สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ว่าหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เสนอให้มีการเรียกเก็บเงินในอัตรา 20% จากสินค้าที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ “เพื่อชดเชย” กับการที่สหรัฐทำหน้าที่ “ผู้พิทักษ์” ให้กับช่องแคบแห่งนี้


มีการคำนวณว่า หากมีการเรียกเก็บจริง ค่าธรรมเนียมนั้นอาจมีมูลค่าประมาณ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,004.70 ล้านบาท) สำหรับเรือซูเปอร์แท็งเกอร์ หรือเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ที่บรรทุกน้ำมันเต็มลำ ซึ่งการคำนวณดังกล่าวอ้างอิงจากราคาน้ำมันปัจจุบัน ที่อยู่ประมาณ 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (ราว 2,679.20 บาท) โดยเรือซูเปอร์แท็งเกอร์สามารถบรรทุกน้ำมันดิบได้ประมาณ 2 ล้านบาร์เรล


ขณะที่แหล่งข่าวซึ่งคุ้นเคยกับสถานการณ์ระบุว่า อิหร่านเคยเรียกเก็บค่าธรรมเนียมผ่านช่องแคบฮอร์มุซสูงสุดประมาณ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเที่ยวเรือ (ราว 66.98 ล้านบาท) โดยจะเก็บ “เป็นกรณีไป”


อย่างไรก็ตาม กลุ่มคนในแวดวงอุตสาหกรรมการเดินเรือกล่าวว่า ยังไม่เคยได้รับแจ้งล่วงหน้าเกี่ยวกับประกาศของทรัมป์ ที่อาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากสินค้าที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน จึงเร็วเกินไปที่จะประเมินว่า แผนดังกล่าวจะส่งผลต่อการตัดสินใจ ในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างไร แต่มองว่า การที่สหรัฐจะทำแบบนี้ ไม่ต่างอะไรกับ “การดักปล้น”.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS