ฉิน ซึ่งเข้ารับตำแหน่งรมว.การต่างประเทศจีน เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2565 ไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณชนเป็นเวลา 1 เดือน และไม่เข้าร่วมการประชุมเจ้าหน้าที่สำคัญหลายครั้ง จนทำให้เกิดข่าวลือต่าง ๆ นานา เช่น การหายตัวไปของฉิน มีความเชื่อมโยงกับผู้ประกาศข่าวหญิงทางโทรทัศน์ชื่อดัง
แม้กระทรวงการต่างประเทศของจีน เคยระบุก่อนหน้านี้ว่า “เหตุผลด้านสุขภาพ” คือสาเหตุที่ฉินหายไป ทว่าเมื่อวันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมา สื่อของรัฐประกาศการเปลี่ยนตัวรมว.การต่างประเทศ กลับเป็นนายหวัง อี้ โดยไม่ได้ระบุเหตุผลใด
นักวิเคราะห์หลายคนกล่าวว่า ฉินเริ่มเข้าสู่ภาวะชะงักงันอย่างแท้จริง เมื่อเขาเข้าสู่วงโคจรโดยตรงของสี ในฐานะหัวหน้ากรมพิธีการทูตของกระทรวงการต่างประเทศจีน ระหว่างปี 2557-2561 ซึ่งงานดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการจัดทริปต่างประเทศของสี และการเดินทางร่วมกับผู้นำ
หลังจากนั้น ฉินได้ดำรงตำแหน่งรมช.การต่างประเทศจีนในปี 2561-2564 ก่อนที่จะเป็นเอกอัครราชทูตจีนประจำสหรัฐ เมื่อเดือนก.ค. 2564 โดยการแต่งตั้งเขานั้น เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีน ตึงเครียดอย่างมาก
ฉินมีตัวตนในสายตาของรัฐบาลวอชิงตันมากขึ้นเรื่อย ๆ จากการปรากฏตัวต่อสาธารณชนและสื่อ และการแสดงจุดยืนทางภูมิรัฐศาสตร์ของจีนแบบไม่เกรงใจใคร ซึ่งเขาวางวิสัยทัศน์ของจีนในฐานะประเทศที่ไม่จำเป็นต้องเรียนรู้จากชาติตะวันตก โดยกล่าวว่า ชาวยุโรปและชาวอเมริกัน โดยเฉพาะสื่อ ไม่เคยยอมรับระบบการเมือง หรือการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังได้รับชื่อเสียงในฐานะ “นักรบหมาป่า” สมญานามซึ่งสื่อมอบให้กับนักการทูตจีน ที่ตอบโต้ต่อชาติตะวันตกได้อย่างถึงพริกถึงขิง โดยความฉลาดหลักแหลม ความช่ำชอง และเล่ห์เหลี่ยมของฉิน ตามที่สื่อมวลชนหลายสำนักกล่าว อาจเป็นสิ่งที่ทำให้เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นรมว.การต่างประเทศจีน
กระนั้น ฉินกลับไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณชนตั้งแต่วันที่ 25 มิ.ย. ที่ผ่านมา ภายหลังการหารือกับนายอังเดรย์ รูเดนโก รมช.การต่างประเทศรัสเซีย ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อถูกถามซ้ำไปซ้ำมา เกี่ยวกับสถานการณ์ของฉิน บรรดาเจ้าหน้าที่รัฐของจีนต่างปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลใด ๆ และยืนกรานว่า ทุกอย่างยังเป็นปกติเหมือนเดิม
“สถานการณ์ทั้งหมดนี้ตอกย้ำว่า ระบบของพรรคคอมมิวนิสต์จีน อาจไม่คล่องตัวและมีเสถียรภาพอย่างที่ใครต่อใครคิดกัน” นายมอริตซ์ รูดอล์ฟ จากศูนย์พอล ไช่ ไชน่า ของมหาวิทยาลัยเยล กล่าว “การก้าวขึ้นมาอย่างรวดเร็วของฮิน อาจสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มผู้อาวุโส ภายในกระทรวงการต่างประเทศของจีนก็เป็นได้”.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



