เกาหลีใต้เป็นประเทศสุดท้ายในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ที่ยังคงใช้วิธีคำนวณอายุแบบพิเศษอย่างเป็นทางการ โดยเมื่อเด็กทารกคนหนึ่งเกิด จะถือว่ามีอายุ 1 ขวบทันที และเมื่อถึงวันปีใหม่ ทารกจะได้อายุเพิ่มอีก 1 ปี นั่นหมายความว่า ภายใต้ระบบดังกล่าว หากทารกเกิดเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. เมื่อเข้าสู่วันที่ 1 ม.ค. จะเท่ากับมีอายุ 2 ขวบทันที และชาวเกาหลีใต้ทุกคนจะมีอายุเพิ่ม 1 ปีในวันขึ้นปีใหม่ แทนที่จะเป็นวันเกิดจริงของพวกเขาเอง
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นทางการในเกาหลีใต้ ซึ่งจะใช้ระบบสากลนับอายุตามวันเกิดจริงของบุคคลนั้น หรืออีกนัยหนึ่งคือ ชาวเกาหลีใต้ทุกคนจะ “เด็กขึ้น” 1-2 ปี อย่างเป็นทางการ ส่งผลกระทบในทางปฏิบัติอย่างจำกัด เพราะระบบแทบทุกอย่าง ใช้วันเดือนปีเกิดจริง ไม่ใช่ “อายุเกาหลี” อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น อายุที่ระบุในหนังสือเดินทาง, อายุที่สามารถถูกดำเนินคดีในฐานะเยาวชน, สวัสดิการเกษียณอายุ หรือบริการสุขภาพ
ทั้งนี้ทั้งนั้น รัฐบาลเกาหลีใต้ยังคงหวังว่า การเปลี่ยนแปลงจะช่วยลดความสับสนและข้ออ้างต่าง ๆ ได้ เช่น ประเด็นของผู้สูงอายุชาวเกาหลีใต้บางคนที่อาจเชื่อว่า พวกเขามีสิทธิรับเงินบำนาญและสวัสดิการการเดินทางฟรี หลายปีก่อนที่พวกเขาจะได้รับสิทธิจริงตามกฎหมาย
นายอี วาน-กยู รมว.กฎหมายรัฐบาลเกาหลีใต้ สอนการคำนวณอายุแบบใหม่ โดยให้นำปีปัจจุบันลบด้วยปีเกิด ซึ่งหากวันนี้เลยผ่านวันเกิดของตัวเองมาแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้จากการลบคือ “อายุจริง” แต่ถ้ายังไม่ถึงวันเกิด ให้นำผลลัพธ์ที่ได้ลบออกอีก 1 ปี
รัฐมนตรีกล่าวเสริมว่า ในเรื่องสำคัญบางอย่าง เช่น ปีการศึกษา, อายุสำหรับการเกณฑ์ทหาร และอายุขั้นต่ำในการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถูกกำหนดโดยระบบอายุอีกระบบหนึ่งที่เรียกว่า “อายุปี” ซึ่งมันจะถูกใช้ต่อไปเหมือนเดิม กระนั้น รัฐบาลโซลอาจพิจารณาแก้ไข “อายุปี” ขึ้นอยู่กับว่าการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันดำเนินไปอย่างไร
สำหรับแนวคิดเบื้องหลัง “อายุปี” คือ การลดลำดับชั้นที่เชื่อมโยงกันทางภาษาของเกาหลีใต้ ด้วยการทำให้แน่ใจว่า ทุกคนในปีการศึกษาหนึ่ง ถือว่ามีอายุเท่ากัน และสามารถพูดคุยกันได้โดยไม่ต้องใช้คำนำหน้า หรือคำเรียกแทนที่แสดงถึงการให้เกียรติ ตัวอย่างเช่น ชาวเกาหลีใต้ทุกคน ที่เกิดในปี 2557 ไม่ว่าจะเป็นเดือน ม.ค. หรือเดือน ธ.ค. มีสิทธิเริ่มกระบวนการเกณฑ์ทหารตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2566 เนื่องจากทุกคนได้รับการพิจารณาตามกฎหมายว่า มีอายุขั้นต่ำ 19 ปีเหมือนกัน
ด้านนางโม ฮยอน-จู นักมานุษยวิทยา กล่าวว่า อายุมีความสำคัญอย่างมากในวัฒนธรรมเกาหลีใต้ เพราะมันส่งผลต่อสถานะทางสังคมที่เกี่ยวข้องของตัวบุคคล และเป็นตัวกำหนดว่า คน ๆ นั้นควรใช้คำเรียกและยศแบบใดกับคนอื่น
“การสื่อสารกับคนอื่นโดยไม่รู้อายุของพวกเขาเป็นเรื่องยาก” โม กล่าว “คนเกาหลีมักใช้คำว่า ‘ออนนี่’ กับ ‘อปป้า’ ซึ่งแปลว่า พี่สาว และพี่ชาย ตามลำดับ แทนที่จะเรียกด้วยชื่อในการสนทนา”.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



