สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ว่า เหตุการณ์ต่อต้านชาวยิวที่โดดเด่นที่สุดในสหราชอาณาจักร คือ ชายชาวยิว 2 คนได้รับบาดเจ็บจากการถูกแทงในย่านชานเมืองโกลเดอร์ส กรีน ทางตอนเหนือของกรุงลอนดอน เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสอบสวนในฐานะ “การโจมตีก่อการร้าย”

นอกจากนี้ สหราชอาณาจักรยังเกิดเหตุวางเพลิงโบสถ์ยิวและสถานที่อื่น ๆ ของชาวยิวหลายครั้งในกรุงลอนดอน รวมถึงวางเพลิงรถพยาบาล 4 คัน ของหน่วยบริการฉุกเฉินอาสาสมัครชาวยิว

องค์กรการกุศล “คอมมิวนิตี ซีเคียวริตี ทรัสต์” (ซีเอสที) ซึ่งให้คำแนะด้านความปลอดภัยแก่ชาวยิวประมาณ 280,000 คนในสหราชอาณาจักร ระบุว่าโดยรวมแล้ว มีเหตุการณ์แสดงความเกลียดชังและต่อต้านชาวยิว 1,926 ครั้ง ระหว่างเดือน ม.ค.-มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น ซีเอสทียังระบุว่า เหตุการณ์ต่อต้านชาวยิวเพิ่มขึ้นหลังจากสหรัฐและอิสราเอลเริ่มทำสงครามกับอิหร่าน เมื่อช่วงปลายเดือน ก.พ. โดยตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทางการสหราชอาณาจักรกล่าวหาว่ารัฐบาลเตหะรานใช้ตัวแทนเพื่อดำเนินการโจมตีในสหราชอาณาจักรและทั่วยุโรป ซึ่งอิหร่านปฏิเสธการมีส่วนเกี่ยวข้องมาโดยตลอด

“การโจมตีเหล่านี้ควรเป็นเรื่องที่ทุกคนที่เป็นห่วงเกี่ยวกับสหราชอาณาจักรและภัยคุกคามต่อประเทศต้องกังวล ไม่ว่าจะเป็นการสั่งการจากรัฐบาลอิหร่าน หรือการกระทำภายในประเทศโดยกลุ่มอิสลามหัวรุนแรง ฝ่ายขวาจัด ฝ่ายซ้ายจัด หรือลัทธิสุดโต่งทางอุดมการณ์อื่น ๆ” นายมาร์ก การ์ดเนอร์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของซีเอสที กล่าวทิ้งท้าย.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS