สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 17 ก.ค.ว่ากระทรวงการต่างประเทศอิหร่านออกแถลงการณ์ ประณามสหรัฐก่ออาชญากรรมสงคราม จากการโจมตีสถานที่และโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และหลักการพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง
ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านยังยืนยันว่า การโจมตีตอบโต้ของอิหร่านเป็นการใช้สิทธิป้องกันตนเองโดยชอบธรรม ตามมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ และสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ
JUST IN:
— Current Report (@Currentreport1) July 16, 2026
Iran has asked Yemen's Houthi to prepare to close Red Sea oil shipping routes if the United States attacks Iran's power infrastructure – Reuters pic.twitter.com/O4NQP44VGf
อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ไม่ได้กล่าวถึงการที่อิหร่านโจมตีเรือพาณิชย์หลายลำในช่องแคบฮอร์มุซ ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หรือการยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีอาคารที่พักอาศัย โรงแรม ท่าอากาศยานพลเรือน ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและน้ำในหลายประเทศแถบอ่าวเปอร์เซีย
นอกจากนี้ แหล่งข่าวอีกกระแสเปิดเผยกับสื่อหลายแห่ง ว่าอิหร่านขอให้กลุ่มฮูตีในเยเมนเตรียมพร้อมปิดช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ซึ่งเป็นประตูสู่ทะเลแดง หากสหรัฐยังไม่หยุดโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน แหล่งข่าวระบุด้วยว่า กลุ่มฮูตีเคลื่อนย้ายขีปนาวุธและโดรนไปประจำยังพื้นที่ใกล้ช่องแคบ เพื่อรอคำสั่งเริ่มปฏิบัติการอย่างเป็นทางการแล้ว
ทั้งนี้ หากมีการปิดช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ในเวลาเดียวกับช่องแคบฮอร์มุซ จะส่งผลให้เส้นทางส่งออกน้ำมันหลัก 2 สายของตะวันออกกลางหยุดชะงักพร้อมกัน ซึ่งจะซ้ำเติมวิกฤติพลังงานโลกอย่างรุนแรง.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



