เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 ก.ค. ที่สำนักงานใหญ่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางเข้ายื่นเอกสารหลักฐานพร้อมชี้ข้อกฎหมายเพิ่มเติม เพื่อให้ ป.ป.ช. ดำเนินการไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิดผู้ว่าฯ กทม. ผู้อำนวยการเขตจตุจักร และผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน จากกรณีการปล่อยปละละเลยมาตรการความปลอดภัยของ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” จนเป็นเหตุให้เกิดโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้

การยื่นหลักฐานครั้งนี้ เป็นการขยายผลสืบเนื่องจากที่องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้ยื่นคำร้องแรกไว้เมื่อวันที่ 14  ก.ค. เพื่อให้ ป.ป.ช. เอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐหลายรายทั้งฝั่ง กทม. และตำรวจ ฐานปล่อยให้มีสถานประกอบการเปิดให้บริการในลักษณะคล้ายสถานบริการในพื้นที่นอกโซนนิ่ง ซึ่งไม่เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) กำหนดเขตพื้นที่เพื่อการอนุญาตให้ตั้งสถานบริการในท้องที่กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2545

นายศรีสุวรรณ ระบุว่า แม้ล่าสุดผู้ว่าฯ กทม. จะตื่นตัวสั่งการให้ผู้อำนวยการเขตทั้ง 50 เขต ปูพรมตรวจสอบสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ จนมีการสั่งปิดชั่วคราวไปแล้ว 3 ราย แต่ในกรณีของโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ถือว่า “ความผิดสำเร็จไปแล้ว” เนื่องจากมีการปล่อยปละละเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (หน.คสช.) ที่ 22/2558 และคำสั่ง คสช. ที่ 69/2557 ที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า ให้ส่วนราชการและหน่วยงานรัฐบังคับใช้กฎหมายควบคุมสถานบริการอย่างเคร่งครัด หากปรากฏว่าเจ้าหน้าที่รัฐผู้ใดเพิกเฉย ละเลย หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครองอย่างเฉียบขาดและรวดเร็ว

หากหัวหน้าส่วนราชการหรือผู้บังคับบัญชาปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการ จะต้องถูกบังคับใช้มาตรการตามคำสั่ง คสช. ที่ 69/2557 เรื่อง มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบ ทันที ซึ่งกำหนดให้ถือว่าเจ้าหน้าที่รัฐที่ปล่อยปละละเลยมีความผิดทางวินัยหรือความผิดทางอาญาแล้วแต่กรณี

“นอกจากคำสั่ง คสช. แล้ว ยังมีคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดที่ 222/2558 ในคดีประวัติศาสตร์อย่าง ‘ซานติก้าผับ’ ซึ่งเคยวินิจฉัยไว้อย่างชัดเจนว่า ผู้ว่าฯ กทม. และผู้อำนวยการเขต กระทำละเมิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงนำข้อมูล พยานหลักฐาน และข้อกฎหมายทั้งหมดมามอบให้ ป.ป.ช. ใช้ในการไต่สวนเพื่อวินิจฉัยลงโทษผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป” นายศรีสุวรรณ กล่าว