สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองบรูห์ล ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ว่า นายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมิร์ซ ผู้นำเยอรมนี และประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ได้พบกันในฐานะส่วนหนึ่งของการประชุมคณะรัฐมนตรีร่วมประจำปี โดยมุ่งหวังที่จะก้าวข้ามความตึงเครียดจากความล้มเหลวของโครงการเครื่องบินรบร่วมเมื่อต้นปีนี้
เมิร์ซกล่าวในการแถลงข่าวร่วมว่า เรากำลังทำสิ่งที่จำเป็นเพื่อปกป้องเสรีภาพ ความมั่นคง และการป้องกันร่วมกัน ขณะที่ได้กล่าวถึงเป้าหมายหลายประการ รวมถึงระบบป้องกันขีปนาวุธ และระบบโจมตีระยะไกล
France, Germany expand defence partnership as Europe seeks more military autonomy https://t.co/s5ev9yDDhk
— The Straits Times (@straits_times) July 17, 2026
ผู้นำทั้งสองกล่าวว่า จีนไม่เคารพกฎการค้าระหว่างประเทศ ด้วยการสนับสนุนอุตสาหกรรมของตน มากกว่าประเทศอื่น ๆ ในองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) อย่างน้อย 8 เท่า ซึ่งส่งผลเสียต่อการจ้างงานในยุโรป ขณะที่เมิร์ซเสริมว่า เขาไม่ต้องการสงครามการค้า แต่ต้องการเจรจาเกี่ยวกับค่าเงิน และกำลังการผลิตส่วนเกินในภาคอุตสาหกรรม
นอกจากนั้น ผู้นำทั้งสองได้ร่างข้อเสนอให้ฝรั่งเศสร่วมมือกับเยอรมนี ในการป้องปรามด้วยอาวุธนิวเคลียร์ หลังมีสัญญาณชัดเจนมากขึ้นจากรัฐบาลวอชิงตันว่า สหรัฐอเมริกากำลังมองหาแนวทางลดภาระผูกพัน ด้านการป้องกันประเทศในยุโรป
โครงการระบบอากาศยานรบแห่งอนาคต (เอฟซีเอเอส) จะยังคงดำเนินต่อไป แม้จะมีการยกเลิกแผนการพัฒนาเครื่องบินรบร่วมกัน โดยจะมีการพัฒนาเพิ่มเติมในระบบสารสนเทศบนคลาวด์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของโครงการ โดยมาตรการกำกับดูแลและตรวจสอบจะเข้มงวดขึ้น สำหรับการร่วมมือด้านกลาโหมในอนาคต หลังโครงการเอฟซีเอเอสล้มเหลวลง.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



