มิตโซทากิส ทำให้ความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจของกรีซทุเลาลง ท่ามกลางการเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงระดับโลกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ได้แก่ การระบาดของโรคโควิด-19 และสงครามในยูเครน
ทว่าเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการดักฟังทางโทรศัพท์ และความโกรธเคืองของสาธารณชนต่อโศกนาฏกรรมรถไฟชนกัน เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา สร้างความเสียหายต่อคะแนนความนิยมของมิตโซทากิส ส่งผลให้เขาส่งสัญญาณว่า จะจัดการเลือกตั้งอีกครั้งในช่วงเดือน มิ.ย. เพื่อครองเสียงข้างมาก และจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว
มิตโซทากิส ได้รับเลือกการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมัยแรก เมื่อปี 2547 และเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ นาน 3 ปี ก่อนขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของกรีซ หลังชนะการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อปี 2562
ผู้นำกรีซยืนยันว่า ไม่มีปัญหาในการจัดการกับ “สภาวะอันมืดมิดของการผิดยุคผิดสมัย” ในฐานะ รมว.ปฏิรูปการปกครอง ระหว่างปี 2556-2558 แม้มิตโซทากิสปลดพนักงานในภาครัฐ ซึ่งเป็นหนึ่งในเงื่อนไขของมาตรการรัดเข็มขัด กระนั้น เขาได้รับการชื่นชมเรื่องที่ทำให้แนวโน้มเศรษฐกิจดีขึ้น และสร้างรากฐานที่มั่นคงกว่ารัฐบาลหลายชุดก่อนหน้า
ในช่วงการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 มิตโซทากิสได้รับคำชมเชยสำหรับความพยายามในการควบคุมการเสียชีวิตจากเชื้อไวรัส อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอันโดดเด่น จากผลกระทบที่ร้ายแรงของการระบาดใหญ่ คือ ไพ่เด็ดที่อยู่ในมือของมิตโซทากิส
แม้จะสูญเสียรายได้สำคัญจากการท่องเที่ยว เพราะการระบาดของโรคโควิด-19 แต่เศรษฐกิจของกรีซ สามารถกลับมาเติบโตที่ระดับ 8.3% เมื่อปี 2564 และอยู่ที่ 5.9% ในปีที่แล้ว โดยส่วนหนึ่งเป็นความช่วยเหลือจากรัฐบาลมูลค่ากว่า 57,000 ล้านยูโร (ราว 2.1 ล้านล้านบาท) เพื่อรองรับผลกระทบจากการระบาดใหญ่ และภาวะเงินเฟ้อ
สำหรับด้านอื่น ๆ มิตโซทากิสให้สัญญาว่า จะเพิ่มการลงทุนในบริการสุขภาพแห่งชาติ เนื่องจากการระบาดใหญ่ เผยให้เห็นถึงความเปราะบางภาคส่วนสาธารณสุขของประเทศ รวมทั้งการกล่าวถึงการลดภาษีสำหรับอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ ภาครัฐขนาดเล็ก และเพิ่มแรงจูงใจในการลงทุนสำหรับวิสาหกิจเอกชน
นอกจากนี้ มิตโซทากิสยังยืนอยู่บนจุดเดียวกับหลายฝ่าย ดังที่เห็นได้จากการสนับสนุนสิทธิเพศทางเลือกของประชาชนฝ่ายเสรีนิยม ทั้งที่กรีซเป็นประเทศเคร่งศาสนา ซึ่งในขณะเดียวกัน เขาก็พยายามชนะใจฐานเสียงฝ่ายอนุรักษนิยม ด้วยความยึดมั่นในเรื่องการบริหารจัดการผู้อพยพ.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



