนส่ง ซึ่งสูงขึ้น 49.9% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี ส่งผลกระทบต่อส่วนอื่น ๆ ของเศรษฐกิจ ขณะที่ราคาอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ขยับตัวขึ้น 47.1% ส่วนค่ารักษาพยาบาลและค่ายา เพิ่มขึ้น 42.2%

อัตราเงินเฟ้อเริ่มสูงขึ้นในไตรมาสที่ 2 ของปีที่แล้ว เมื่อเศรษฐกิจของลาว ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการระบาดของโรคโควิด-19 ถูกซ้ำเติมด้วยราคาน้ำมันที่พุ่งสูง และค่าเงินที่อ่อนลงอย่างรวดเร็ว

เงินกีบของลาวซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 9,300 กีบต่อดอลลาร์ (ประมาณ 18.44 บาท) เมื่อเดือน ก.ย. 2564 โดยหลังจากนั้นได้ขยับขึ้นจนเกือบถึง 17,000 กีบ (ประมาณ 33.71 บาท) ในเดือนที่แล้ว อย่างไรก็ตาม มันยังคงอ่อนค่าอย่างมากเมื่อเทียบกับเงินบาทของไทย, เงินดงของเวียดนาม และเงินหยวนของจีน ทำให้ต้นทุนการนำเข้าจากคู่ค้าสำคัญทั้งสามประเทศนี้เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย

นอกจากนี้ รายงานของสำนักข่าว “เรดิโอ ฟรี เอเชีย” (อาร์เอฟเอ) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการกระจายเสียงที่ได้รับทุนสนับสนุนจากสหรัฐ พบว่า แม้แต่พนักงานของรัฐที่มีฐานะดียังรู้สึกถึงความยากลำบาก โดยกล่าวถึงข้าราชการหลายคนที่ระบุว่า ภาวะเงินเฟ้อเพิ่มค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันอย่างมาก

ตัวเลขเงินเฟ้อที่น่าตกใจนี้ เป็นตัวบ่งชี้ล่าสุดของพายุเศรษฐกิจที่ยังคงหมุนวนเหนือเศรษฐกิจที่มีภาระหนี้สูงมากของประเทศ ซึ่งในภาพรวม อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยของลาวอยู่ที่ 23% ในปี 2565 นับเป็นอัตราสูงสุดในบรรดา 10 ประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) โดยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 3.8% เมื่อปี 2564

ตามข้อมูลของธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) อัตราข้างต้นจะลดเหลือ 10% ในปีนี้ ซึ่งรัฐบาลลาวหวังว่ามันจะอยู่ต่ำกว่า 9% อย่างไรก็ดี ภาวะเงินเฟ้อยังมีแนวโน้มที่จะสร้างแรงกดดันต่อ นายกรัฐมนตรีสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรีลาวคนใหม่

นายสอนไซ เข้ารับตำแหน่งเมื่อช่วงต้นเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา หลังนายพันคำ วิพาวัน ลาออกด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ แม้พรรคประชาชนปฏิวัติลาว (แอลพีอาร์พี) น่าจะสั่งให้เขาลงจากเก้าอี้ผู้นำ เนื่องจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่เลวร้ายของประเทศมากกว่าก็ตาม

รัฐบาลของนายสอนไซ ใช้มาตรการเพิ่มเติมหลายอย่างเพื่อควบคุมภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งรวมไปถึงการสั่งปิดร้านรับแลกเปลี่ยนเงินตราทั้งหมด ตลอดจนห้ามการนำเข้าเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เพราะเป็นอาหารที่ลาวผลิตได้เอง

แต่เนื่องด้วยภาระหนี้สินของประเทศ และปัญหาเชิงโครงสร้างในวงกว้างที่มีต่อเศรษฐกิจ การออกจากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันของลาวนั้นมีแนวโน้มที่จะเป็น “หนทางอันยาวไกล”.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP