วานนี้ (12 ก.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานการพบเห็นวัตถุทรงกลมโลหะปริศนาจำนวน 6 ชิ้นที่ถูกคลื่นซัดมาเกยตื้นบนชายหาดในรัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย สร้างความสงสัยและประหลาดใจแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมากในสัปดาห์ที่ผ่านมา จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และตั้งข้อสงสัยว่าอาจเป็นวัตถุที่มีต้นกำเนิดมาจากนอกโลก 

อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวระบุว่า บรรดาผู้เชี่ยวชาญได้ออกมาเปิดเผยในเวลาต่อมาว่า วัตถุขนาดเท่าลูกบอลเหล่านี้ น่าจะเป็นเพียงขยะอวกาศที่ร่วงหล่นลงมาจากนอกชั้นบรรยากาศโลก โดยคาดว่าเป็นชิ้นส่วนของจรวดจากการปล่อยสู่อวกาศของประเทศอื่นเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งเผาไหม้ไม่หมดในขณะที่กำลังเดินทางกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก

องค์การอวกาศออสเตรเลีย (ASA) ระบุในแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมว่า “ตำแหน่งที่พบและลักษณะเฉพาะของวัตถุเหล่านี้ มีความสอดคล้องกับเศษซากที่มาจากตัวจรวดของต่างประเทศ ซึ่งเพิ่งเดินทางกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกจากวงโคจรเมื่อไม่นานมานี้ โดยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฉุกเฉินของควีนส์แลนด์ได้เข้าประเมินและเก็บกู้จำพวกวัตถุดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมยืนยันว่ามีความปลอดภัย”

เจ้าหน้าที่เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ทางองค์การอวกาศออสเตรเลียได้ประสานงานไปยังหน่วยงานอวกาศอื่นๆ เพื่อยืนยันรายละเอียดอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการปล่อยจรวดในครั้งนี้แล้ว 

ทั้งนี้ รายงานล่าสุดจากบริษัทแอคคิว ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนทางวิศวกรรมความแม่นยำสูงจากอังกฤษ ชี้ว่า ปัจจุบันมีวัตถุที่มนุษย์สร้างขึ้นลอยอยู่ในวงโคจรนอกโลกมากกว่า 30,000 ชิ้น ซึ่งราวๆ ครึ่งหนึ่งในนั้นเป็นขยะอวกาศที่ไม่สามารถสั่งการหรือควบคุมทิศทางได้ 

วัตถุจากอวกาศจะตกลงสู่โลกอยู่บ่อยครั้ง แต่โดยส่วนใหญ่จะถูกควบคุมให้ตกลงในพิกัดที่กำหนดไว้หรือโดนเผาไหม้จนไม่เหลือซากในชั้นบรรยากาศ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้เน้นย้ำว่า หากมีประชาชนบังเอิญไปพบเจอเศษซากขยะที่ร่วงลงมาจากดวงดาว ควรอยู่ห่างๆ เข้าไว้จะปลอดภัยที่สุด โดยระบุว่า “ห้ามสัมผัส เคลื่อนย้าย หรือเก็บกู้เศษซากที่ต้องสงสัยว่าเป็นขยะอวกาศด้วยตัวเองโดยเด็ดขาด และให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าวัตถุเหล่านั้นอาจเป็นอันตรายจนกว่าจะได้รับแจ้งเป็นอย่างอื่น ขอให้ทุกท่านถอยออกมาและรีบติดต่อหน่วยงานบริการฉุกเฉินในทันที”

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ที่มา : nypost.com

เครดิตภาพ : Facebook / australianspaceagency