แม้โพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ที่เอาแต่ใจจากนักเคลื่อนไหวคนใดคนหนึ่ง จะต้องไม่ลอยนวล แต่เขาไม่ใช่เผด็จการที่มีแต่ความก้าวร้าวเพียงอย่างเดียว มันมีบางสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์ในการปกครองของสมเด็จฮุน เซน เขามีเจตจำนงที่เข้มแข็งในการปกครอง แต่ก็มีการลงโทษ และการให้อภัยในความโหดร้ายที่เท่าเทียมกัน
ชาวกัมพูชาได้รับการสั่งสอนให้หวาดกลัว และรักสมเด็จฮุน เซน ในระดับที่ทัดเทียมกัน หรือหากกล่าวให้เข้าใจง่ายขึ้นอีกหน่อย ชาวกัมพูชาถูกชี้นำ ให้ต้องรักและนับถือนายกรัฐมนตรีคนนี้ “ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม” ซึ่งจากการถูกปลูกฝังลักษณะดังกล่าว ผู้คนจึงก้มหัวลง และสรรเสริญความเมตตา กับความกรุณาของสมเด็จฮุน เซน “เสมือนเป็นหนึ่งในแนวทางปฏิบัติของชีวิต”
จากกรณีล่าสุดเมื่อวันที่ 22 มี.ค. ที่ผ่านมา นายยิม สีนอน และนายฮุน โกสาล นักเคลื่อนไหวสนับสนุนพรรคฝ่ายค้าน ที่ถูกยุบไปเมื่อช่วงปลายปี 2560 ถูกศาลกรุงพนมเปญสั่งควบคุมตัวในข้อหาหมิ่นประมาทพระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี และ “ยุยงปลุกปั่นเพื่อสร้างความไม่สงบอย่างร้ายแรง” เนื่องจากพวกเขาโพสต์ความคิดเห็นบนเฟซบุ๊กเป็นนัยว่า สมเด็จฮุน เซน ผู้ครองอำนาจมานาน 38 ปี มีอำนาจมากกว่าพระมหากษัตริย์
สมเด็จฮุน เซน ออกคำสั่งให้จับกุมนักเคลื่อนไหวทั้งสองคน อย่างไรก็ตาม อีกเพียง 1 สัปดาห์ต่อมา คือเมื่อวันที่ 28 มี.ค. นายยิม สีนอน ได้รับการปล่อยตัว หลังเขาโพสต์คลิปวิดีโอจากเรือนจำ ขอรับการพระราชทานอภัยโทษจากพระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี และกล่าวคำขอโทษต่อสมเด็จฮุน เซน
สำหรับผู้ติดตามการเมืองกัมพูชา สถานการณ์เช่นนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ บางคนถูกจับกุมในข้อหาหมิ่นประมาทตามคำสั่งของสมเด็จฮุน เซน จากนั้นครอบครัวของผู้ที่ถูกกล่าวหาจะร้องขอความเมตตาจากเขา และสมเด็จฮุน เซน จะเข้าแทรกแซงเพื่อสั่งให้ปล่อยตัวผู้กระทำผิด ก่อนที่จะปรบมือให้กับตัวเองอย่างกึกก้อง ในฐานะผู้ปกครองที่มีความกรุณา แม้กล่าวเองว่า เหตุผลหนึ่งที่เขาสั่งให้ปล่อยตัวนายยิม สีนอน เป็นเพราะภรรยาของนักเคลื่อนไหวคนนี้ ไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากต่างประเทศ แต่ขอจากนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็คือตัวเขา
เรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความร้อนระอุของการเมืองกัมพูชา ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปในเดือน ก.ค.นี้ นายยิม สีนอน ถูกจับกุมอย่างชัดเจนเพราะทางการกัมพูชารู้สึกว่า เขาหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ จากนั้นเขาก็ได้รับการปล่อยตัว เพราะสมเด็จฮุน เซน รู้สึกว่า คำขอโทษของเขามีความจริงใจ
อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่มีใครบางคนร้องขอความเมตตาจากสมเด็จฮุน เซน และทุกครั้งที่เขามอบความกรุณาให้ มันยิ่งเป็นการลดทอนภาพลักษณ์ของหลักนิติธรรมลงไปอีก ซึ่งแน่นอนว่า ครอบครัวของผู้ที่ถูกจับกุม เพียงต้องการให้สมาชิกครอบครัวคนนั้นได้รับการปล่อยตัว เพราะจริยธรรมอยู่เหนือสิ่งอื่นใด และโดยธรรมชาติแล้ว ช่วงเวลาที่ประชาชนไม่ร้องขอความเมตตาจากผู้นำกัมพูชา มันก็จะไม่เกิดจุดสนใจแต่อย่างใด.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



