คุ้มค่ากับการรอคอยจริง ๆ สำหรับผลงานเรื่องล่าสุดของ คิมอูบิน พระเอกหนุ่มขวัญใจแฟนชาวไทย ที่ตอนนี้กำลังโกยหัวใจแฟน ๆ จนได้รับการพูดถึงเป็นอย่างมากอีกครั้งใน “Black Knight” ซีรีส์จาก “เน็ตฟลิกซ์” ที่บอกเล่าเรื่องราวโลกอนาคตปี 2071 หลังวันสิ้นโลกบนคาบสมุทรเกาหลีที่รกร้างดั่งทะเลทราย เมื่อโลกประสบปัญหามลพิษทางอากาศ ทำให้ผู้คนจำเป็นต้องพึ่งหน้ากากกรองอากาศเพื่อหายใจ แต่มีเพียง 1% ของเผ่าพันธุ์มนุษย์เท่านั้นที่เอาชีวิตรอดมาได้ ซึ่ง คิมอูบิน มารับบทเป็นอัศวินขนส่งออกซิเจนและสิ่งของจำเป็นในยามกลางวัน ส่วนกลางคืนเขานั้นคืออัศวินราตรีที่หมายมั่นกู้โลก ซึ่งนอกจากฝีมือการแสดงที่ทรงพลัง บอกเลยว่าเรื่อง คิมอูบิน หล่อทะลุฝุ่นพิษเลยทีเดียว!

สำหรับ “Black Knight” สร้างจากเว็บตูนชื่อดังชื่อเดียวกัน ซึ่งสามารถคว้ารางวัล E-IP Award จากวที “Asian Film Market” มาครอง ผลงานผู้กำกับ โจอึยซอก ที่หวนกลับงานกับ คิมอูบิน อีกครั้ง หลังการร่วมงานกันในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ “Master” เสริมทัพด้วยนักแสดงมากฝีมือ อย่าง ซงซึงฮอน, อีซม และ คังยูซอก เป็นต้น กับการบอกเล่าเรื่องราวของ “5-8” อัศวินขนส่งในตำนาน (รับบทโดย คิมอูบิน) และ “ซาวอล” (รับบทโดย คังยูซอก) เด็กหนุ่มผู้ลี้ภัย กับการต่อกรกับ “ชอนมยองกรุ๊ป” อันทรงอิทธิพลที่ปกครองประเทศเกาหลีหลังล่มสลายจากมลพิษทางอากาศอันเลวร้าย จนไม่มีมนุษย์คนไหนสามารถเอาชีวิตรอดได้โดยปราศจากหน้ากากออกซิเจน


“Black Knight” คือซีรีส์ที่จะมาพร้อมภารกิจสุดมันและยังเต็มไปด้วยฉากแอ็คชั่นเร้าใจ ทั้งฉากขับรถไล่ล่าบนเนินทราย ฉากผจญเพลิงสุดระทึก และฉากต่อสู้มือเปล่าที่ออกแบบมาอย่างสมบูรณ์แบบ ที่จะทำให้ผู้ชมได้ลุ้นจนลืมหายใจ โดยมีฉากหลังเป็นภาพกรุงโซลที่ล่มสลายจนเกินกว่าจะจินตนาการได้ โดย “5-8” อัศวินขนส่งในตำนาน เป็นเสมือนที่พึ่งของมวลมนุษยชาติ เมื่อเขาต้องทำหน้าที่ขนส่งออกซิเจนและสิ่งของจำเป็นให้กับประชาชนในเวลากลางวัน แต่ตกกลางคืน เขาจะกลายเป็นเป็นอัศวิน “Black Knight” ที่มีแผนจะพลิกระเบียบโลก ซึ่ง “ชอนมยองกรุ๊ป” ได้วางไว้เพื่อผูกขาดโลกที่ล่มสลายใบนี้ “รยูซอก” (รับบทโดย ซงซึงฮอน) ทายาทสุดอำมหิตของชอนมยองกรุ๊ป คือผู้ที่ยืนอยู่คนละข้างกับ “5-8” เพราะเขาต้องการสร้างโลกที่ไม่เหลือที่ยืนให้กับผู้ลี้ภัย ด้าน “ซอลอา” (รับบทโดย อีซม) ทหารหญิงประจำหน่วยข่าวกรองกลาโหม ต้องออกปากเตือน “5-8” ว่าสถานการณ์ความวุ่นวายนี้อาจบานปลายเกินควบคุม ในขณะที่ “ซาวอล” เด็กหนุ่มผู้ลี้ภัยที่ฝันอยากเป็น “Black Knight” ได้ปีนขึ้นรถบรรทุกของ “5-8” ด้วยความฮึกเหิมที่จะร่วมศึกนี้ด้วยอีกคน!

ล่าสุด “ฮาอึน” มีโอกาสได้เข้าร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวซีรี่ส์เรื่องดังกล่าว จึงไม่พลาดนำการพูดคุยของเหล่านักแสดงนำ คิมอูบิน , ซงซึงฮอน , อีซม และ คังยูซอก รวมทั้งผู้กำกับโจอึยซอก ที่บอกเล่าเรื่องราวกว่าจะเป็น “Black Knight” รวมทั้งการซ่อน Message ของเรื่องที่สะท้อนชนชั้น การต่อสู้เพื่อความเท่าเทียม พร้อมชวนให้ทุกคนตระหนักถึงปัญหามลภาวะทางอากาศมากขึ้นด้วย!
Q : ซีรีส์ “Black Knight” เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร?
คิมอูบิน : ผมมักจะรู้สึกประหม่าทุกครั้งที่ต้องแนะนำเกี่ยวกับผลงาน แต่ผมจะพยายามนะครับ (หัวเราะ) ‘Black Knight’ เล่าถึงเรื่องราวในโลกอนาคตของดินแดนอันแห้งแล้งของคาบสมุทรเกาหลี และเล่าถึงอัศวินขนส่งในตำนาน ‘5-8’ และ ‘ซาวอล’ เด็กหนุ่มผู้ลี้ภัยซึ่งใฝ่ฝันที่จะเป็นพนักงานส่งของที่ร่วมกันต่อต้านชอนมยองกรุ๊ปครับ

Q : อะไรคือแรงจูงใจที่ทำให้คุณสร้าง “Black Knight” เป็นผลงานซีรีส์เรื่องแรกของคุณ?
ผู้กำกับโจอึยซอก : ครั้งแรกที่ผมได้อ่านเว็บตูนต้นฉบับ ผมชอบโลกที่ถูกเล่าถึงในเรื่อง รวมถึงองค์ประกอบของตัวละคร “นักล่า” ที่พนักงานส่งของต้องต่อสู้ด้วย เพื่อส่งสิ่งของจำเป็นให้กับประชาชน ผมได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับผู้เขียนเว็บตูนและดัดแปลงหลายจุด ต้องขอบคุณผู้เขียนเว็บตูนที่ให้อิสระในการปรับเปลี่ยนและเกิดเป็นซีรีส์เรื่องนี้ครับ
Q : มีเหตุผลใดเป็นพิเศษที่ทำให้คุณเลือกใช้ชื่อเรื่องว่า “Black Knight” หรือเปล่า?
ผู้กำกับโจอึยซอก : ช่วงกลางวันพนักงานส่งของมีหน้าที่ขนส่งออกซิเจนและของใช้จำเป็นต่างๆ ให้กับผู้คน แต่พอกลางคืนพนักงานส่งของซึ่งเคยเป็นผู้ลี้ภัยมาก่อนรวมตัวกันในนามของ ‘Black Knight’ เพื่อปกป้องเหล่าผู้ลี้ภัย ผมคิดว่าพวกเขาเป็นเหมือนอัศวิน อัศวินที่ส่งของตอนกลางวัน และอัศวินลึกลับที่ปกป้องผู้คนในยามค่ำคืนครับ

Q : มีหลายองค์ประกอบในซีรีส์ที่เหมือนและแตกต่างจากเว็บตูนต้นฉบับ เช่น ตัวละคร เป็นต้น สิ่งใดที่คุณอยากคงไว้ให้เหมือนกับต้นฉบับ และสิ่งใดที่คุณอยากดัดแปลงให้ต่างจากต้นฉบับ?
ผู้กำกับโจอึยซอก : เทียบกับเว็บตูนต้นฉบับแล้วมุมมองโลกยังคงเหมือนเดิม แต่ข้อแตกต่างก็คือตัวละครใหม่ๆ ที่ผมเพิ่มเติมขึ้นมา ผมคุยกับเจ้าของผลงานเว็บตูนและเขาก็ให้อิสระผมได้ดัดแปลงตามที่ต้องการครับ
Q : “ผู้กำกับโจอึยซอก” รู้สึกอย่างไรกับผลงานซีรีส์เรื่องแรกของคุณบ้าง?
ผู้กำกับโจอึยซอก : ซีรีส์เรื่องนี้มี 6 ตอน แต่ผมรู้สึกเหมือนถ่ายทำภาพยนตร์ 2 เรื่อง นับถือผู้กำกับซีรีส์ทุกท่านเลยครับ นี่เป็นเรื่องแรกของผม ผมเลยอยากให้ออกมาดีตั้งแต่ต้นจนจบ มีทั้งแอคชั่นและดราม่า ทีมนักแสดงและทีมงานทุกคนทุ่มเทกันเต็มที่เพื่อผลงานเรื่องนี้ หวังว่าคุณจะชอบการแสดงของพวกเขาครับ


Q : แล้วทางด้านนักแสดงนำ ตอนที่ได้อ่านบทเป็นครั้งแรก รู้สึกอย่างไรบ้าง?
คิมอูบิน : เมื่อไม่นานมานี้พวกเรายังต้องสวมใส่แมสกันอยู่เลยใช่ไหมครับ พอผมได้อ่านบทครั้งแรก ผมรู้สึกว่านี่มันอาจจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้จริงในอนาคต ทำให้ผมยิ่งสนใจเรื่องราวและตัวละครต่างๆ โดยเฉพาะตัวละคร ‘5-8’ อีกอย่างผมเคยร่วมงานกับผู้กำกับโจอึยซอกมาก่อนในภาพยนตร์เรื่อง ‘Master’ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่เยี่ยมมาก ผมเชื่อในตัวผู้กำกับและนั่นเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ผมอยากร่วมงานกับเขาในซีรีส์เรื่องนี้ครับ
ซงซึงฮอน : ผู้กำกับเกริ่นกับผมถึงเรื่องราวของ ‘Black Knight’ ตอนที่เขากำลังอยู่ในขั้นตอนเขียนบทครับ เขาเล่าถึงโลกดิสโทเปียที่แห้งแล้งเป็นทะเลทราย กรุงโซลที่กลายเป็นดินแดนรกร้าง ที่จริงผมเป็นเพื่อนกับผู้กำกับมากว่า 20 ปีแล้ว ผมจึงเชื่อใจเขา ผมบอกเขาว่าไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวแบบไหนก็ตาม ถ้ามีบทที่เหมาะกับผม ผมก็อยากมีส่วนร่วมด้วย ผมรู้สึกดีใจที่ได้ร่วมงานกับเพื่อนเก่าของผมครับ
คังยูซอก : ตอนที่ผมได้อ่านบท ผมชอบองค์ประกอบความเป็นไซไฟในเนื้อเรื่อง และก็อดสงสัยไม่ได้ว่ามันจะออกมาอย่างไรเมื่อไปอยู่ในจอจริงๆ นอกจากความเป็นไซไฟแล้ว ยังมีฉากแอคชั่นอีกมากมาย เหล่าตัวละครไม่ว่าจะเป็น ‘5-8’ , ‘ซาวอล’ และ ‘ซอลอา’ ทุกตัวละครต่างก็มีเอกลักษณ์ที่น่าติดตาม ผมคิดว่าคุณผู้ชมเองก็ต้องชอบครับ
อีซม : ครั้งแรกที่ได้อ่านบทฉันรู้สึกว่าพนักงานส่งของมีบทบาทสำคัญต่อชีวิตเรามากค่ะ และในโลกอนาคตพวกเขายิ่งมีบทบาทต่อการอยู่รอดของมวลมนุษย์ ซึ่งน่าสนใจมาก ฉันคิดว่าผู้กำกับตีความเรื่องราวจากต้นฉบับได้อย่างยอดเยี่ยม และเชื่อว่าเขาต้องถ่ายทอดเรื่องราวออกมาเป็นซีรีส์ได้ดีค่ะ



Q : ช่วยเล่าเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวละครของคุณในเรื่องนี้ได้หรือไม่?
คิมอูบิน : สำหรับ ‘5-8’ เป็นพนักงานขับรถส่งของ ในเรื่องคนส่งของทำหน้าที่ขนส่งของใช้ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของผู้คน แต่แล้วก็มีกลุ่มนักล่าที่คอยดักปล้นของเหล่านั้น ดังนั้นคนที่จะเป็นพนักขนส่งต้องแข็งแกร่งมาก และ 5-8 ก็เป็นอัศวินขนส่งในตำนานที่แข็งแกร่งที่สุดครับ
ซงซึงฮอน : สิ่งที่จำเป็นที่สุดในโลกอันรกร้างที่แห้งเป็นผืนทรายและขาดอากาศหายใจก็คือออกซิเจน ‘ชอนมยองกรุ๊ป’ผลิตออกซิเจนและควบคุมการจัดจำหน่ายทั้งหมด ‘รยูซอก’ เป็นคนทะเยอทะยานและมั่นใจในตัวเองสูง เขามีแผนการร้ายและหวังจะเป็นผู้บงการทุกสิ่งในโลกใบใหม่ ซึ่งเป็นเหตุผลให้ ‘5-8’ , ‘ซาวอล’ และ ‘ซอลอา’ ต้องการเปิดโปงและพยายามขัดขวางเขาครับ
คังยูซอก : ตัว ‘ซาวอล’ ชื่นชมและมุ่งมั่นที่จะเป็นแบบ ‘5-8’ เขาอาศัยอยู่กับ ‘ซอลอา’ ในพื้นที่ต้องห้ามสำหรับผู้ลี้ภัย เขาอยากมีชีวิตเหมือนอัศวิน ‘5-8’ และอยากมีคิวอาร์โค้ดเป็นของตัวเอง เขาเป็นคนสดใสและกล้าหาญครับ
อีซม : สำหรับ ‘ซอลอา’ เป็นคนมีเสน่ห์ กล้าหาญ และมีความเป็นผู้นำ ตอนเด็กเธอได้ช่วยเหลือ ‘ซาวอล’ เด็กหนุ่มผู้ลี้ภัยและเลี้ยงดูเขามา เธอตั้งข้อกังขาเกี่ยวกับ ‘รยูซอก’ และชอนมยองกรุ๊ป เธอจึงเริ่มสืบสวนเกี่ยวกับเขาด้วยตัวเองค่ะ
Q : ในผลงานเรื่องนี้แฟน ๆ จะได้เห็นคุณ “อีซม” ในมุมไหนบ้าง?
อีซม : ในเรื่องนี้ฉันมีฉากต่อสู้เยอะมาก และต้องจับปืนเกือบทั้งเรื่อง ฉันอยากให้ทุกคนเห็นว่าฉันยิงปืนเก่งค่ะ
Q : ในเรื่องคุณ “คิมอูบิน” เป็นตัวแทนของ “Black Knight” อยากให้เล่าเพิ่มเติมถึงตัวตนของ “Black Knight” หน่อย?
คิมอูบิน : สำหรับ ‘Black Knight’ เป็นการรวมตัวของเหล่าพนักงานส่งของทั้งหมด 11 คนรวมทั้ง ‘5-8’ ด้วย พวกเขาเคยเป็นผู้ลี้ภัยมาก่อน ตอนกลางวันพวกเขาส่งพัสดุ แต่พอกลางคืนพวกเขาช่วยเหลือบรรดาผู้ลี้ภัยเพื่อให้ได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมครับ


Q : อะไรคือสิ่งที่คุณ “คิมอูบิน” ให้ความสำคัญที่สุดในการแสดงเป็น “5-8” ?
คิมอูบิน : อันที่จริงไม่ว่าจะเป็นผลงานเรื่องไหน ผมจะตั้งคำถามอยู่เสมอว่าทำไมตัวละครที่ผมรับถึงคิดแบบนี้ หรือพูด หรือกระทำแบบนั้น ผมว่ามันสำคัญที่สุดครับ ยิ่งสำหรับตัวละคร ‘5-8’ ซึ่งเคยเป็นผู้ลี้ภัยมาก่อน ผู้ลี้ภัยมักจะอ่อนไหวทางอารมณ์เพราะมีสถานะเป็นคนลี้ภัย ดังนั้นผมจึงนึกถึงความยากลำบากที่เขาต้องเผชิญ และตระหนักว่าโลกใบใหม่ที่ดีกว่าสำหรับทุกคนแบบที่เขาต้องการนั้นจริงแล้ว ๆ เป็นโลกแบบไหนกันแน่ครับ
Q : ช่วยเล่าถึงขั้นตอนในการสร้างฉากหลังของโลกที่รกร้าง จนกลายเป็นทะเลทรายหน่อย?
ผู้กำกับโจอึยซอก : ทีมนักแสดงต้องแสดงกับบลูสกรีน ซึ่ง CG ทำให้ทุกอย่างออกมาดูดีมาก เราใช้ความทุ่มเทและเวลาเยอะมากเพื่อให้ได้ภาพของดินแดนทะเลทรายที่เต็มไปด้วยมลพิษ ต้องขอบคุณทีม VFX ทุกคนที่ทุ่มเทด้วยครับ



Q : ในซีรีส์เราจะได้เห็นหลายองค์ประกอบที่โดดเด่น เช่น หน้ากากออกซิเจน คิวอาร์โค้ดที่บ่งบอกชนชั้น และรอยกระจำนวนมากบนใบหน้าของคนส่งของ เป็นต้น สิ่งใดคือสิ่งที่คุณประทับใจมากที่สุด?
ซงซึงฮอน : ในเรื่องคุณจะได้เห็นบรรยากาศที่คุ้นตาอย่างนัมซานทาวเวอร์ แต่ก็กลับดูแตกต่างอย่างสิ้นเชิงเมื่ออยู่ในโลกที่แห้งแล้งเป็นผืนทราย ถึงตัวผมเองยังไม่ได้ดูฉบับตัดต่อสมบูรณ์ แต่ผมคิดว่าเอฟเฟกต์ CG จะต้องสร้างภาพที่แปลกใหม่แน่นอน ตลอดการถ่ายทำเรื่องนี้ผมได้ตระหนักถึงความสำคัญของหลายๆ อย่าง เช่น ออกซิเจน ตอนนี้เราอาจไม่คิดว่ามันเป็นสิ่งสำคัญ แต่ถ้าเรื่องจริงเป็นเหมือนโลกใน ‘Black Knight’ ที่ทุกคนไม่สามารถดำรงชีวิตโดยปราศจากหน้ากากออกซิเจนล่ะ คงไม่มีใครอยากให้เป็นอย่างนั้นแน่ ๆ ผลงานเรื่องนี้ทำให้ตระหนักถึงปัญหามลภาวะทางอากาศมากขึ้นครับ
Q : อีกหนึ่งองค์ประกอบของซีรีส์เรื่องนี้คือฉากแอคชั่น เตรียมตัวอย่างไรสำหรับฉากเหล่านั้นบ้าง?
คิมอูบิน : ในบรรดาฉากแอคชั่นของผม ฉากที่จำได้ขึ้นใจมากที่สุดคือฉากที่ ‘5-8’ มองย้อนกลับไปยังอดีต ลำดับเหตุการณ์ต่างๆ มันค่อนข้างโหดร้าย ในขณะที่ผมแสดง ผมต้องการถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละครออกมาให้ดีที่สุดและหวังว่ามันจะถูกส่งผ่านไปถึงผู้ชมครับ



Q : คุณ “คังยูซอก” เองก็มีฉากแอคชั่นเยอะเหมือนกัน จริงหรือไม่ที่ผู้กำกับโจอึยซอกอยากปั้นให้คุณเป็นอสุรกายนักสู้ (Action Monster)
คังยูซอก : ใช่ครับ ตอนแรกที่เขาบอก ผมรู้สึกกดดันมาก แต่คิดอีกแง่ก็น่าสนุกครับ ตลอด 3 เดือนผมไปเรียนต่อสู้และฝึกกับทีมงานทุกวันครับ
Q : คุณ “อีซม” ยิงปืนเก่งไหม?
อีซม : ฉันเองก็เตรียมตัวฝึกเพิ่มเติมสำหรับฉากแอคชั่น แต่ผู้กำกับบอกว่าไม่ต้องฝึกเพิ่มแล้วก็ได้ค่ะ


Q : คุณ “อีซม” และ “คิมอูบิน” เคยเดินแบบมาก่อนที่จะเข้าวงการแสดง และนี่เป็นการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งระหว่างพวกคุณทั้งสอง หลังจากเจอกันครั้งแรกในผลงานเดบิวต์ของคุณ “อูบิน” รู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง?
อีซม : ฉันดีใจมากตอนรู้ว่าจะได้ร่วมงานกับคุณคิมอูบิน แม้ฉากแรกที่แสดงด้วยกันพวกเราต้องใส่หน้ากาก แต่ฉันสัมผัสได้ถึงพลังจากสายตาของเขา ฉันคิดว่าเขาเป็นนักแสดงคุณภาพและรู้สึกปลื้มใจมากค่ะ
คิมอูบิน : ผมดีใจสุดๆ ครับที่ได้ร่วมงานกับคุณอีซมอีก ผมคุยกับเธอถึงเรื่องราวในอดีตที่เราเคยโดนดุเพราะแสดงได้ไม่ดีเท่าที่ควรตอนเป็นนักแสดงหน้าใหม่ แต่เราก็ฝ่าฟันและยังโลดแล่นอยู่ในวงการได้จนถึงทุกวันนี้ ผมดีใจมากครับ
Q : ในโลกความเป็นจริง ถ้าคุณมีโอกาสเข้าร่วมแข่งขันกับเหล่า “Black Knight” คุณจะเข้าร่วมหรือไม่ และคิดว่าจะสู้จนถึงรอบสุดท้ายหรือไม่?
คิมอูบิน : ถึงผมจะไม่แน่ใจว่าจะอยู่รอดจนถึงรอบสุดท้ายมั้ย แต่ผมก็ต้องเข้าร่วมครับ ผมว่าผมน่าจะสู้ได้นะเพราะผมตัวสูง อย่างน้อยผมก็น่าจะชนะผู้กำกับได้นะครับ (หัวเราะ)
ซงซึงฮอน : ผมเข้าร่วมแน่นอนครับ ผมต้องได้ที่หนึ่งอยู่แล้วครับ (หัวเราะ) ล้อเล่นครับ
อีซม : ฉันก็คงเข้าร่วมการแข่งขันด้วย และก็คงพยายามจนกว่าจะคว้าที่หนึ่งมาได้ค่ะ
คังยูซอก : ผมเป็นน้องเล็ก ยังไงผมก็ต้องชนะครับ

Q : อะไรคือสิ่งที่ผู้ชมจะได้รับจากการรับชมซีรีส์เรื่องนี้?
คังยูซอก : อย่างแรกคือตัวละคร คุณจะพบว่าตัวละครทุกบทบาทมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นอกจากนั้นก็จะได้เห็นกรุงโซลในโลกอนาคตด้วยครับ
คิมอูบิน : คุณจะได้เห็นนักแสดงที่ยอดเยี่ยมอย่างคุณคังยูซอก รวมถึงบทบาทใหม่ของคุณซงซึงฮอนและคุณอีซมที่คุณอาจจะไม่เคยได้เห็นมาก่อนครับ
ซงซึงฮอน : คุณจะได้มุมมองใหม่ๆ ที่คุณอาจไม่เคยพบจากผลงานอื่น เรามีตัวละครที่หลากหลาย มันอาจจะทำให้คุณตั้งคำถามว่าทำไมตัวละคร ‘รยูซอก’ ถึงต้องตัดสินใจแบบนี้ อะไรคือแรงจูงใจที่ทำให้พวกเขาขัดแย้งหรือช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และตระหนักถึงสิ่งที่ซีรีส์ต้องการสื่อครับ
อีซม : นอกจากพวกเราที่นั่งอยู่ตรงนี้แล้วยังมีนักแสดงหญิงคุณภาพอีกมากมายที่แข็งแกร่งและเพิ่มสีสันให้กับซีรีส์ค่ะ คิดว่าทุกคนต้องชอบค่ะ
ผู้กำกับโจอึยซอก : มีตัวละครที่หลากหลาย แต่ละคนต่างก็มีเป้าหมายและแรงจูงใจที่ต่างกัน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ชมสนุกมากขึ้นขณะรับชมครับ


Q : ฝากถึงแฟน ๆ ที่รอชม “Black Knight” ?
คังยูซอก : วันที่ 12 พฤษภาคมนี้ ซีรีส์ก็จะเผยแพร่สู่สายตาทุกท่านแล้ว ทั้งนักแสดงและทีมงานทุกคนตั้งใจกันอย่างมากครับ หวังว่าจะรับชมอย่างเพลิดเพลินครับ
คิมอูบิน : ผมทำงานอย่างมีความสุขและสนุกมากตลอดการถ่ายทำครับ ขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่านที่ให้เกียรติมาร่วมงานในวันนี้ รักษาสุขภาพด้วยนะครับทุกคน
ซงซึงฮอน : เนื่องด้วยซีรีส์เรื่องนี้เป็นประเด็นเกี่ยวกับมลพิษทางอากาศ ผมคิดว่าผู้ชมน่าจะอินและชอบเรื่องราวนะครับ ขอบคุณครับ
อีซม : ฉันดีใจมากที่ได้มีโอกาสพบปะทุกท่านต่อหน้าในวันนี้ อยากให้ทุกคนรับชมซีรีส์อย่างสบายใจและขอให้เพลิดเพลินในการชมนะคะ ขอบคุณค่ะ
ผู้กำกับโจอึยซอก : ขอบคุณสื่อทุกท่านที่ให้เกียรติมาในวันนี้ครับ พวกเราทุกคนทุ่มเทกันมากๆ ครับ อย่าลืมติดตามผลงานซีรีส์ ‘Black Knight’ ด้วยนะครับ




อุ่นเครื่องให้พร้อม เก็บข้อมูลให้ดี แล้วแท็คทีมกับเหล่าอัศวินราตรี “Black Knight” ออกไปสร้างความเท่าเทียมกันในโลกที่ล่มสลายจากมลพิษทางอากาศอันเลวร้าย พร้อมกอบกู้มนุษยชาติ!
ฮาอึน



















































