พระนครศรีอยุธยา
ผู้ว่า “นิวัฒน์” นำพุทธศาสนกชนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ อาคารหอประชุมสงข์ ชั้น 2 วัดพนัญเชิง วรวิหาร อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย คณะรองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชนทุกหมู่เหล่า มาร่วมรับชมการถ่ายถอดสดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระกุศลและถวายพระพรแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 8 รอบ 26 มิถุนายน 2566 ทาง Zoom จากวัดเขียนเขต จังหวัดปทุมธานี (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

ลพบุรี
ผู้ว่า “อำพล” พร้อมคณะสงฆ์ นำโดยพระพรหมกวี กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค 3 หัวหน้าพระธรรมทูตสายที่ 2 เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนาถวายเป็นพระกุศล เนื่องในโอกาสคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกเจริญพระชนมายุครบ 8 รอบ 96 พรรษา โดยมี พระเทพเสนาบดี เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี เจ้าอาวาสวัดกวิศรารามราชวรวิหาร พระปัญญาวิสุทธิโมลี เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี (ธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดพระนางจามเทวี พระราชวิสุทธิประชานาถ เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 3 พระครูสิริจริยาภรณ์ เจ้าคณะอำเภอเมืองลพบุรี เจ้าอาวาสวัดเสาธงทอง และคณะสงฆ์ จังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัด ข้าราชการตุลาการ ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมพิธีใน ณ พุทธสถานลพบุรีศรีสุวรรณภูมิ (โดยวัดพระบาทน้ำพุ) อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี (กฤษณพงศ์ อยู่รอด – ธนพล อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี)

อุทัยธานี
ผู้ว่า “ธีรพัฒน์” ผู้ว่าราชการจังหวัด บริเวณวงเวียนห้าแยกวิทยุ อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เป็นประธานพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระกุศล งานฉลองพระชนมายุ 8 รอบ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก พร้อมด้วย นายอลงกต วรกี นายพีระพล ตัณฑโอภาส รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ศาล ทหาร ตำรวจ ส่วนราชการ และประชาชน เข้าร้วมพิธี ตักบาตรพระภิกษุและสามเณร จำนวน 97 รูป ถวาย (ชนม์สวัสดิ์ ทองโพธิงาม / อุทัยธานี)

สิงห์บุรี
.ผู้ว่า “สุพจน์” จังหวัดสิงห์บุรี พระเทพปริยัติสุธีเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรีเป็นประธานฝ่ายสงฆ์และนายสุพจน์ ยศสิงห์คำผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรีเป็นประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์ จำนวน 97 รูป เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 8 รอบ ณ พุทธมณฑลจังหวัดสิงห์บุรี วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร โดยมีหัวหน้าศาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และพสกนิกรทุกหมู่เหล้าเข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรพร้อมเพรียงกัน (อำนาจ สุขเย็น / สิงห์บุรี)

ชัยนาท
รองผู้ว่า “ศรณ์จักรชัย” จังหวัดชัยนาท จัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระกุศลงานฉลองพระชนมายุ 8 รอบ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 8 รอบ 96 พรรษา ที่บริเวณเขื่อนเรียงหิน หน้าศาลากลางจังหวัดชัยนาท นายศรณ์จักร์ชัย ชูวาพิทักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท นำส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชน ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง พระสงฆ์ 97 รูป ถวายพระกุศลงานฉลองพระชนมายุ 8 รอบ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 8 รอบ 96 พรรษา (สุรพล บำรุงศรี / ชัยนาท)

(P6) สระบุรี
นายอำเภอพระพุทธบาท “เรืองลักษณ์” ที่บริเวณบันไดนาค วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี นายเรืองลักษณ์ เรืองยังมี นายอำเภอพระพุทธบาท นำข้าราชการ พนักงานในสังกัด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมพิธี ทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง แด่พระสงฆ์ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร (สมนึก สุขีรัตน์ / สระบุรี)

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ประจำจังหวัดสระบุรี นำเงินและสิ่งของพระราชทานมอบช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่อำเภอหนองโดน
วันที่ 27 มิถุนายน 2566 นางอังคณา ชิตะติตติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ในฐานะรองประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ประจำจังหวัดสระบุรี นำเงินและสิ่งของพระราชทาน ช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เดินทางไปมอบสิ่งของพระราชทาน ให้กับ นายชูชาติ ธำรงค์วงษ์ อายุ60 ปี บ้านเลขที่ 46 หมู่ที่ 8 ตำบลหนองโดน อำเภอหนองโดน จังหวัดสระบุรีผู้ประสบเหตุอัคคีภัย สภาพบ้านเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกใต้ถุนสูง ได้รับความเสียหายเกือบทั้งหลัง ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตทาง มูลนิธิราชประชานุเคราะห์เดินทางไปมอบสิ่งของให้กับ นายประเทือง เล็กคง อายุ 83 ปี และบ้านเลขที่ 111 หมู่ 6 ตำบลดอนทอง อำเภอหนองโดน และ นางลักขณา บุญอารักษ์ อายุ55 ปี ซึ่งทั้งสองหลังถูกไฟไหม้เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยวันนี้ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ประจำจังหวัดสระบุรี พร้อมด้วยคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดสระบุรี ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระบุรี ได้นำเงินช่วยเหลือ สิ่งของเครื่องใช้อุปโภคและบริโภคนำไปมอบให้ด้วย และจังหวัดสระบุรีจะได้พิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย ด้านค่าวัสดุซ่อมแซมก่อสร้างที่อยู่อาศัย และเป็นสิ่งของช่วยเหลือเบื้องต้น (สมนึก สุขีรัตน์ / สระบุรี)

พระนครศรีอยุธยา บูรณาการเปิดหน่วยเคลื่อนที่ เยี่ยมเยียน ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน “คนอยุธยา..ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” พร้อมเกื้อหนุนโครงการวัดประชารัฐสร้างสุขอย่างยั่งยืน พื้นที่อำเภออุทัย
ช่วงเช้าของ วันที่ 23 มิถุนายน 2566 ที่ โดมอเนกประสงค์วัดลุ่ม ตำบลโพสาวหาญ อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บูรณาการร่วมกับส่วนราชการประจำจังหวัดและภายในพื้นที่อำเภออุทัย ร่วมออกหน่วยเคลื่อนที่ ช่วยเหลือ เยี่ยมเยียน พบปะประชาชน ครั้งที่ 12 ภายใต้แนวคิด “คนอยุธยา..ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” โดยมี นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานฯ พร้อมด้วย นางวัชราภรณ์ รุ่งสาคร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คณะรองผู้ว่าราชการจังหวัด และประชาชน ร่วมกิจกรรมกว่า 250 คน รวมทั้งได้รับความเมตตาจากคณะสงฆ์ นำโดย พระเทพวัชรจริยาจารย์ รองเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าอาวาสวัดกษัตราธิราช ร่วมสนับสนุนการเกื้อหนุน “โครงการวัด ประชารัฐ สร้างสุข อย่างยั่งยืน” มอบเครื่องอุปโภคบริโภค
ในโอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ได้พบปะประชาชน และมอบป้ายศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลและศูนย์ประสานอาสาสมัคร พม. มอบรถเข็นนั่ง (วิลแชร์) จำนวน 1 คัน มอบเงินสงเคราะห์เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง จำนวน 50 ราย เป็นเงิน 150,000 บาท มอบเครื่องอุปโภคบริโภคพร้อมน้ำดื่ม จำนวน 55 ชุด มอบทุนการศึกษากองทุนพัฒนาเด็กชนบทในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี จำนวน 10 ทุน ทุนละ 1,000 บาท มอบทุนการศึกษาจากองทุนพัฒนาไฟฟ้าบริษัท กัลฟ์ฯ จำนวน 30 ทุนๆละ 2,000 บาท รวม 60,000 บาท และลงพื้นที่เยี่ยมเยียนบ้านกลุ่มเปราะบาง และผู้ป่วยในพระบรมราชานุเคราะห์และทุนมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพื้นที่ จำนวน 3 ครอบครัว
โดย นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร เปิดเผยว่า การจัดโครงการบูรณาการออกหน่วยเคลื่อนที่ช่วยเหลือเยี่ยมเยียน พบปะประชาชน เป็นกิจกรรมการออกหน่วยบริการเคลื่อนที่ร่วมดำเนินการร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้บริการกลุ่มเปราะบาง (เด็ก คนพิการ ผู้สูงอายุ) และผู้ประสบปัญหาทางสังคมอื่นๆ ที่ยังไม่เข้าถึงสิทธิและสวัสดิการ ให้สามารถที่จะเข้าถึงสิทธิ์ในการเข้ารับบริการและความช่วยเหลืออื่นๆ จากภาครัฐได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น รวมถึงการสร้างขวัญกำลังใจให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบาง โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมและการบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และภาคประชาสังคม ร่วมกัน ในรูปแบบ “โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข” “โครงการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎร์” โดยเริ่มดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวความคิด “คนอยุธยา..ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

อบจ.อยุธยา นำร่องเมืองอัจฉริยะ จัดอบรมให้ความรู้เสริมการมีส่วนร่วมการพัฒนาเมืองมรดกโลก
วันที่ 22 มิถุนายน 2566 ที่ห้องประชุมโรงแรมกรุงศรีริเวอร์ นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฎิบัติการพัฒนาเมืองมรดกโลกอยุธยา สู่เมืองน่าอยู่ที่ชาญฉลาด หรือ Ayutthaya Smart Heritage โดยมี นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้การต้อนรับและจัดการประชุม ซึ่งมีตัวแทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อบต เทศบาล หอการค้า การท่องเที่ยวภาคอุตสาหกรรม มาร่วมประชุม จำนวนกว่า 200 คน
นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล กล่าวว่า การจัดอบรมครั้งนี้ ต้องการสร้างความรู้ในการมีส่วนร่วมการพัฒนาเมือง มีส่วนร่วมในการกำหนดกรอบ และการดำเนินงานให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาท้องถิ่น อีกทั้งบุคลากรยังได้รับการพัฒนาเป็นมืออาชีพในการพัฒนาเมือง ผู้เข้าร่วมการประชุมสามารถจัดทำแผนในการพัฒนาได้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด นอกจากนี้ยังเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ องค์กร และประชาชน เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงในการวางแนวทางพัฒนาเมืองอัจฉริยะ
ด้าน นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร กล่าวว่า ขอชื่นชมองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ได้จัดการประชุมและการให้ความรู้เพื่อการจัดทำแผนให้สอดคล้องกับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ซึ่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีความหลากหลาย และมีความพร้อมในการพัฒนาสู่เมืองอัจฉริยะได้ ซึ่งหลายจังหวัดมีการประกาศเป็นเมืองอัจฉริยะแล้ว การพัฒนาเมืองอัจฉริยะเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมในการพัฒนาเพื่อให้ทันกับความเจริญที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งจากการพบกับผู้ประกอบการต่างๆ พบว่ามีการพัฒนาไปมาก ซึ่งยอมรับว่าส่วนราชการแทบจะตามไม่ทัน บางเรื่องล้าหลังไม่ทันภาคเอกชน ซึ่งในส่วนของการพัฒนาบุคลากรเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก และยังมีอีกหลายส่วนที่ต้องมีการพัฒนาสู่ความเป็นเมืองอัจฉริยะในอนาคต ซึ่งหลังจากมีการประชุมและให้ความรู้แล้วเชื่อว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการจัดทำแผนเพื่อการพัฒนาให้สอดคล้องกับพื้นที่ต่อไป (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ติดตามโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง ริมแม่น้ำป่าสัก ที่ได้รับจัดสรรงบประมาณ 22 ล้านบาท เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด
นายสุวิทย์ วิจิตรโสภา ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เดินทางมาลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อติดตามโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำป่าสัก บริเวณหมู่ที่ 2 ตำบลบางพระครู อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งได้รับจัดสรรงบประมาณ 22 ล้านบาท โดยมี คณะกรรมการ ก.ธ.จ.อยุธยา สำนักงาน ป.ป.ท.เขต และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ หลังจากนั้น นายสุวิทย์ วิจิตรโสภา ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ครั้งที่ 2/2566 ณ ห้องประชุมบึงพระราม ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
นายสุวิทย์ วิจิตรโสภา กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เพื่อติดตามและสอดส่องโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำป่าสัก บริเวณหมู่ที่ 2 ตำบลบางพระครู อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ความยาว 200 เมตร ซึ่งเป็นโครงการที่สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นผู้รับผิดชอบ งบประมาณ 22 ล้านบาท เริ่มสัญญาเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2565 ซึ่งจะสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 22 กันยายน 2566 รวมระยะเวลาดำเนินการ 300 วัน สำหรับการก่อสร้างเขื่อนดังกล่าว ปัจจุบัน มีความคืบหน้ากว่า 82.35% ซึ่งถือว่าเร็วกว่าแผนที่กำหนดไว้ 22.83%
ทั้งนี้ จากติดตามการก่อสร้างนี้ พบว่า โครงสร้างได้มาตรฐาน มั่นคง ซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์ในการป้องกันการกัดเซาะริมตลิ่ง ในขณะเดียวกัน จะป้องกันการทรุดตัวของดินในหน้าแล้งอีกด้วย โดยภาพรวมโครงการนี้ถือว่าเป็นไปตามแผนและเป็นประโยชน์ชัดเจน จากนี้จะไปดูในรายละเอียดอีกทีว่าประเด็นไหนที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน ทางกรรมการ ก.ธ.จ. จะให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ที่เป็นประโยชน์ตามแนวทางที่ควรต่อไป (วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

มทร.สุวรรณภูมิ “เพิ่มศักยภาพและประสบการณ์” เตรียมส่งนักศึกษาฝึกปฏิบัติในต่างประเทศเป้าหมายแรก”ญี่ปุ่น”
นายธีรพล ขุนเมือง อดีตอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงานในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับนโยบายสหกิจศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ(มทรส.)เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการกำกับนโยบายสหกิจศึกษา เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ที่ผ่านมา ว่าปัจจุบัน มทรส.มีการจัดการศึกษารูปแบบสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน (Work and Work integrated Education : CWIE) ซึ่งเป็นกลไกการจัดการเรียนการสอนที่สถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานภายนอกดำเนินการร่วมกันอย่างเป็นระบบ โดยให้นักศึกษาได้เรียนรู้ในมหาวิทยาลัยควบคู่กับการปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการ( Work-based Learning) ในทุกรูปแบบเพื่อมุ่งสู่การเป็น”บัณฑิตนักปฏิบัติ ที่เป็นคนดี มีความรู้ รักสู้งาน”อย่างมืออาชีพ และพร้อมเข้าสู่การทำงาน หลังจบการศึกษาได้ทันที โดย มทรส.มีการพัฒนาศักยภาพของอาจารย์นิเทศ ควบคู่กับการประสานงานบริษัทที่มีมาตรฐาน ให้นักศึกษาไปฝึกปฏิบัติอย่างเข้มข้น
นายธีรพล กล่าวต่อไปว่าที่ผ่านมา มทรส.ได้ส่งบุคลากรสายวิชาการเข้ารับการอบรมด้านสหกิจศึกษาเป็นส่วนใหญ่แล้วและเพื่อเพิ่มศักยภาพ ได้มีการส่งให้อาจารย์เข้ารับการอบรมหลักสูตร”คณาจารย์นิเทศสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน”เพิ่มเติมอีกด้วย ซึ่งขณะนี้ผ่านการอบรมแล้ว 144 คนและจะส่งเข้าอบรมเพิ่มเติมระหว่าง 19-21 กรกฎาคม นี้ อีก 37 คนโดยในส่วนของนักศึกษาก็ได้มีการจัดส่งนักศึกษาเข้าฝึกงานสหกิจศึกษาในภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษาปี 2566 คนจำนวน 482 คน สถานประกอบการ 194 แห่งและอยู่ระหว่างดำเนินการให้นักศึกษาได้ไปฝึกปฏิบัติในต่างประเทศในรูปแบบ “internship” อีกด้วย โดยได้มีการประสานงานกับบริษัท P.K.SIAM ซึ่งตั้งอยู่ที่”ประเทศญี่ปุ่น” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะมีการลงนาม MOU ร่วมกันในเร็วๆนี้ ซึ่งจะทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้การทำงานในต่างประเทศ พร้อมได้ทักษะด้านภาษาเพิ่มเติม และค้นพบตัวเองว่าจบแล้วควรจะทำอะไร รวมทั้งมีรายได้ระหว่างการเรียนด้วย (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)


ผู้ว่าฯอยุธยา “นิวัฒน์” พร้อมหน่วยงาน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานประกอบกิจการ บมจ. เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม และ ซีพี แอ็กซ์ตร้า หวังสร้างเครือข่ายความร่วมมือภาครัฐกับภาคเอกชน
วันที่ 23 มิ.ย.66 เวลา 13.30 น. นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นายไพรัตน์ เพชรยวน รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงาน และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประกอบการ ณ บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด และผู้บริหารบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย โดยมี คุณศิริพร เดชสิงห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานสื่อสารองค์กร CP AXTRA และคุณธนเดช ตระกูลยิ่งยง ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายรัฐสัมพันธ์ นำคณะผู้บริหารบริษัทฯ ให้การต้อนรับพร้อมนำเสนอข้อมูลของบริษัท เล่าถึงกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์ ระหว่างโลตัสและแมคโคร และนำเยี่ยมโรงงาน
นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร กล่าวว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีสถานประกอบเป็นจำนวนมาก และเพื่อลดช่องว่างในการติดต่อสื่อสารกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงได้ให้สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดทำโครงการ พบปะเยี่ยมเยือนผู้ประกอบการ เพื่อเป็นการร่วมปรึกษาหารือแนวทาง มาตรการต่างๆ เพื่อเตรียมรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และการส่งเสริมการลงทุน ตลอดทั้งการประสานความร่วมมือ ระหว่างหน่วยงานของภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลคุณภาพชีวิตหรือส่งเสริมการลงทุน อันเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในอนาคต พร้อมเน้นย้ำในเรื่องการทำ CSR โดยรอบบริษัทในด้านต่าง ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับชุมชน ประชาชน และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
สำหรับธุรกิจโลตัส ประเทศไทย อยู่ภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์ ยึดมั่นในปรัชญา 3 ประโยชน์สู่ความยั่งยืนของเครือฯ ที่มุ่งสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ประเทศชาติ สังคม และเครือฯ ภายใต้แนวทาง ซีพีสู่ความเป็นเลิศ (C.P. Excellence) โดยให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน บนหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส การตรวจสอบได้และความรับผิดชอบด้วยความมุ่งมั่น และการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ทำให้ธุรกิจโลตัส ประเทศไทย ได้รับรางวัล “สุดยอดนายจ้างดีเด่น” (Best Employer Thailand) ติดต่อกันเป็นเวลา 4 ปีซ้อน และยังเป็นองค์กรที่ได้รับรางวัล “สถานประกอบกิจการดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน” จากกระทรวงแรงงาน ติดต่อกันเป็นเวลากว่า 10 ปี (วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

รองผู้ว่า “ปรัชญา” ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี
นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านการประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรีครั้งที่ 1/2566 โดยมีนางสวามินี อิสระทะ ประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมการประชุม ที่ห้องประชุมทานตะวัน ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดลพบุรี
ทั้งนี้ที่ประชุมรับทราบ ประเด็นเรื่องสื่อสารที่สำคัญด้านในประเทศ ประจำปี 2566 จำนวน 7 เรื่องและประเด็นเรื่องสื่อสารที่สำคัญด้านต่างประเทศ ประจำปี 2566 จำนวน 4 เรื่อง และสรุปผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการประชาสัมพันธ์แห่งชาติระดับจังหวัดประจำปีงบประมาณ 2566 ระหว่างเดือนตุลาคม 2565 ถึงเดือนพฤษภาคม 2566 นอกจากนี้ยังได้มีการพิจารณาเกี่ยวกับการวิเคราะห์ประเด็นการสื่อสารที่สอดคล้องกับเรื่องสื่อสารสำคัญประจำปีงบประมาณ 2566 ทั้ง 7 เรื่องและประเด็นประชาสัมพันธ์ในพื้นที่รวมถึงปัญหาและอุปสรรค ของช่องทางการประชาสัมพันธ์และกลุ่มเป้าหมายตลอดจนแนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านการประชาสัมพันธ์ของจังหวัดลพบุรี สำหรับประเด็นเรื่องสื่อสารที่สำคัญในพื้นที่จำนวน 2 เรื่อง คือการจัดกิจกรรมส่งเสริมประเพณีท้องถิ่น เช่นการจัดงานกระท้อน ผลไม้ขึ้นชื่อของลพบุรี ประเพณีกลุ่มชาติพันธุ์มอญ บางขันหมาก ไทยพวน ไทยเบิ่ง รวมทั้งการรณรงค์แต่งไทย ด้วยการนุ่งโจง ห่มสไบ สัปดาห์ละครั้ง เพื่อสร้างความเป็นเอกลักษณ์ (กฤษณพงศ์ อยู่รอด – ธนพล อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี)

เพื่อนวิทยาลัยครูพระนครศรีอยุธยา รุ่น 2517-2520 พบปะสังสรรค์
ณ โรงแรมโต่บักเส็ง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายไพฑูรย์ จำแนกสาร พร้อมด้วย ดร.สมศักดิ์ ชโลธร ดร.สมชาย เผือกตระกูลชัย บรรเจิด ปัทมนาวิน อารมย โรรมวิจารณ์ แลสุชาดา มณีโชติ นักเพื่อนวิทยาลัยครูพระนครศรีอยุธยา รุ่น ปี พ.ศ. 2517 – 2520 พบปะสังสรรค์กันที่ โรงแรมโต่บักเส็ง พระนครศรีอยุธยา ท่ามกลางความดีใจและร่วมยินดีกับเพื่อนๆ ที่ประสบความสำเร็จในอาชีพ ที่ห่างเหินกันมานานเกือบ 50 ปี (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ราชภัฏพระนครศรีอยุธยา จัดงาน “พลังแห่งการสร้างสรรค์” Soft Power
วันที่ 28 มิถุนายน 2566 ณ ห้องประชุมอาคารสิงหกราม (อาคารบัณฑิตวิทยาลัย) มหาวิทยาลัยราชภัฏฯ รองศาสตราจารย์ ดร.วิณัฏฐา แสงสุข คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ได้กล่าวถึงการจัดงาน “Soft Power: พลังแห่งการสร้างสรรค์” ที่ทางคณะได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 7 ประจำปี 2566
ภายในงาน ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ชูสิทธิ์ ประดับเพ็ชร อธิการบดีมหาวิทยาลัยีราชภัฏพระนครศรีอยุธยา เปิดงานสัมมนาในครั้งนี้ มีการบรรยายพิเศษเรื่อง การถดถอยของเสรีนิยมใหม่ กับ มนุษยศาสตร์ โดย ศาสตราจารย์ธเนศ วงศ์ยานนาวา จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ “ผ้าลายอย่างอยุธยา มรดกภูมิปัญญาสู่การสร้างรายได้” โดยอาจารย์เศรษฐมันตร์ กาญจนกุล คุณปาริชาด แก้วมณี และคุณประเทือง ผลพิกุล โดย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ และในงานยังมีการแสดงละครนอกเรื่อง “ไกรทอง” ตอน “พ้อบน” มีการประกวดคลิป tiktok ในหัวข้อ “SOFTPOWER STREET FOOD GOOD” และยังมีการแสดงทางวิชาการอีกมากมาย (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

อยุธยาซิตี้พาร์ค พร้อมติดตั้ง Solar Rooftop เฟส 2 ทุ่มทุนกว่า 80 ล้านบาท ยกระดับศูนย์การค้าสู่ความยั่งยืน”
เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2566 ณ ห้อง Meeting Room 3 ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค คุณปราณี ด่านชัยวิโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค คุณปภพ ด่านชัยวิโรจน์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค และนายแพทย์ชัยสิทธิ์ คุปต์วิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร คุณศรายุทธ์ ขุนณรงค์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินโนเวชั่น เทคโนโลยี จำกัด ร่วมพิธีลงนามสัญญา “โครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ระยะที่ 2 ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค” แบบติดตั้งบนหลังคาอาคาร (Solar Rooftop) ผลักดันให้เกิดการใช้พลังงานทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการสร้างความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจและชุมชน
คุณปราณี ด่านชัยวิโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค กล่าวว่า ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค ดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน (Sustainability) มุ่งมั่นให้ศูนย์การค้าฯ เป็นพื้นที่อนุรักษ์พลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อม มาตั้งแต่ปี 2553 โดยขับเคลื่อนนโยบายมุ่งเน้นส่งเสริมและรักษาสิ่งแวดล้อม ให้เจ้าหน้าที่ยืดถือปฏิบัติ และใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ มีการจัดทำมาตรการประหยัดน้ำ, การประหยัดไฟ, การประหยัดทรัพยากร, การประหยัดพลังงานทั้งศูนย์การค้าฯ และการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาลดการใช้พลังงานให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงสนับสนุนให้พนักงาน ผู้ประกอบการร้านค้าภายในศูนย์ฯ ร่วมกันประหยัดพลังงาน และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดความร่วมมือและบรรลุผลสำเร็จมากที่สุด
นอกจากนี้ ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค ตระหนักถึงความสำคัญของพลังงานแสงอาทิตย์ที่เป็นพลังงานสะอาดจากธรรมชาติ และเป็นพลังงานทางเลือกที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญคือสามารถช่วยลดค่าไฟฟ้าและช่วยลดโลกร้อนได้ ศูนย์การค้าฯ จึงได้ติดตั้งแผง Solar Cell บนหลังคาอาคาร เปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า มาตั้งแต่ปี 2564 บนพื้นที่กว่า 4,800 ตารางเมตร จำนวน 1 เมกกะวัตต์ งบประมาณการลงทุนกว่า 20 ล้านบาท สามารถประหยัดไฟฟ้าได้เฉลี่ยกว่า 6 ล้านบาทต่อปี
จากประสิทธิภาพของการทำ Solar Rooftop ระยะที่ 1 ศูนย์การค้าฯ จะขยายพื้นที่การติดตั้งเพิ่มอีก 3 เมกกะวัตต์ บนพื้นที่กว่า 19,000 ตารางเมตร ด้วยงบประมาณการลงทุนกว่า 80 ล้านบาท ซึ่งช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้กว่า 20 ล้านบาทต่อปี หากติดตั้งแล้วเสร็จ ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค จะเป็นอาคารศูนย์การค้าฯ ที่มีแผง Solar Cell กว่า 23,000 ตารางเมตร ช่วยประหยัดไฟฟ้า ลดต้นทุนมากถึง 26 ล้านบาทต่อปี และส่งผลให้มีการใช้พลังงานทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ในระยะยาว (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

ปภ.ชัยนาท ร่วมกับหลายหน่วยงาน ลงพื้นที่รณรงค์กวดขันวินัยจราจร เน้นย้ำผู้ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ต้องสวมหมวกนิรภัย 100 % และรณรงค์หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลายเพื่อลดความสูญเสีย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณสามแยกถนนวงโต หน้าศาลากลางจังหวัดชัยนาท หลังใหม่ อำเภอเมืองชัยนาท จังหวัดชัยนาท สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชัยนาท นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สถานีตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท, สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท, และคปภ.ชัยนาท ร่วมลงพื้นที่กวดขันวินัยจราจร เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนสร้างวินัยจราจรโดยเน้นย้ำผู้ขับขี่ และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ต้องสวมหมวกนิรภัย 100 % และขับรถย้อนศร สร้างความเข้าใจ และตระหนักถึงความปลอดภัย
ทั้งนี้ จังหวัดชัยนาท ได้มีการประชาสัมพันธ์และรณรงค์การบังคับใช้กฎหมายการจราจรมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความตระหนักในการใช้รถใช้ถนน สร้างความปลอดภัยพร้อมทั้งขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามกฎจราจร
โดยผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เน้นย้ำถึงความห่วงใยต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และขอความร่วมมือผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้าย สวมใส่หมวกนิรภัยและมีสายรัดใต้คางทุกครั้ง เมื่อขับขี่รถจักรยานยนต์ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางถนน พร้อมรณรงค์การหยุดรถให้คนเดินถนนได้ข้ามถนนอย่างปลอดภัยบนทางม้าลาย และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง เช่น ขับรถย้อนศร แข่งรถบนถนนหลวง ที่จะนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ (วรชล ฟักขาว / ชัยนาท)

วัดทองบ่อ เตรียมบรรจุอัฐิธาตุของอดีตพระเถระขั้นผู้ใหญ่
พระครูสมุห์จำลอง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดทองบ่อ ตำบลขนอนหลวง อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เผยว่า ทางวัดมีการสร้างสถูปเจดีย์เพื่อบรรจุอัฐิธาตุของอดีตพระเถระชั้นผู้ใหญ่และเจ้าอาวาสวัดทองบ่อเชื้อสายรามัญในที่เดียวกัน แต่เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมามีภาระเรื่อง Covid-19 จึงต้องเลื่อนออกไป และในปีนี้ทางวัดจึงได้ดำเนินการจัดสร้างสถูปเจดีย์เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งทางวัดได้อาราชธนานิมนต์พระเทพเจติยาจารย์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสมนัสราชวรวิหาร เจ้าคณะภาค 4 – 5 (ธ) และเลขานุการแม่กองธรรมสนามหลวง เป็นประธานพิธีสงฆ์ ตลอดจนมีพระเถระชั้นผู้ใหญ่เข้าร่วมงาน ได้แก่ พระราชวัชราภรณ์ เจ้าคณะภาค 1-2-3 (ธ) เจ้าอาวาสวัดชูจิตรธรรมาราม และพระวินัยสาธร เจ้าอาวาสวัดพระแท่นศิลาอาสน์ เจ้าคณะจังหวัดอุตรดิตถ์ และคณะสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่อีก 45 รูป ซึ่งกำหนดการ วันที่ 1 กรกฎาคม 2566 – เวลา 19.00 น. สวดพระอภิธรรม วันที่ 2 กรกฎาคม 2566 – เวลา 10.30 น. ทักษิณานุปทาน และสวดพระพุทธมนต์ เวลา11.00 น. ถวายภัตหารเพล เวลา 12.00 น. บรรจุอัฐิธาตุ
ทางวัดจึงขอเชิญชวนทุกท่านที่จะร่วมงานบุญในครั้งนี้ ซึ่งทางวัดและชาวบ้านได้จัดโรงทาน ให้บริการแก่ญาติโยมผู้มาทำบุญตลอดงาน (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

คณะแพทย์ พยาบาล โรงพยาบาลเสนา แลกเปลี่ยนความรู้ ด้านสูตินารีแพทย์
วันที่ 27 มิถุนายน 2566 นายแพทย์บรรพต สามัคคีนิชย์ สูตินรีแพทย์ หัวหน้ากลุ่มงานสูติ – นรีเวชกรรม พร้อมทีมพยาบาลโรงพยาบาลเสนา ให้การต้อนรับ ผู้ช่วยอาจารย์เทวิกา โชคประสานชัยค์ สาขาวิชาการพยาบาลมารดา-ทารกและการผดุงครรภ์ พร้อมนักศึกษาพยาบาล ในโครงการแลกเปลี่ยน จาก University of Technology Sydney,Midwifery เครือรัฐออสเตรเลีย จำนวน 16 คน จากโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อเข้าเยี่ยมชม และศึกษาดูงาน ในหน่วยสูติกรรม หน่วยฝากครรภ์ ห้องคลอด และหน่วยหลังคลอด ณ โรงพยาบาลเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

ผู้ว่าอยุธยา”นิวัฒน์” วัฒนธรรมจังหวัด อนุกรรมการส่งเสริมคุณธรรม ร่วมคัดเลือก “คนดีศรีจังหวัด” ประจำปี 2566
นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางสุณิสา โกศินานนท์ รักษาการณ์แทนวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมกับอนุกรรมการส่งเสริมคุณธรรม ได้ร่วมประชุมคัดเลือก “คนดีศรีจังหวัด” ในการประชุมครั้งที่ 1 วันที่ 15 มิถุนายน 2566 และครั้งที่ 2 ในวันที่ 27 มิถุนายน 2566 โดยใช้เกณฑ์การพิจารณาแบ่งออกเป็น 1.ยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และดำรงตนตามหลักคุณธรรม 5 ประการ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา กตัญญู อย่างน้อย 3 ประการ จนเป็นที่ประจักษ์ ไม่น้อยกว่า 1 ปี แบ่งเป็น 70 คะแนน 2. มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและสนับสนุนให้ชุมชน องค์กร อำเภอ จังหวัด หรือประชาชนอื่น นำหลักคุณธรรม 5 ประการ เป็นแนวทางในการดำเนินงาน หรือ ดำเนินชีวิต แบ่งเป็น 20 คะแนน และ 3. เคยได้รับรางวัลหรือเกียรติคุณอื่นๆ ในด้าน ศาสนา คุณธรรม หรือ วัฒนธรรม แบ่งเป็น 10 คะแนน
จากการประชุมลงคะแนนคัดเลือก “คนดีศรีจังหวัด” ประเภทเด็กและเยาวชน มีผู้สมัคร 4 ราย มีคณะอนุกรรมการจำนวน 29 ราย พิจารณาลงคะแนน ให้นายสุรบดินทร์ ผกาหอม จำนวน 21 ราย ได้เป็น “คนดีศรีจังหวัด” และ ประเภทประชาชน มีผู้สมัคร จำนวน 5 ราย มีคณะอนุกรรมการจำนวน 26 ราย พิจารณาลงคะแนน ให้ พ.ต.ท.วีระ นุชศิลป์ รองผกก.จร.สภ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับเลือกจำนวน 14 ราย ได้เป็น “คนดีศรีจังหวัด” ประเภทประชาชน โดยทางคณะอนุกรรมการส่งเสริมคุณธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจะได้มอบเกียรติบัตรให้กับผู้ที่ได้รับ “คนดีศรีจังหวัด” ทั้ง 2 ราย
นายนิวัฒน์ ฯ ได้กล่าวถึง “คนดีศรีจังหวัด” ได้เปิดโอกาสให้กับประชาชนหลากหลายวงการ หลายอาชีพ ที่เข้าหลักเกณฑ์องค์ประกอบพิจารณา 3 ข้อ ข้างต้น นำเอาผลงานที่ได้รับนำส่งให้ทาง สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อรวบรวมส่งให้อนุกรรมการพิจารณาในปีต่อไป (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)