รัฐบาล “อนุทิน ชาญวีรกูล” เจอ ศึกร้อนรุมเร้าไม่มีพัก ทั้งเรื่องที่กระแทกภาพลักษณ์ประเทศ เรื่องที่ถูกบดขยี้จากฝ่ายค้านกลางสภา ต่อเนื่องไปถึงข้อครหาการทุจริตภายในหน่วยงานรัฐ
เริ่มจาก ข่าวฉาวระดับนานาชาติ ทั้งกรณีแอร์โฮสเตสการบินไทย ถูกกล่าวหาว่าหิ้วเฮโรอีนเข้าออสเตรเลีย เพิ่มเติมด้วยกรณีหญิงชาวฝรั่งเศสถูกจับกุมในออสเตรเลียหลังตรวจพบยาเสพติด โดยมีต้นทางจากประเทศไทย แม้รายละเอียดของแต่ละคดีจะอยู่ในกระบวนการยุติธรรม แต่ผลกระทบเกิดขึ้นทันที เพราะชื่อของประเทศไทยถูกโยงเข้ากับเครือข่ายลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติ “นายกฯ หนู” จึงต้องรีบเรียกประชุมด่วน เพื่ออุดช่องโหว่
“ดาวฤกษ์” มองว่า ปัญหาใหญ่ของรัฐบาลกลับไม่ได้มีเพียงข่าวต่างประเทศ เพราะในประเทศเองก็แทบไม่มีวันไหนที่ไม่ต้องตั้งรับ
ฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคประชาชน เดินเกมรุกหนัก ใช้เวทีสภา ปั่นปมร้อน ตั้งแต่โครงการ TH-AI Passport โครงการแลนด์บริดจ์ ปมที่ดินเขากระโดง ไปจนถึงคดีฮั้วเลือก สว.
นายรังสิมันต์ โรม ยังเดินหน้าขุดคดีร้อน กรณีที่ นายไชยชนก ชิดชอบ เคยหลุดกลางสภาว่ามีผู้เสนอเงิน 40 ล้านบาท โดยล่าสุดมีการเปิดเผยบุคคลที่ถูกเรียกว่า “นายคิว” ว่าเป็นผู้เสนอเงินดังกล่าว แม้นายไชยชนกจะยืนยันว่าไม่รับเงินและได้เข้าแจ้งความแล้ว แต่การดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงถูกตั้งคำถามเรื่องความล่าช้า
“ดาวฤกษ์” คิดว่า ในทางการเมือง ความล่าช้าอาจไม่ใช่ความผิด แต่จะแปรผันเป็นตัวทำลายต้นทุนทางการเมืองได้ เพราะยิ่งเวลาผ่านไป ความสงสัยของสังคมจะกลายเป็นภาพจำถึงความไม่โปร่งใส และกลายเป็นการเปิดพื้นที่ให้ฝ่ายค้านนำไปขยายผลได้ไม่รู้จบ
อย่างไรก็ตาม ปมร้อนที่ต้องจับตาตอนนี้คือ คดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น
แม้ “มท.หนู” จะตั้งโต๊ะแถลง โชว์หลักฐานเป็นกระดาษคำตอบที่ถูกแก้ไขคะแนน และยอมรับว่ามี 5 ข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมีส่วนเกี่ยวข้อง
ความจริง คดีนี้สามารถปิดจบได้เร็วกว่านี้ โดยไม่ต้องใช้ลีลาอะไรมากมาย
เมื่อมีรายชื่อผู้สอบที่ถูกแก้ไขคะแนนอยู่ถึง 3 พันคน เหตุใดจึงไม่เรียกทั้ง 3 พันคน มาสืบสวน เพื่อ เปิดหน้าผู้เรียกรับเงิน และสาวถึง ไอ้โม่งตัวใหญ่ ในที่สุด
ยิ่งหากไต่ไปถึงการกำหนด TOR ที่ส่อเปิดช่องให้เกิดการโกงสอบ ก็จะลากคอคนผิดมาลงโทษได้อย่างรวดเร็ว
รัฐบาลจึงกำลังยืนอยู่บนทางแยกสำคัญ
หากเร่งเปิดเผยข้อเท็จจริง ดำเนินคดีกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างตรงไปตรงมา ก็อาจพลิกวิกฤติให้กลายเป็นโอกาสในการพิสูจน์ความจริงใจในการปราบปรามการทุจริต
แต่หากปล่อยให้ทุกคดีค้างคา ยืดเยื้อ หรือถูกมองว่าเดินหน้าแบบเลือกปฏิบัติ ปัญหาจะไม่ได้หยุดอยู่แค่ตัวคดี หากจะลุกลามทุบวิกฤติศรัทธารัฐบาล
วันนี้ สิ่งที่ฝ่ายค้านกำลังทำ ไม่ใช่เพียงการเปิดประเด็นใหม่ แต่คือการสะสม ต้นทุนความไม่ไว้วางใจ ทีละเรื่องทีละคดี จนประกอบกันเป็นภาพใหญ่ของรัฐบาล
และในโลกการเมือง ความเสียหายที่น่ากลัวที่สุด ไม่ใช่การถูกกล่าวหา แต่คือการปล่อยให้สังคมรู้สึกว่า รัฐบาลไม่สามารถตอบคำถามที่ประชาชนอยากรู้ได้
ศัตรูที่แท้จริงของรัฐบาล ไม่ใช่ฝ่ายค้าน แต่คือ ความคลางแคลงใจของประชาชน ที่กำลังขยายตัวทุกครั้งที่คำถามยังไร้คำตอบ.
“ดาวฤกษ์”



