
ผู้ว่าฯ “นิวัฒน์” เปิดหน่วยเคลื่อนที่ ช่วยเหลือ เยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชน “คนอยุธยา..ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” พร้อมเกื้อหนุนโครงการวัดประชารัฐสร้างสุขอย่างยั่งยืน
วันที่ 9 มิถุนายน 2566 เวลา 09.00 น. ที่โดมวัดพนัญเชิงวรวิหาร อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาบูรณาการออกหน่วยเคลื่อนที่ ช่วยเหลือ เยี่ยมเยียน พบปะประชาชน ครั้งที่ 11 ภายใต้แนวคิด “คนอยุธยา..ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” พร้อมด้วย นางวัชราภรณ์ รุ่งสาคร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รองผู้ว่าราชการจังหวัด ร่วมพิธี โดยผนึกพลัง “บวร” นำโดย พระธรรมรัตนมงคล เจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าอาวาสวัดพนัญเชิงวรวิหาร นำคณะสงฆ์ ร่วมสนับสนุนการเกื้อหนุนโครงการวัดประชารัฐสร้างสุขอย่างยั่งยืน สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นโดย นางสาวนฤมล พงษ์สุภาพ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บูรณาการร่วมกับ อำเภอพระนครศรีอยุธยา เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา ส่วนราชการประจำจังหวัดและภายในอำเภอพระนครศรีอยุธยา และประชาชน ร่วมกิจกรรมกว่า 250 คน
ในโอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ได้พบปะประชาชน จากนั้น ได้มอบป้ายศูนย์ช่วยเหลือสังคมเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งศูนย์ฯตำบลและศูนย์ประสานอาสาสมัคร พม. จำนวน 21 ตำบล มอบรถเข็นนั่ง (วิลแชร์) จำนวน 1 คัน มอบเงินสงเคราะห์เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง จำนวน 30 ราย เป็นเงิน 90,000 บาท มอบเครื่องอุปโภคบริโภคพร้อมน้ำดื่ม จำนวน 65 ชุด มอบทุนการศึกษากองทุนพัฒนาเด็กชนบทในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี จำนวน 10 ทุน ทุนละ 1,000 บาท นักเรียนทุนมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนในพระบรมราชินูปถัมภ์ 1 ราย และลงพื้นที่เยี่ยมเยียนบ้าน กลุ่มเปราะบาง 1 ครอบครัว และเยี่ยมบ้านนักเรียนทุนฯ ในพื้นที่อำเภอพระนครศรีอยุธยา รวม 2 ครอบครัว
โดย นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร กล่าวว่า สำหรับการจัดโครงการบูรณาการออกหน่วยเคลื่อนที่ช่วยเหลือเยี่ยมเยียน พบปะประชาชน เป็นกิจกรรมการออกหน่วยบริการเคลื่อนที่ร่วมดำเนินการร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้บริการกลุ่มเปราะบาง (เด็ก คนพิการ ผู้สูงอายุ) และผู้ประสบปัญหาทางสังคมอื่นๆ ที่ยังไม่เข้าถึงสิทธิและสวัสดิการ ให้สามารถที่จะเข้าถึงสิทธิ์ในการเข้ารับบริการและความช่วยเหลืออื่นๆ จากภาครัฐได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น รวมถึงการสร้างขวัญกำลังใจให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบาง โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมและการบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และภาคประชาสังคม ร่วมกัน ในรูปแบบ “โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข” โดยเริ่มดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวความคิด “คนอยุธยา..ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” (วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

สิงห์บุรี จัดพิธีเชิญเครื่องไทยธรรมพระราชทานถวายแด่พระภิกษุ สามเณร ผู้สอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค
วันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ.2566 เวลา 10.30 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้นายสมศักดิ์ อนุราชเสนา ประจำสำนักพระราชวังพิเศษ เชิญผ้าไตร และเครื่องไทยธรรมพระราชทานแด่พระภิกษุสามเณร ผู้สอบได้เปรียญธรรม ๙ ประโยค มหาสุวิทย์ ฐานวุฑโฒ และสามเณรมหาพงษ์นินทร์ สุวิชาโน โดยมีนายสุพจน์ ยศสิงห์คำ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี พ.อ.ชายธนัญชา วาจรัต รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงจังหวัดสิงห์บุรี นายอำเภอเมือง หัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมพิธีฯ ณ วัดพระนอนจักรสีห์ วรวิหาร อำเภอเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี
ซึ่งการสอบไล่เพื่อวัดผลความรู้บาลีเพื่อเลื่อนชั้นเปรียญธรรมประจำปี ถือเป็นการวัดความรู้ชั้นสูงของคณะสงฆ์ไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่ได้ร่วมสืบทอดต่อกันมาตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงปัจจุบัน การสอบบาลีสนามหลวงในปัจจุบัน มีกองบาลีสนามหลวงรับผิดชอบดูแล ภายใต้การกำกับของมหาเถรสมาคม เมื่อพระภิกษุสามเณรรูปใดสอบไล่ได้ตั้งแต่ เปรียญธรรม 3 ประโยค ขึ้นไป จะได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตั้งให้เป็น “เปรียญ” และได้รับพระราชทานพัดยศเปรียญธรรม รวมทั้งมีคำนำหน้าชื่อยกย่องพระภิกษุผู้นั้นว่า “พระมหา” ซึ่งนับว่า ตำแหน่ง “เปรียญธรรม” นั้น เป็นสมณศักดิ์ทางวิชาการของพระสงฆ์ไทย ที่องค์พระประมุขของชาติ พระราชทานเพื่อเป็นการยกย่องถวายกำลังใจ แก่พระภิกษุและสามเณรผู้ศึกษาฝ่ายปริยัติธรรมมาตั้งแต่โบราณ (อำนาจ สุขเย็น / สิงห์บุรี)

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทาน ไปมอบให้ผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
วันที่ 9 มิถุนายน 2566 เวลา 14.00 น. มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทาน ไปมอบให้ผู้ประสบอัคคีภัย โดยมี นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานเชิญสิ่งของพระราชทานมอบให้กับ นายสำอาง จิตรีรัตน์ อายุ 84 ปี เจ้าของบ้านเลขที่ 52 หมู่ 7 ตำบลสนามชัย อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งประสบอัคคีภัยเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (9 มิถุนายน 2566) เวลาประมาณ 08.10 น. ที่ผ่านมา ทำให้บ้านเรือนได้รับความเสียหายทั้งหลัง มีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ นางทองถุง จิตรีรัตน์ อายุ 76 ปี สาเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
ซึ่งการได้รับสิ่งของพระราชทาน ยังความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์พระบรมราชูปถัมภก แห่งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นล้นพ้น โอกาสนี้ หน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำโดย นางวัชราภรณ์ รุ่งสาคร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายกฤษณ์ แก้วทองหลาง ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายสมยศ เกษสุวรรณ นายอำเภอบางไทร องค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด สมาคม มูลนิธิ ข้าราชการ ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ ร่วมลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ ได้มอบเงินและเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นขวัญกำลังใจด้วย (สุทธิพร กองสุทธิผล / อยุธยา)

กิจกรรมเดิน – วิ่ง Run for Earth : วิ่งรักษ์โลก
วันอาทิตย์ที่ 11 มิถุนายน 2566 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดกิจกรรม “เดิน-วิ่ง Run for Earth : วิ่งรักษ์โลก” เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ภายใต้แนวคิด Beat Plastic Pollution จัดโดย กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย Ms. Marlene Nilsson ผู้แทนโครงการแห่งสิ่งแวดล้อมสหประชาชาติ (UNEP) นายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายวิชัย บรรดาศักดิ์ นายกเทศมนตรีนครปากเกร็ด รองนายกเทศมนตรีฯ ปลัดเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พร้อมด้วย ส่วนราชการต่าง ๆ นักแสดง และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว ในการวิ่งระยะทาง 10 กิโลเมตร (มินิมาราธอน) และระยะทาง 5 กิโลเมตร (ฟันรัน) เพื่อรวมพลังเชิงสัญลักษณ์ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อม ในรูปแบบกิจกรรมงานเดิน – วิ่ง รวมถึงสร้างความรู้ ความเข้าใจ และให้ประชาชนมีส่วนร่วมในทุกมิติ ทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ณ ลานกิจกรรมประตู 4 สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ จังหวัดนนทบุรี (สมคิด – สมนึก ลือประดิษฐ / นนทบุรี)

จังหวัดชัยนาท จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณเขาขยาย ตำบลเขาท่าพระ อำเภอเมืองชัยนาท จังหวัดชัยนาท นายนที มนตริวัต ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท นำจิตอาสา ร่วมกันปลูกต้นไม้ รดน้ำและดูแลรักษาต้นไม้ บริเวณเขาขยาย เพื่อให้ประชาชนจังหวัดชัยนาททุกคน ได้มาช่วยกันรักษาทรัพยากรธรรมชาติและฟื้นฟูเขาขยายให้เป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ธรรมชาติ และเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ
ทั้งนี้เพื่อร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8 ที่ทรงมีพระเมตตาในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชนมีความรัก ความสามัคคี และพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าเป็นปึกแผ่นและยั่งยืน โดยมีส่วนราชการ ข้าราชส่วนท้องถิ่น และประชาชนจิตอาสา เข้าร่วมกิจกรรม (สุรพล บำรุงศรี – วรชล ฟักขาว / ชัยนาท)

รับมอบประกาศเกียรติคุณ “ปฏิบัติงานด้านการขยายผลจับกุมยาเสพติดดีเด่น”
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชากากรสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี มอบประกาศเกียรติคุณ “บุคคลหรือหน่วยงานที่มีผลการปฏิบัติงานด้านการขยายผลจับกุมคดียาเสพติดดีเด่น ” ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ครั้งที่ 6/2566 ณ.ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 แก่ พ.ต.อ.เกษดา วัชรานนท์ รอง ผบก.ภ.จว.สิงห์บุรี (ผู้แทนตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี) ปฏิบัติราชการ รอง ผบก.ภ.จว.สระบุรี อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อบ่าย ( 12 มิ.ย.2566) ที่ผ่านมา (วิรัตน์ เดชะวราฤทธิ์ / สระบุรี)

พ่อเมืองพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแก้ปัญหาลิงลพบุรี
นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิดการเสวนารับฟังความคิดเห็นการแก้ไขปัญหา “ลิง” จังหวัดลพบุรีอย่างยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ “ประชาชนสุขใจ ลิงปลอดภัย อยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน” หลังจากที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนในตัวเมืองลพบุรี ซึ่งจัดโดยสำนักงานจังหวัดลพบุรี ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดลพบุรี โดยมี นายวชิระ เกตุพันธ์ นายปรัชญา เปปะตัง นางเพชรรัตน์ เลิศรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายจำเริญ สละชีพ นายกเทศมนตรีเมืองลพบุรี หัวหน้าส่วนราชการ นักวิชาการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าร่วมเสวนา ที่ ห้องประชุมพระนารายณ์ ชั้น 4 อาคารรัตนเทพสตรี มหาวิทยาลัยราชภัฎเทพสตรี จังหวัดลพบุรี (กฤษณพงศ์ อยู่รอด – ธนพล อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี)

ผู้ว่ากรุงเก่า “นิวัฒน์” เป็นประธานเปิดกิจกรรมการเฝ้าระวัง คัดกรอง ป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพที่สำคัญในเรือนจำ ตามโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ : ก้าวสู่ 720,000 คน/ครั้ง/ปี
วันที่ 12 มิถุนายน 2566 ที่ เรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานเปิดกิจกรรมการเฝ้าระวัง คัดกรอง ป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพที่สำคัญในเรือนจำ ตามโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ : ก้าวสู่ 720,000 คน/ครั้ง/ปี โดยมี นายเทวพงศ์พันธ์ เมืองยม ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นผู้กล่าววัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ และได้รับเกียรติจาก นายนครินทร์ อาจหาญ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมนางเพ็ญศรี ไผทรัตน์ รองผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 4 จังหวัดสระบุรี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมพิธีเปิด
ด้วยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ์ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ทรงมีพระเมตตา และทรงห่วงใยประชาชนทุกหมู่เหล่า รวมทั้งผู้ต้องขังในเรือนจำ ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เครื่องมือ และครุภัณฑ์ทางการแพทย์ พร้อมพระราชทานแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ทำให้เกิดการประสานการปฏิบัติทางการแพทย์ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ต้องขังมีสุขภาพสมบูรณ์ทั้งกายและใจ เมื่อพ้นโทษสามารถกลับสูสังคมภายนอก และประกอบอาชีพสุจริตได้อย่างมีคุณภาพต่อไป
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงได้จัดโครงการราชทัณฑ์ปันสุขทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์: ก้าวสู่ 720,000 คน/ครั้ง/ปี ในครั้งนี้ เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่ทรงมีต่อประชาชนทุกหมู่เหล่า และน้อมนำพระราชดำริสู่การปฏิบัติให้เกิดเห็นผลเป็นรูปธรรม ในการเฝ้าระวัง คัดกรอง ป้องกันและควบคุมโรคและภัยสุขภาพที่สำคัญ เช่น วัณโรค โรคเอดส์ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โรคไวรัสตับอักเสบชนิดชี โรคไข้หวัดใหญ่ โรคหัด โรคหัดเยอรมัน และโรคโควิด-19 และกิจกรรมอื่นๆ ในเรือนจำ ซึ่งจะเป็นประโยชน์สร้างงานสร้างอาชีพต่อไปในอนาคต (วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

คณะสงฆ์ จังหวัดสระบุรีบริจาคเครื่องส่องเนื้อเยื่อปากมดลูก
เมื่อเร็วๆนี้ ที่ห้องประชุม สำนักงานผู้อำนวยการโรงพยาบาลสระบุรี คณะสงฆ์ จังหวัดสระบุรี นำโดย พระวิสิฐคณาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดสระบุรี เจ้าอาวาสวัดมงคลชัยพัฒนา พระครูศรีวรกิจจารักษ์ รองเจ้าคณะ จังหวัดสระบุรี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร พร้อมด้วย พุทธศานิกชน ร่วมกันบริจาค”เครื่องส่องตรวจเนื้อเยื่อปากมดลูก” ให้กับโรงพยาบาลสระบุรี มูลค่า 930,000 บาท (เก้าแสนสามหมื่นบาทถ้วน) โดยมี นายแพทย์อนันต์ กมลเนตร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสระบุรี พร้อมคณะผู้บริหารฯ รับมอบ (วิรัตน์ เดชะวราฤทธิ์ / สระบุรี)

อุทัยธานี จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาทาสีถนนบริเวณโรงพยาบาลสว่างอารมณ์ เนื่องในวันอานันทมหิดล
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 มิถุนายน 2566 ที่โรงพยาบาลสว่างอารมณ์ อำเภอสว่างอารมณ์ จังหวัดอุทัยธานี นายอลงกต วรกี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เป็นประธานกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาทาสีถนนบริเวณโรงพยาบาลสว่างอารมณ์ เนื่องในวันอานันทมหิดล พร้อมด้วย ส่วนราชการ จิตอาสาพระราชทาน และประชาชน ร่วมกิจกรรม เพื่อเป็นการแสดงถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกถึงพระองค์ท่าน จากนั้น นายอลงกต วรกี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี พร้อมส่วนราชการ ได้ร่วมกิจกรรมรณรงค์ป้องกัน ควบคุมโรคไข้เลือดออกและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย อำเภอสว่างอารมณ์
สำหรับวันอานันทมหิดลนั้น เป็นวันคล้ายวันเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ซึ่งเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 และด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันมีเป็นอเนกประการ ปวงชนชาวไทยจึงได้ถือเอาวันที่ 9 มิถุนายน ของทุกปี เป็นวันอานันทมหิดล
ทั้งนี้พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8 มีมากมายหลากหลายด้าน อาทิ การปกครอง การศาสนา และการศึกษา เมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2489 พระองค์ทรงเสด็จพระราชดำเนินพระราชทานปริญญาบัตร ณ หอประชุมราชแพทยาลัย ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ในการพระราชทานปริญญาบัตรครั้งนี้ พระองค์ได้มีพระราชปรารภให้มีการผลิตแพทย์เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้เพียงพอที่จะช่วยเหลือประชาชน และทรงก่อตั้งโรงเรียนแพทย์แห่งที่ 2 ของประเทศไทย ซึ่งในปัจจุบันคือ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ชนม์สวัสดิ์ ทองโพธิ์งาม / อุทัยธานี)

ปทุมธานี ชาวลาดหลุมแก้วปลื้มร่วมปลูกกล้วย 1,000 ต้น สร้างความมั่นคงทางอาหารให้ ปชช.ฟรี
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 มิถุนายน 2566 ที่บริเวณพื้นที่สาธารณะ 5 ไร่ ถนนเลียบคลองขวางล่าง ฝั่งตะวันออก หมู่ 7 ตำบลลาดหลุมแก้ว อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี นางรัฐยา อาจหาญ เผยพร นายอำเภอลาดหลุมแก้ว นำประชาชนจิตอาสา ร่วมกันจัดกิจกรรมปลูกต้นกล้วย จำนวน 1,000 ต้น เพื่อเพิ่มพื้นทีสีเขียวและเป็นแหล่งอาหารให้ประชาชนเก็บเกี่ยวใช้ประโยชน์ได้ฟรี
บรรยากาศกิจกรรมปลูกต้นกล้วย จำนวน 1,000 ต้น บนพื้นที่สาธารณะ 5 ไร่ มีนายสุริยะ ภิรมย์พร้อม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลลาดหลุมแก้ว นายสำรวย เกาะแก้ว กำนันตำบลลาดหลุมแก้ว ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และภาคีเครือข่ายต่างๆ ของอำเภอลาดหลุมแก้ว ร่วมกันปลูกกล้วยน้ำว้าพันธุ์มะลิอ่อง และกล้วยหอมทอง สร้างความมั่นคงทางอาหาร เพิ่มพื้นทีสีเขียวให้ชุมชน และเป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เติมความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจท้องถิ่น ลดความเหลื่อมล้ำสร้างอาชีพและรายได้พัฒนาคุณภาพชีวิตคุณในชุมชนดีอย่างยั่งยืน
นางรัฐยา อาจหาญ เผยพร นายอำเภอลาดหลุมแก้ว กล่าวว่า ภายใต้การอำนวยการของนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี อำเภอลาดหลุมแก้ว ร่วมกับ ผู้นำชุมชน และประชาชนจิตอาสา ร่วมการทำกิจกรรมปลูกกล้วย 1,000 ต้น ในวันนี้ ถือเป็นการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ มุ่งมั่นน้อมนำพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการสืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ผ่านการเรียนรู้และปฏิบัติตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นำไปสู่การใช้ชีวิตแบบ “พึ่งพาตนเอง” และถือว่า การปลูกต้นกล้วยในพื้นที่สาธารณะครั้งนี้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ได้นำแนวทางการขับเคลื่อนพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภอลาดหลุมแก้ว ผ่านนโยบายของกระทรวงมหาดไทยที่ได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระราชทานแนวทาง “หนึ่งตำบลหนึ่ง หมู่บ้านยั่งยืน” (Sustainable Village) รวมถึงพระราชดำริการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่สอดคล้องกับแนวคิด “อาหารก่อกำเนิดเกิดจากดิน” ซึ่งการเลือกปลูกต้นกล้วยถือว่า มีประโยชน์มากมายมหาศาล สามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งต้น ใบ และผล โดยต้นกล้วยสามารถช่วยป้องกันตลิ่ง การกัดเซาะของหน้าดิน ผลที่ได้มีทั้งหัวปลี หวีกล้วย หยวกกล้วยที่ประชาชนสามารถบริโภคได้ทั้งหมด จนสามารถเผื่อแผ่ให้สัตว์ต่างๆ ได้บริโภค รวมถึงใบตองสามารถนำมาห่ออาหาร และทำประโยชน์ต่างๆ ได้นานัปการ การทำกิจกรรมในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการสร้างพื้นที่แห่งความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนให้แก่ประชาชน ประชาชนมีสุข สุขทั้งกาย สุขทั้งใจ และเป็นต้นแบบให้กับตำบล หมู่บ้าน ชุมชนต่างๆ ได้สืบต่อไป (แสงกฤช – ประสิทธิ์ จิตสว่าง / ปทุมธานี)

จังหวัดชัยนาท และวัดสรรพยาวัฒนาราม ร่วมกับชาวบ้านตลาดเก่าสรรพยา จัดการแสดงละคร อิงพระพุทธประวัติ สื่อผสมประกอบแสง สี เสียง ชุดอัฏฐมีบูชา มหาปรินิพพานฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดสรรพยาวัฒนาราม อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท นางสาวชไมพร อำไพจิตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ร่วมรับชมการแสดงละครอิงพระพุทธประวัติ สื่อผสมประกอบแสง สี เสียง ชุดอัฏฐมีบูชา มหาปรินิพพาน และประวัติศาสตร์ของพระพุทธรูป ปางประทับนอนหงายในหีบพระบรมศพ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “ปางแหย่เท้า” เป็นพระพุทธรูปประทับนอนหงายในหีบพระบรมศพ โดยมีพระบาทยื่นออกมาจากหีบพระบรมศพ โดยมีพระมหากัสสปะ ซึ่งเป็นพระอรหันต์สาวก และพระสาวกรวมทั้งหมด 4 รูป นั่งกราบสักการะอยู่ปลายพระบาท อันเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่หาชมยากอายุกว่า 100 ปี ภายในวิหารน้อยเก่าแก่อายุกว่า 120 ปี คู่บ้านคู่เมืองสรรพยามาช้านาน โดยมีส่วนราชการ และประชาชนร่วมรับชม
ประวัติความเป็นมา วันอัฏฐมีบูชา เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานแล้ว 8 วัน มัลลกษัตริย์แห่งนครกุสินารา พร้อมด้วยประชาชน และพระสงฆ์อันมีพระมหากัสสปเถระเป็นประธาน ได้พร้อมกันกระทำการถวายพระเพลิงพุทธสรีระ ณ มกุฎพันธนเจดีแห่งกรุงกุสินารา เมื่อวันแรม 8 ค่ำ เดือน 6 ซึ่งนิยมเรียกกันว่าวันอัฏฐมีนั้น เวียนมาบรรจบ แต่ละปี พุทธศาสนิกชนบางส่วน โดยเฉพาะพระสงฆ์และอุบาสกอุบาสิกา ได้พร้อมกันประกอบพิธีบูชาขึ้น เป็นการเฉพาะภายในวัด เช่นที่ปฏิบัติกันอยู่ในวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ เป็นต้น
วันอัฏฐมีคือวันแรม 8 ค่ำ เดือน 6 เป็นวันที่มีเหตุการณ์สำคัญทางพระพุทธศาสนา ถือเป็นวันที่ตรงกับวันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ เป็นวันที่ชาวพุทธต้องวิปโยค และสูญเสียพระบรมสรีระแห่งองค์พระบรมศาสดา ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะอย่างสูงยิ่ง และเป็นวันควรแสดงธรรมสังเวช และระลึกถึงพระพุทธคุณให้สำเร็จเป็น พุทธานุสสติภาวนามัยกุศล การประกอบพิธีอัฏฐมีบูชานั้น นิยมทำกันในตอนค่ำ และปฏิบัติอย่างเดียวกันกับประกอบพิธีวิสาขบูชา ต่างแต่คำบูชาเท่านั้น
นอกจากนี้เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระพุทธคุณของสมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า และในปีนี้วันที่ 11มิถุนายน ตรงกับวันแรม 8 ค่ำ เดือน 7 ซึ่งในทางพระพุทธศาสนา คือวันอัฏฐมีบูชา หรือ วันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หลังเสด็จดับขันธปรินิพพานได้ 8 วัน ดังนั้นเพื่อเป็นการรำลึกถึงวันอัฏฐมีบูชา และน้อมถวายเป็นพุทธบูชา อีกด้วย (สุรพล บำรุงศรี – วรชล ฟักขาว / ชัยนาท)

แพทย์หญิงชนิญญา พัฒนศักดิ์ภิญโญ ผอ.โรงพยาบาลเสนา ร่วมประชุมกับปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ปชส. รพ.เสนา วันที่ 13 มิถุนายน 2566 แพทย์หญิงชนิญญา พัฒนศักดิ์ภิญโญ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเสนา เข้าร่วมประชุมสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขส่วนกลางและส่วนภูมิภาค นอกสถานที่ ครั้งที่ 3 ประจำปีงบประมาณ 2566 เพื่อติดตามการดำเนินงานตามนโยบายมุ่งเน้นของกระทรวงสาธารณสุข การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยการศึกษาจากผลสำเร็จปัญหา และอุปสรรคของการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติสำหรับผู้บริหารทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหา ฟื้นฟู เยียวยา พัฒนาบุคลากรและระบบสาธารณสุขในภาพรวมและร่วมขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมฯ ณ ห้องประชุมขุมทองวิไล มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย อำเภอเมือง จังหวัดเลย (วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

คณะทำงานนิเทศโครงการและติดตามความก้าวหน้า อำเภอบำบัดทุกข์ บำรุงสุขฯ และหนึ่งตำบล หนึ่งหมู่บ้านยั่งยืนฯ ลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
วันศุกร์ที่ 8 มิถุนายน 2566 เวลา 09.00 น. ณ ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายประชา เตรัตน์ ประธานตรวจนิเทศโครงการและติดตามผลการดำเนินงานตามโครงการอำเภอบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแบบบูรณาการอย่างยั่งยืน และโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งหมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Vilage) เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พร้อมด้วยนายปรีชา เดชพันธุ์ หัวหน้าผู้ตรวจกระทรวงมหาดไทย และคณะทำงาน ร่วมนิเทศและรับฟังการดำเนินการขับเคลื่อนโครงการและติดตามผลการดำเนินงานตามโครงการอำเภอบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแบบบูรณาการอย่างยั่งยืน และโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งหมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Vilage) ของ 16 อำเภอ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยแต่ละอำเภอ ได้นำเสนอผลการขับเคลื่อนการดำเนินโครงการฯ ปัญหา อุปสรรค โดยประธานฯ เน้นย้ำ การทำงานเชิงรุก สร้างความเข้มแข็ง 7 ภาคีเครือข่าย ปรับการทำงานให้ตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่ให้มากที่สุด พร้อมนำข้อมูลที่ได้รับ เพื่อนำเสนอผู้บริหารระดับสูงต่อไป
จากนั้นเวลา 14.00 น. คณะนิเทศ ฯ ได้ลงพื้นที่บ้านคุ้งแมว หมู่ 1 ตำบลบ้านสร้าง อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อตรวจเยี่ยมหมู่บ้านต้นแบบในการดำเนินโครงการโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งหมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Vilage) โดยมีนายประพันธ์ ตรีบุบผา ปลัดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมให้รายละเอียดในพื้นที่บ้านคุ้งแมวเป็นพื้นที่นำร่องในการอบรมส่งเสริมอาชีพ สนับสนุนให้ครัวเรือนได้ปลูกผักอินทรีย์ ไว้กินในครอบครัว ตามโครงการของกระทรวงมหาดไทย “บ้านนี้มีรักปลูกผักกินเอง” “ทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน” และการกำจัดขยะในครัวเรือนโดยการทำถังขยะเปียกลดโลกร้อน จนส่งผลให้ประชาชนมีแหล่งอาหารที่มั่นคงและปลอดสารพิษ ส่งผลดีต่อสุขภาพ
ประธานตรวจนิเทศฯ ได้กล่าวชื่นชมและให้กำลังใจ บ้านคุ้งแมว ม.1 ตำบลบ้านสร้าง ที่มีความเข้มแข็งมีผลงานเป็นรูปธรรม เปรียบเปรย 100 ทฤษฎี ไม่เท่า 1 ลงมือทำ น้อมนำศาสตร์พระราชาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวงรัชกาลที่ 9 นำมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิต รวมถึงการปลูกผักอินทรีย์ที่ไม่ใช้สารเคมีในการปลูกผัก เป็นหมู่บ้านต้นแบบ สามารถให้ผู้สนใจเข้ามาศึกษาเรียนรู้ เพื่อจะขยายผลพื้นที่อื่นต่อไป (ชาญ – กอบกฤษณ์ ชูกลิ่น / อยุธยา)

กรรมการคัดสรรกิจกรรมพัฒนาชุมชนดีเด่นลพบุรี ลงพื้นที่หาระดับหัวกะทิ
นางบัณฑิตา หมื่นพรม พัฒนาการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยคณะกรรมการการคัดสรรกิจกรรมพัฒนาชุมชนดีเด่นระดับจังหวัดลพบุรี ประจำปี 2566 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่พิจารณากิจกรรมพัฒนาชุมชนดีเด่น ระดับจังหวัด ณ กลุ่มจักสานตะกร้าหวายเทียมบ้านเนินมะกอก หมู่ที่ 12 ตำบลดงมะรุม อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี
สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้เพื่อพิจารณาคัดสรรกิจกรรมพัฒนาชุมชนดีเด่นระดับจังหวัดลพบุรี ประจำปี 2566 ตามโครงการส่งเสริมและพัฒนากลุ่มเป้าหมายตามระบบมาตรฐานการพัฒนาชุมชน (มชช.) และการคัดสรรกิจกรรมพัฒนาชุมชนดีเด่นระดับจังหวัดลพบุรี ในอำเภอโคกเจริญ ประกอบไปด้วย 1. ประเภทกลุ่ม/องค์กรชุมชนแกนหลักสำคัญในการพัฒนาชุมชน (โล่รางวัล “สิงห์ทอง”) กลุ่มทำน้ำพริกบ้านเขาราบ หมู่ที่ 7 ตำบลยางราก อำเภอโคกเจริญ 2. ประเภทผู้นำอาสาพัฒนาชุมชนหญิง (โล่รางวัล “สิงห์ทอง”) ได้แก่ นางสิริกร วาชัยศรี ตำบลยางราก อำเภอโคกเจริญ และในส่วนอำเภอโคกสำโรง การคัดสรรกิจกรรมพัฒนาชุมชนดีเด่นระดับจังหวัดลพบุรี ประเภทกลุ่ม/องค์กรชุมชนแกนหลักสำคัญในการพัฒนาชุมชน (โล่รางวัล “สิงห์ทอง”) กลุ่มจักสานตะกร้าหวายเทียมบ้านเนินมะกอก หมู่ที่ 12 ตำบลดงมะรุม อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี (กฤษณพงศ์ อยู่รอด – ธนพล อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี)

สระบุรี ประชุมคณะอนุกรรมการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งติดตามการดำเนินงานและพิจารณาแผนขับเคลื่อนการดำเนินงาน
วันที่ 13 มิ.ย. 2566 ที่ห้องประชุมตะแบกนา ศาลากลางจังหวัดสระบุรี นายกิตติศักดิ์ ธีระวัฒนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ครั้งที่ 1/2566 โดยมีคณะอนุกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนองค์กรศาสนา ผู้ทรงคุณวุฒิด้านองค์กรสาธารณประโยชน์ ด้านองค์กรสวัสดิการสังคม เข้าร่วมประชุม เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งในจังหวัดสระบุรี ในปีงบประมาณ 2566 ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดสระบุรีได้ให้การช่วยเหลือคนไร้ที่พึ่งในจังหวัดสระบุรี จำนวน 354 ราย รับเข้าคุ้มครองในศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดสระบุรี 51 ราย แยกเป็น ไร้ที่พึ่ง 34 ราย จิตเวช 16 ราย ขอทาน 1 ราย คุ้มครองช่วยเหลือแต่ไม่ได้พักอยู่ภายในศูนย์ฯ 303 ราย แยกเป็น ไร้ที่พึ่ง 17 ราย จิตเวช 13 ราย ขอทาน 6 ราย ผู้ประสบปัญหาทางสังคม 267 ราย พื้นที่ที่พบคนไร้ที่พึ่งมาก ได้แก่ อำเภอเมืองสระบุรี พระพุทธบาท แก่งคอย เฉลิมพระเกียรติ หนองแค ตามลำดับ
โดยได้นำเข้ารับการคุ้มครองภายในศูนย์ ส่งคืนครอบครัว ส่งทำงานในสถานประกอบการ และอื่น ๆ พร้อมกันนี้ได้ร่วมพิจารณาแนวทางและแผนการขับเคลื่อนการดำเนินงานการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดสระบุรี ประจำปี 2567 และแนวทางหรือแผนการดำเนินงานช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมในกรณีเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งคณะอนุกรรมการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดสระบุรี ได้เห็นชอบในหลักการแล้ว(สมนึก สุขีรัตน์ / สระบุรี)



