องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์วางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช เนื่องในวันสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ นำพวงมาลาพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ถวายราชสักการะต่อเบื้องหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ณ วงเวียนเทพสตรี อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี

ทั้งนี้ เพื่อเทิดทูน และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจในด้านต่างๆ นานัปการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระราชกรณียกิจด้านการเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ ยังความเจริญแก่สยามประเทศ ทั้งด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ การค้าและสถาปัตยกรรม ซึ่งจังหวัดลพบุรี เมื่อครั้งรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีความทันสมัย สวยงาม เป็นเมืองรับรองคณะทูตานุทูตจากต่างประเทศหลายคณะ และทรงเป็นเอกอัครศาสนูปถัมภกศาสนาต่างๆ โดยเท่าเทียม

ในการนี้ นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นำผู้แทนกระทรวงต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี ร่วมกระทำพิธีถวายพวงมาลาราชสักการะและกล่าวถวายราชสดุดีสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยพร้อมเพรียงกัน (กฤษณพงศ์ อยู่รอด ธนพล อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี)

ผู้ว่าฯ อยุธยา นำคณะร่วมประชุมขับเคลื่อนและติดตามนโยบายของรัฐบาล และภารกิจสำคัญของปลัดกระทรวงมหาดไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล

วันที่ 7 กรกฎาคม 2566 เวลา 15.00 น. ที่ ห้องประชุมมหาธาตุ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมประชุมขับเคลื่อนและติดตามนโยบายของรัฐบาล และภารกิจสำคัญของปลัดกระทรวงมหาดไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 (เดือนกรกฎาคม 2566) ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) โดยมี พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าผู้ตรวจราชการ กระทรวงมหาดไทย หัวหน้าส่วนราชการระดับกรม หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ทั้งนี้ เพื่อรับทราบเกี่ยวกับการขับเคลื่อนและติดตามนโยบายของรัฐบาล และภารกิจสำคัญกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย การชี้แจงข้อราชการสำคัญของกระทรวงมหาดไทย รวมถึงการซักถามและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน

โดยมีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับความร่วมมือเกี่ยวกับแนวทางในการขับเคลื่อน e-Document ในส่วนภูมิภาคและท้องถิ่นผ่านกลไกคณะกรรมการผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศขั้นสูง ระดับจังหวัด โครงการอำเภอ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน และโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งหมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Village) การป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง ปี 2566 การเตรียมความพร้อมฤดูฝน เป็นต้น

ทั้งนี้ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด นายอำเภอ ปลัดอำเภอ และหัวหน้าส่วนราชการ ที่ร่วมกันดำเนินโครงการต่าง ๆ ส่งผลให้พี่น้องประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุข (ข้อมูล สนง.ปชส.อยุธยา / ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

คณะสงฆ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดการประชุมสัมมนาเพื่อสร้างความเข้าใจในทิศทางการศึกษาพระปริยัติธรรม จากเดิม สู่พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ.2562

วันที่ 11 กรกฎาคม 2566 ที่ หอประชุมอาคารปฏิบัติธรรมวัดใหญ่ชัยมงคล ตำบลคลองสวนพลู อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ประธานกรรมการการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาเพื่อการนิเทศ ติดตาม การจัดการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกธรรม-บาลี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 โดยมี พระธรรมรัตนมงคล เจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าอาวาสวัดพนัญเชิงวรวิหาร นำคณะพระสังฆาธิการ ถวายการต้อนรับ และมีนายบุญเชิด กิตติธรางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายงานวัตถุประสงค์ของการจัดการประชุมฯ โดยมีพระสงฆ์เข้าร่วมประชุม จำนวนกว่า 200 รูป

สำหรับการจัดประชุมในครั้ง เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับทิศทางการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรม จากเดิม ซึ่งใช้กฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยสถาบันพระพุทธศาสนา พ.ศ. 2548 เป็นกรอบแนวทาง จนมาถึงพระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. 2562 เพื่อนิเทศติดตามผลการดำเนินงาน และการบริหารจัดการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกธรรม-บาลี

ในการนี้ พระพรหมบัณฑิต กล่าวสัมโมทนียกถา เปิดการประชุม พร้อมกับบรรยายพิเศษ เรื่อง ทิศทางการศึกษาพระปริยัติธรรม จากกฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยสถาบันพระพุทธศาสนา พ.ศ. 2548 สู่พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. 2562 เพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาพระปริยัติธรรมแก่ผู้เข้าร่วมประชุม โดยได้รับการสนับสนุนเอื้อเฟื้อด้านสถานที่ วิทยากร พิธีกร ภัตตาหาร พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก จากพระครูสิริชัยมงคล รองเจ้าคณะอำเภอพระนครศรีอยุธยา เจ้าอาวาสวัดใหญ่ชัยมงคล เป็นอย่างดี (วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

อุทัยธานี จัดโครงการเข้าวัดฟังธรรมวันธรรมวสนะ ไหว้พระวัดขวิด (ร้าง) จังหวัดอุทัยธานี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ภายใต้แนวคิด “ครอบครัวหิ้วตะกร้า ศรัทธาอิ่มบุญ อุดหนุนชุมชน”

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 10 กรกฎาคม 2566 ที่โบราณสถานวัดขวิด ตำบลอุทัยใหม่ อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ประธานในพิธี พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และพุทธศาสนิกชนชาวอุทัยธานี เข้าร่วมโครงการเข้าวัดฟังธรรมวันธรรมวสนะ ไหว้พระวัดขวิด (ร้าง) จังหวัดอุทัยธานี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ภายใต้แนวคิด “ครอบครัวหิ้วตะกร้า ศรัทธาอิ่มบุญ อุดหนุนชุมชน” เพื่อให้พุทธศาสนิกชนทั่วไปได้ร่วมกิจกรรมทำบุญฟังธรรม ในวันธรรมสวนะ ยึดมั่นในหลักพระพุทธศาสนา และตระหนักถึงคุณค่าของโบราณสถานอันเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม เป็นการขับเคลื่อนสังคมไทยให้เป็นสังคมคุณธรรมด้วยการบ่มเพาะปลุกจิตสำนึกรักหวงแหนศิลปวัฒนธรรมประเพณีของชาติ

วัดขวิด ตั้งอยู่ในตลาดสะแกกรัง จ.อุทัยธานี โบราณสถานวัดขวิด ปัจจุบันเหลือร่องรอยเป็นอุโบสถร้างไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา หลังจากเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ใหญ่ในตลาดสะแกกรัง ในปีพ.ศ. 2478 แม้ว่าวัดขวิดจะไม่ได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ แต่ทางราชการมีความจำเป็นต้องจัดผังเมืองใหม่เพื่อสร้างตลาดและบ้านเรือนที่อยู่อาศัย มีการตัดถนนผ่านที่ดินของวัดขวิดถึง 3 ด้าน คือถนนศรีอุทัย ถนนมหาราช และถนนสะแกกรัง ทางราชการจึงให้ย้ายพระสงฆ์ในไปจำพรรษาในวัดทุ่งแก้ว และในทางการปกครองของคณะสงฆ์วัดขวิดก็ถูกยุบรวมเข้าไปอยู่กับวัดทุ่งแก้ว วัดขวิดเดิมในตลาดสะแกกรังถูกทิ้งร้าง ปัจจุบันเหลือเพียงอุโบสถตั้งอยู่กลางตลาดสดสะแกกรัง ส่วนวัดทุ่งแก้วเมื่อรับเอาวัดขวิดเข้ามารวมด้วย ก็เปลี่ยนชื่อเป็น “วัดมณีสถิตกปิฎฐาราม” เมื่อ พ.ศ. 2481 (ชนม์สวัสดิ์ ทองโพธิ์งาม / อุทัยธานี)

พระนครศรีอยุธยา ร่วมกับ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดฯ จัดบูรณาการหน่วยงานราชการออกตรวจเยี่ยมสถานประกอบกิจการโรงงานในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน รับฟังปัญหา และประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบการในพื้นที่

วันที่ 10 กรกฎาคม 2566 ที่ห้องประชุมสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน ตำบลคลองจิก อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นายกกชัย ฉายรัศมีกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายธีระ แก้วพิมล อุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมเยือนสถานประกอบกิจการภายในนิคมดังกล่าว เพื่อร่วมกันปรึกษาหารือ รับฟังปัญหา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เตรียมความพร้อมรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และการส่งเสริมการลงทุน ตลอดจนประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบกิจการในพื้นที่ โดยมี นายธนกฤต โพธิ์ทอง ผอ.สนง.นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน และคณะผู้บริหารสถานประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน ให้การต้อนรับและนำเสนอข้อมูลระบบการบริหารจัดการภายในนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน อาทิ ระบบสาธารณูปโภค การบริหารจัดการ การป้องกันน้ำท่วม ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ

โดย นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร กล่าวว่า การลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยือนสถานประกอบการโรงงานครั้งนี้ เพื่อรับฟังปัญหาของภาคอุตสาหกรรม การบริหารจัดการน้ำ แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ด้วยมีความห่วงใยทั้งผู้ประกอบการและลูกจ้าง ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในต้นทุนสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการประกอบการในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีสถานประกอบกิจการกว่า 6,000 แห่ง ลูกจ้างกว่า 400,000 คน โดยมอบหมายให้ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดทำโครงการตรวจเยี่ยมสถานประกอบการโรงงาน เพื่อร่วมปรึกษาหารือแนวทาง และมาตรการต่างๆ เพื่อเตรียมรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต รวมทั้งการส่งเสริมการลงทุน ตลอดจนการประสานความร่วมมือ ระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลคุณภาพชีวิตหรือส่งเสริมการลงทุน อันเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในอนาคต พร้อมเน้นย้ำในเรื่องการทำ CSR โดยรอบบริษัทในด้านต่าง ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับชุมชน ประชาชน และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อีกด้วย

พร้อมช่วยกันผลักดัน กรมชลประทาน ในการดำเนินโครงการบริหารจัดการน้ำ 9 โปรเจกต์ ซึ่งในส่วนของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เรียกว่า โครงการเจ้าพระยา 2 บางบาล-บางไทร เป็นโปรเจ็คแรก ได้เดินหน้าไปมากแล้ว ที่ผ่านมา ได้มอบให้ ชลประทานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำรวจความมั่นคงแข็งแรงของ เขื่อน และประตูระบายน้ำ ร่วมกับ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดฯ ไปหารือกับหน่วยงานในพื้นที่ ในการเตรียมการป้องกันและแก้ไขจุดที่เป็นจุดอ่อนไหว และประสานกรมทางหลวง หรือแขวงทางหลวงอยุธยา สำรวจตรวจสอบเส้นทางการเดินทางที่สำคัญ และมีผลกับการดำรงชีวิตประจำวัน เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน วัด โรงงาน สถานที่ติดต่อราชการ เป็นต้น (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

กรมโยธาฯ ผนึกกำลัง จังหวัดสระบุรี จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา โครงการขุดลอกพัฒนาแหล่งน้ำ บึง แม่ หนอง ภายใต้โครงการพัฒนาตามผังภูมิสังคมฯ (Geo-social Map) เร่งบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ทันฤดูฝนนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานมาว่า นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดสระบุรี เปิดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา โครงการขุดลอกพัฒนาแหล่งน้ำบึงแม่หนอง ภายใต้โครงการพัฒนาตามผังภูมิสังคมเพื่อการบริหารจัดการน้ำหมู่บ้าน/ชุมชน แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน (Geo-social Map) หมู่ที่ 6 ตำบลดงตะงาว อำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี โดยอาศัยกลไกความร่วมมือการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในจังหวัดสระบุรี นำโดยนายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอดอนพุด นายสมนึก จำเนียรทรง นายก อบต.ดงตะงาว กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” พัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับพี่น้องประชาชน นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสู่สิ่งที่ดี และความเจริญในท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม (สมนึก สุขีรัตน์ /สระบุรี)

รองผู้ว่าฯ ชัยนาท พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ วางพวงมาลาถวายราชสักการะพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

วันที่ 11 ก.ค. 66 ที่อาคารวิมลคุณากร ศาลากลางจังหวัดชัยนาท นางสาวชไมพร อำไพจิตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะและระลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เนื่องในวันสมเด็จพระนารายณ์มหาราช 11 กรกฎาคม วันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยมีผู้พิพากษาหัวหน้าศาล ผู้บริหารระดับสูง อัยการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดชัยนาท ร่วมพิธีวันสมเด็จพระนารายณ์มหาราช น้อมระลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

สมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นพระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่ 27 ในสมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถ ทรงสร้างความรุ่งเรืองและความยิ่งใหญ่ให้แก่กรุงศรีอยุธยาเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะด้านการฑูตและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทั้งการติดต่อด้านการค้าและการทูตกับประเทศต่าง ๆ เช่น จีน ญี่ปุ่น อิหร่าน อังกฤษ และฮอลันดา มีชาวต่างชาติเข้ามาในพระราชอาณาจักรเป็นจำนวนมาก และยังโปรดเกล้าฯ ให้แต่งคณะทูตนำโดย เจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) ไปเจริญสัมพันธไมตรีกับราชสำนักฝรั่งเศส ในรัชสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ถึง 4 ครั้ง สมเด็จพระนารายณ์มหาราช เสด็จสวรรคตในวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2231 ณ พระที่นั่งสุทธาสวรรย์ พระนารายณ์ราชนิเวศน์ จังหวัดลพบุรี รวมครองราชย์สมบัติเป็นเวลา 32 ปี มีพระชนมายุ 56 พรรษา (ข้อมูล สนง.ปชส.ชัยนาท – ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

พระนครศรีอยุธยา ร่วมกับ สมาคมไทย-ญี่ปุ่น และ ททท. จัดงาน “เทศกาลขอพรจาก..ดวงดาว” TANABATA Festival 2023

ช่วงเย็นของวันที่ 8 กรกฎาคม 2566 ที่ หมู่บ้านญี่ปุ่น ตำบลเกาะเรียน อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายธีรศักดิ์ โฉมศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “เทศกาลขอพรจาก..ดวงดาว” TANABATA Festival 2023 โดยมี นายกลินท์ สารสิน นายกสมาคมไทย-ญี่ปุน ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน ซึ่งได้รับเกียรติจาก หัวหน้าส่วนราชการ กรรมการที่ปรึกษาสมาคมไทย-ญี่ปุ่น นักเรียน และนักท่องเที่ยว มาร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก

สำหรับการจัดงาน “เทศกาลขอพรจาก..ดวงดาว” TANABATA Festival มีตำนานเล่าขานในคืนเทศกาลทานาบาตะ จะเห็นดาว 2 ดวง คือ ดาวเจ้าหญิงทอผ้า และดาวชายเลี้ยงวัว ซึ่งส่องแสงโดดเด่นที่สุด ในรอบปี โดยมีทางช้างเผือกกั้นอยู่ระหว่างกลาง ซึ่งชาวญี่ปุ่น ถือว่า วันทานาบาตะ คือ วันแห่งความรักอันโรแมนติก ที่เจ้าหญิงทอผ้า และชายเลี้ยงวัว จะได้พบกันปีละครั้ง จึงเชื่อว่า การขอพรกับดวงดาวนี้ จะทำให้สิ่งที่ปรารถนาเป็นจริงได้ จึงมีการ เขียนคำอธิษฐานลงบนกระดาษสี่เหลี่ยมผืนผ้า สีสันสดใส เรียกว่า “ทังซะคุ” แล้วนำไปแขวนบนกิ่งไผ่ และคำอธิษฐานจะเป็นจริง

นายธีรศักดิ์ โฉมศิริ เปิดเผยว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้พัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดอย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวที่สำคัญอย่างหนึ่ง คือการสร้างสรรค์กิจกรรมการท่องเที่ยวให้ต่อเนื่องและหลากหลาย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและประชาชนให้เดินทางเยี่ยมเยือนและใช้จ่ายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาให้มากขึ้น โดยใช้พื้นฐานมรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมต่อยอดขึ้นมาเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ซึ่งเทศกาลขอพรจากดวงดาว หรือ TANABATA FESTIVAL 2023 เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวและเพื่อสืบสาน เผยแพร่ประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างชาวไทยและชาวญี่ปุ่น ที่สืบเนื่องยาวนานมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ในพื้นที่ซึ่งเคยเป็นชุมชนชาวญี่ปุ่นในอดีต (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา จัดประชุมเครือข่ายศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ระดับชาติ ครั้งที่ 3

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2566 The Hall ศูนย์การค้าอยุธยาชิตี้พาร์ค เครือข่ายศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย โดย มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยาเป็นเจ้าภาพหลัก ในการประชุมวิชาการเครือข่ายศิลปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ระดับชาติ ครั้งที่ 3 ระดับนานาชาติ ครั้งที่ 13 และการนำเสนอผลงานสร้างสรรค์ทางศิลปกรรมศาสตร์ ระดับนานาชาติ ครั้งที่ 4 “พหุวัฒนธรรมไร้พรมแดน : ส่งเสริมสู่ระดับชาติ สร้างสรรค์สู่ระดับโลก”

โดยมี นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ศาสตราจารย์ ดร.คณิต เขียววิชัย นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา นางวัชราภรณ์ รุ่งสาคร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ธาตรี มหันตรัตน์ รองอธิการบดี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.อ.อ.สุวัฒน์ สรรพโกศลกุล รองนายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา ดร.สมพล รัชตพิมลชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการตลาด ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค หัวหน้าส่วนราชการ และเครือข่ายศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย 11 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี และมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ผู้ร่วมเครือข่าย ร่วมงาน

กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การบรรยายพิเศษ เรื่อง “อุดมศึกษากับทุนทางวัฒนธรรม เพื่อการพัฒนาประเทศ” โดย ศาสตราจารย์ ดร.คณิต เขียววิชัย นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา และการจัดแสดงนิทรรศการวิถีวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น “ของดีบ้านฉัน” การแสดงผลงานด้านศิลปวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยเครือข่ายทั้ง 11 แห่ง อาทิ

“อยุธยาพัตราวิจิตร”, “ขนมถิ่น..มุสลิมกรุงเก่า”, “เรือนมาลีขนมไทยวิจิตร” จากมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา “หัตถศิลป์ถิ่นพริบพรี เก็จมณีสู่อาเซียน” จัดแสดงผ้าลายอัตลักษณ์ ลายปลาทู ลายเพชรราชภัฏ ลายครอบครัวปลาวาฬ ลายทวารวดี และผ้าลายทุ่งนาป่าตาล จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี

“มรดกภูมิปัญญา นำคุณค่าสู่สากล” การจัดแสดง กระเป๋างานฝีมือและผ้าท้องถิ่น จังหวัดกาญจนบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี “ผลิตภัณฑ์ผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ” จากมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร “ลวดลายผ้าชาติพันธุ์นครปฐม” จากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม “พหุวัฒนธรรมชาติพันธุ์ร่มเย็น” จากศูนย์ศิลป์ดินปั้น มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร “บาติกอันดามัน” การแสดงผ้า จากมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต

“วังสู่ภูมิปัญญาป่าชุมชน” การแสดงผลิตภัณฑ์เสื่อกกจันทบูร สินค้าแปรรูประกำหวาน และสินค้าชุมชน จากมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี การสาธิต “การทำสมุดทำมือจากผ้าทอท้องถิ่น” จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี การสาธิต “การร้อยมาลัยผ้าเช็ดหน้า” จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ พหุวัฒนธรรมไร้พรมแดน กรุ่นกลิ่นแคว้นนครนนทบุรี ก้องปฐพี “ของดีบ้านฉัน” จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ

การสาธิต “การแกะสลักผักและผลไม้” จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การแสดงด้านศิลปวัฒนธรรมจากสมาชิกเครือข่ายฯ การแสดงจากโรงเรียนสาธิตมัธยม มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา และการแสดงจากโรงเรียนเครือข่ายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้รับชมอีกด้วย (เผอิญ วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

นนทบุรี พิธีปฐมฤกษ์หล่อเทียนพรรษา งานเทศกาลเข้าพรรษา และกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม นครปากเกร็ด ประจำปี 2566

นายวิชัย บรรดาศักดิ์ นายกเทศมนตรีนครปากเกร็ด เป็นประธานเปิดพิธีปฐมฤกษ์หล่อเทียนพรรษา งานเทศกาลเข้าพรรษา และกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม นครปากเกร็ด ประจำปี 2566 พร้อมด้วยผู้บริหารเทศบาลฯ สมาชิกสภา ข้าราชการ พนักงานจ้าง และประชาชนเข้าร่วมในพิธี โดยเทศบาลนครปากเกร็ด จัดงานเทศกาลเข้าพรรษา เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมประเพณีไทย ภายในงานมีการจัดกิจกรรมทำบุญหล่อเทียนพรรษา จัดเตรียมพื้นที่ให้ประชาชนได้ร่วมหล่อเทียน เพื่อนำถวายวัดในเขตอำเภอปากเกร็ดก่อนวันเข้าพรรษา และกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม นครปากเกร็ด ซึ่งมีวัดในเขตเทศบาลนครปากเกร็ดเข้าร่วมจัดซุ้มนิทรรศการ จำนวน 12 วัด ได้แก่ วัดกู้ วัดกลางเกร็ด วัดเกาะพญาเจ่ง วัดช่องลม วัดศรีรัตนาราม (วัดบางพัง) วัดบางพูดนอก วัดสลักเหนือ วัดเรืองเวชมงคล วัดโพธิ์บ้านอ้อย วัดหงส์ทอง วัดสนามเหนือ และวัดบ่อ ให้ประชาชนมาร่วมกันไหว้พระ ขอพร ชมเอกลักษณ์ของวัดต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ด้านศาสนา สืบสานวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่น รวมถึงส่งเสริมการเรียนรู้วัฒนธรรมประเพณี และประวัติความเป็นมาของศาสนสถานในพื้นที่เทศบาลฯ โดยทั้ง 2 กิจกรรมจะจัดไปจนถึงวันที่ 25 กรกฎาคม 2566 ร่วมกิจกรรมหล่อเทียนพรรษาได้ในเวลา 07.00-20.00 น. และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ได้ในเวลา 07.00-18.00 น.

ทั้งนี้ ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2566 เทศบาลนครปากเกร็ด จัดให้มีขบวนแห่เทียนพรรษา โดยจะตั้งขบวนบริเวณลานจอดรถท่าน้ำปากเกร็ดใต้สะพานพระราม 4 ไปยังวัดบ่อ เพื่อนำเทียนที่ได้ร่วมกันหล่อขึ้นมาทั้งสิ้น จำนวน 40 ต้น ถวายวัดในเขตอำเภอปากเกร็ดก่อนวันเข้าพรรษา (สมคิด สมนึก ลือประดิษฐ / นนทบุรี)

สองโรงโม่ใจบุญมอบเครื่องตรวจคลื่นหัวใจให้โรงพยาบาลสระบุรี

เมื่อเร็วๆนี้ ที่โรงโม่หิน หจก.ศิลานิล ตำบลหน้าพระลาน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี ครอบครัว “คล้ายนิล” โดยคุณสวาท คล้ายนิล (หจก.ศิลานิล) พร้อมด้วยโรงโม่ทวีบุญ ร่วมกันบริจาคเครื่องติดตามสัญญาณชีพ และเครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ มูลค่า 200,000 บาท (สองแสนบาท) ให้กับ โรงพยาบาลสระบุรี โดยมีนายวิเชียร ระดมสุทธิศาล รองผู้อำนวยการภารกิจด้านอำนวยการ พร้อมคณะรับมอบด้วยความขอบคุณ เพื่อนำมาใช้บำบัดรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจต่อไป (วิรัตน์ เดชะวราฤทธิ์ / สระบุรี)

นายก “สมทรง” จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรโรงเรียนผู้สูงอายุ รุ่นที่ 6 กว่า 140 คน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต

วันที่ 5 กรกฎาคม 2566 นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตรโรงเรียนผู้สูงอายุ รุ่นที่ 6 ณ หอประชุมโรงเรียนวัดช่างทอง (บุญบำรุงราษฎร์)

ตามที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้จัดทำโครงการโรงเรียนผู้สูงอายุขึ้น เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาทักษะ และการศึกษาตามอัธยาศัยของผู้สูงอายุ พร้อมทั้งกระตุ้นการแสดงศักยภาพและภูมิปัญญาของตน อีกทั้งเป็นการส่งเสริมเครือข่ายสังคมที่ดีและมีคุณภาพ โดยจัดโครงการต่อเนื่องมาแล้วจำนวน 5 รุ่น สำหรับรุ่นที่ 6 ได้จัดฝึกอบรมตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน จนถึง 30 มิถุนายน 2566 โดยจัดให้มีการอบรมทุกวันพุธ เป็นเวลา 15 วัน หลักสูตรการฝึกอบรมจะเน้นในเรื่องการดูแลสุขภาพอนามัย การฝึกอาชีพ การศึกษาศิลปวัฒนธรรม การถ่ายทอดภูมิปัญญา การอยู่ร่วมกันในสังคม การมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม และการศึกษาดูงาน โดยมีผู้สูงอายุเข้ารับการฝึกอบรมและสำเร็จการศึกษา จำนวน 142 คน เป็นผู้สูงอายุในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในอำเภอต่างๆ เช่น อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอนครหลวง อำเภออุทัย อำเภอบางปะอิน อำเภอภาชี อำเภอบางบาล อำเภอบางปะหัน และอำเภอเสนา เป็นต้น

สำหรับการจัดโครงการดังกล่าว ได้รับความร่วมมือจากภาครัฐภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในการให้การสนับสนุนวิทยากร เช่น สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานจัดหางานจังหวัด กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด และโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น (เผอิญ วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

เปิดงานประเพณีแข่งขันเรือยาวและเทศกาลของดีบ้านหมี่ประจำปี 2566

นางอรพิน จิระพันธุ์วาณิช นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิดงานประเพณีแข่งขันเรือยาวและเทศกาลของดีบ้านหมี่ประจำปี 2566 จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 8-19 กรกฎาคม 2566 ที่บริเวณทางเข้าสนามกีฬาเทศบาลเมืองบ้านหมี่ อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี และบริเวณริมคลองอนุศาสนนันท์ หมู่ที่ 2 ตำบลพุคา อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่จะร่วมกันอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น อีกทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่อำเภอบ้านหมี่ และเป็นการเพิ่มพูนความสามัคคีให้เกิดขึ้น โดยมี นายณภัทร์ เอมอ่อน นายอำเภอบ้านหมี่ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลพบุรี เขต 3 และหน่วยงานต่างๆ ร่วมพิธี

การจัดกิจกรรมงานประเพณีแข่งขันเรือยาวและเทศกาลของดีบ้านหมี่ประจำปี 2566 นี้ มีการจัดงานอยู่ใน 2 พื้นที่ คือบริเวณทางเข้าสนามกีฬาเทศบาลเมืองบ้านหมี่และที่ริมคลองอนุศาสนานันท์ (คลองชัยนาท-ป่าสัก) ซึ่งเป็นสถานที่จัดการแข่งขันเรือพาย 12 ฝีพายประเภทภายในจังหวัดและประเภท Open ทั่วไป ระหว่างวันที่ 15-16 กรกฎาคม 2566 ส่วนภายในสนามกีฬาเทศบาลเมืองบ้านหมี่ มีกิจกรรมการเดินแบบผ้าไทยการกุศล ซึ่งถือเป็นอัตลักษณ์ผ้าไทย ผ้ามัดย้อม ผ้าทอมือ ของชาวอำเภอบ้านหมี่ ที่เกินเป็นการบูรณาการองค์ความรู้ เพื่อพัฒนาและต่อยอดภูมิปัญญาพื้นถิ่น สู่ผืนผ้าและผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย รวมถึงการประกวดสาวงามบ้านหมี่ การประกวดนางฟ้าจำแลง การประกวดร้องเพลงกำนันผู้ใหญ่บ้าน การแสดงชาติพันธุ์ ร้านมัจฉากาชาด การแข่งขันกีฬาและการจำหน่ายสินค้า OTOP (กฤษณพงศ์ อยู่รอด – ธนพล อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี)

นายอำเภอเมืองสิงห์บุรี “ปัญญา” ชวนดาวโหลด Application ThaiD

นายปัญญา ใช้เฮ็ง นายอำเภอเมืองสิงห์บุรี พร้อม นางสาวกัลยกร ศรีชุมจันทร์ ปลัดอำเภองานสำนักงานอำเภอ และนายมานะ นาถโสภา กำนันม่วงหมู่ ร่วมกันรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้และเชิญชวนประชาชน พระภิกษุและสามเณร ที่มาใช้บริการงานทะเบียน ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองสิงห์บุรี โดยการให้คำแนะนำดาวโหลด แล้วลงทะเบียนเข้าใช้ Application ThaiD พร้อมทั้งวิธีการยืนยันตัวตน ใช้รหัสผ่านที่ตั้งไว้ จำนวน 8 หลัก โดยแอปพลิเคชันดังกล่าว ใช้สำหรับยืนยันตัวตน หรือใช้แสดงแทนบัตรประจำตัวประชาชนและคัดสำเนาทะเบียนบ้าน แจ้งย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ ข้อมูลการฉีดวัคซีน โควิด-19 ใช้ในการทำธุรกรรม-รับบริการ กับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนต่างๆ เพื่อสนองตอบความต้องการของผู้ใช้ในด้านความสะดวก-สบาย ประหยัดเวลา-ค่าใช้จ่าย รวดเร็ว และอยู่บนพื้นฐานความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสำคัญ อีกทั้งเป็นการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล สามารถอำนวยความสะดวกและสนองตอบความต้องการของประชาชนในการติดต่อกับราชการ โดยไม่ต้องเดินทางไปที่ว่าการอำเภอ (อำนาจ สุขเย็น / สิงห์บุรี)

ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข พร้อมเขตสุขภาพที่ 4 บรรยายสรุปผลการตรวจราชการ รอบที่ 2

วันที่ 6 กรกฎาคม 2566 แพทย์หญิงชนิญญา พัฒนศักดิ์ภิญโญ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเสนา พร้อมคณะผู้บริหาร รับฟังสรุปผลการตรวจราชการและนิเทศงานกรณีปกติ รอบที่ 2 ปีงบประมาณ 2566 เขตสุขภาพที่ 4 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยนายแพทย์สุรโชค ต่างวิวัฒน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 4 นายแพทย์ปรีชา เปรมปรี สาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุขภาพที่ 4 พร้อมคณะผู้ตรวจราชการ สรุปผลการตรวจราชการและนิเทศงาน ระหว่างวันที่ 4-6 กรกฎาคม 2566 ณ ห้องประชุมอู่ทอง ชั้น 5 โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สำรวจและเตรียมความพร้อม การออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล สัญจรที่ จังหวัดสระบุรี

วันที่ 7 กรกฎาคม 2566 ที่ห้องประชุมสุพรรณิการ์ ศาลากลางจังหวัดสระบุรี นายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ประชุมร่วมกับคณะทำงานสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อเตรียมความพร้อมการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล สัญจร จังหวัดสระบุรี โดยมีนางสุพิชญา นิทัศน์วรกุล หัวหน้าสำนักสื่อสารองค์กรสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ชี้แจงวัตถุประสงค์การออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล สัญจร ซึ่งสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้จัดมาแล้ว 3 ครั้ง ที่จังหวัดลำปาง ชุมพร และมหาสารคาม จังหวัดสระบุรี จะเป็นการสัญจรครั้งสุดท้ายในปีนี้ ทั้งนี้ได้เลือกจังหวัดที่เป็นเมืองรอง เพื่อประชาสัมพันธ์ของดีในพื้นที่ให้ประชาชนได้รับรู้อย่างกว้างขวาง โดยผ่านการถ่ายทอดสดผ่านสื่อต่าง ๆ อย่างทั่วถึง

ในการประชุมครั้งนี้ ได้ร่วมกันพิจารณาสถานที่ออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยใช้หอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดสระบุรี เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าร่วมชมการออกรางวัลอย่างสะดวก นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชน กลุ่ม OTOP พ่อค้า แม่ค้า ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี สามารถนำผลิตภัณฑ์ของดี สินค้าชุมชน สินค้า OTOP มาจำหน่ายได้ด้วย พร้อมนี้สำนักงานสลากินแบ่งรัฐบาล จะมอบทุนจำนวนหนึ่งแก่หน่วยงานต่าง ๆ สำหรับกำหนดการ วัน เวลา ที่จะออกรางวัล สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จะแจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไป (สมนึก สุขีรัตน์ / สระบุรี)

คู่พี่น้องตระกูลดัง “คูวิจิตรสุวรรณ” น้อง “จิณ-จาณีณ” กวาดเรียบแชมป์รุ่น 8 ปี เทนนิสเทนส์ฯ สนาม 6 ของสมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปภัมภ์ – LTAT

ผลการแข่งขันเทนนิสเยาวชน รายการ “เทนนิส เทนส์ จูเนียร์ เซอร์กิต” สนามที่ 6 ณ ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2566 โดยได้รับเกียรติจากนายฐิติเทพ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้ช่วยเลขาธิการสมาคมลอนเทนนิสแห่งประเทศไทยฯ มาร่วมให้กำลังใจ และมอบรางวัลให้นักกีฬา

สำหรับการแข่งขันชิงชนะเลิศ ในรุ่นอายุไม่เกิน 8 ปี ชายเดี่ยว “จิณ คูวิจิตรสุวรรณ” นักหวดเยาวชนจาก กทม. มือวางอันดับ 1 ของรายการ ยังคงความเฉียบขาดในการหวด คว้าแชมป์สนามนี้ไปครองได้สำเร็จหลังเอาชนะ “ปริณธนัย โชติกพนิช” มือวางอันดับ 2 ของรายการจาก กทม. เช่นกัน ได้อย่างเด็ดขาด 2 เซตรวด ด้วยสกอร์ 4-1 และ 4-2

ขณะที่น้องสาว “จาณีณ คูวิจิตรสุวรรณ” โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นไม่แพ้กัน ในการแข่งขันแบบพบกันหมดในรุ่นอายุไม่เกิน 8 ปี หญิงเดี่ยวสามารถเก็บชัยชนะรวดได้ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยเป็นการชนะ “ปริยากร ศรีอรุณนิรันดร์” จากนนทบุรี 4-0 เกม และชนะ “ณอัณณา แก้วสุมา” จาก กทม. 4-0 เกมเช่นเดียวกัน

ส่วนผลการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศรุ่นอื่นๆ มีดังนี้ รุ่นอายุไม่เกิน 10 ปี ชายเดี่ยว ปรัตถกร ภาชีรัตน์ จากอยุธยา พลิกชนะ ณัฏฐศรัณย์ ชูไพฑูรย์ มือวาง 1 ของรายการจากเพชรบุรี 4-0, 4-3 (6) หญิงเดี่ยว วิมุตติญา พงษ์หนู มือวาง 1 ของรายการจาก กทม. ชนะ ธัญญ์นภัส ชิตานนท์ มือวาง 2 ของรายการ จาก กทม. 4-0 และ 4-0

ด้านแชมป์ในประเภทคู่ของสนามแข่งขันนี้ มีดังนี้ รุ่นอายุไม่เกิน 8 ปี ชนะเลิศ เป็นของพี่น้อง “จิณ-จาณีณ คูวิจิตรสุวรรณ” เช่นเดียวกัน

สำหรับ นักหวดลูกสักหลาดวัยจิ๋วสองศรีพี่น้อง “จิณ และจาณีณ คูวิจิตรสุวรรณ” เป็นหลานชาย-หลานสาวของนายธนวัฒน์ คูวิจิตรสุวรรณ (อดีต) ประธานสภาจังหวัดสระบุรี ยุคหลายปีก่อน และนางอรนุช คูจิตรสุวรรณ นายกเทศมนตรีตำบลวิหารแดง อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี (ปัจจุบัน) ด้วยความเก่งฉายแววเป็นนักกีฬาลอนเทนนิสมุ่งสู่ (ทีมชาติ) คงไม่ไกลเกินฝัน สร้างความปลื้มปิติให้กับวงศ์ตระกูล “คูวิจิตรสุวรรณ” และชาวสระบุรี (วิรัตน์ เดชะวราฤทธิ์ / สระบุรี)