วันนี้ (10 ก.ค.) สำนักข่าวประเทศจีน รายงานกรณีฉ้อโกงของคลินิกทันตกรรมแห่งหนึ่ง ด้วยการหลอกลวงคนไข้วัย 63 ปี เกี่ยวกับการรักษา ก่อเหตุถอนฟันของคนไข้ทั้งปาก ทั้งที่เจ้าตัวเป็นผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ ตามด้วยการแอบถอนเงินจนหมดบัญชีของคนไข้

รายงานข่าวระบุเพียงชื่อสกุลของคนไข้ที่ตกเป็นเหยื่อว่านายหลี่ อาศัยอยู่ที่เมืองเป่าจี มณฑลส่านซีของจีน เขาไปรักษาโรคฟันที่คลินิกทันตกรรม “ต้าถวนหยวน” เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว เพราะมีอาการปวดฟันซี่หนึ่ง 

นายหลี่เล่าให้สื่อท้องถิ่นฟังในภายหลังว่า เขาหลงเชื่อคำโฆษณาของคลินิกที่อ้างว่า “ฝังรากฟันเทียมตอนเช้า ตอนบ่ายกินเนื้อได้เลย” และ “ฟันครบชุด อายุยืนเกิน 100 ปี” ในตอนแรก เจ้าหน้าที่ของคลินิกให้บริการอย่างดี ส่งรถมารับเขาถึงที่บ้านและเสนอตรวจฟันให้ฟรี แต่สุดท้ายเขากลับถูกถอนฟันออกไปถึง 12 ซี่ และโดนจับฝังรากฟันเทียมอีก 10 ซี่ 

จากนั้น เจ้าหน้าที่ของคลินิกได้จัดการโอนย้ายเงินจำนวน 18,800 หยวน (ประมาณ 91,000 บาท) ออกจากบัญชีธนาคารและกระเป๋าเงินดิจิทัลของเขาจนเกลี้ยง เท่านั้นยังไม่พอ ทางคลินิกยังระบุว่าเขามีหนี้ค้างชำระอีก 6,200 หยวน (ประมาณ 31,000 บาท) ด้วย

“ตอนที่ลูกชายมาเจอผม มีเลือดเต็มปากผมไปหมด และเหลือเงินติดตัวอยู่แค่ 30 หยวน พอเป็นค่ารถเมล์เท่านั้น” นายหลี่ กล่าว

สิ่งที่ครอบครัวของเขารับไม่ได้ยิ่งกว่านั้นคือ นายหลี่มีโรคประจำตัวหลายโรค ทั้งโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ กล้ามเนื้อหัวใจตาย เบาหวาน และความดันโลหิตสูง อีกทั้งยังเคยผ่าตัดใส่ขดลวดหลอดเลือดหัวใจถึง 4 ชิ้น ซึ่งภาวะเหล่านี้จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการถอนฟัน และในบางกรณีก็มีข้อห้ามไม่ให้ทำการฝังรากเทียมในทันที

นายหลี่อยู่ในสภาพที่มีเลือดเต็มปากตอนที่ลูกชายตามมาเจอ

ฟู่ตงเจี๋ย ทันตแพทย์ประจำโรงพยาบาลเหรินหมินแห่งมหาวิทยาลัยอู่ฮั่น ระบุว่า ผู้ป่วยโรคเบาหวานไม่ควรเข้ารับการฝังรากฟันเทียมจนกว่าจะควบคุมอาการให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้ นอกจากนี้ การฝังรากฟันเทียมพร้อมกันหลายซี่ยังมีความเสี่ยงสูงมาก เคยมีรายงานว่าคนไข้ชายชาวจีนรายหนึ่งเสียชีวิตลงภายในเวลา 13 วัน หลังจากถูกถอนฟันไป 23 ซี่ และฝังรากฟันเทียม 12 ซี่ ภายในการรักษาครั้งเดียวกันเมื่อปี 2567

ครอบครัวของนายหลี่ได้ร้องเรียนคลินิกแห่งนี้ต่อสำนักงานสาธารณสุขท้องถิ่นถึง 3 ครั้ง และพยายามปกป้องสิทธิของตนเอง โดยแย้งว่าประวัติการรักษาที่คลินิกจัดหาให้นั้นไม่สมบูรณ์ ขณะที่ลูกชายของนายหลี่ตั้งข้อสังเกตว่า ทุกครั้งที่เขาชี้ให้เห็นความผิดปกติ คลินิกจะสามารถนำเอกสารที่ขาดหายมาแสดงได้เสมอ ทำให้เขาสงสัยว่าคลินิกอาจปลอมแปลงเอกสาร ยิ่งไปกว่านั้น ในบันทึกระบุเพศของนายหลี่ว่าเป็น “หญิง” และคลินิกเพิ่งจะนำบันทึกการปรึกษาแพทย์โรคหัวใจก่อนการผ่าตัดมาแสดงหลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการไปแล้วถึง 6 เดือน

ในเดือนกรกฎาคมนี้เอง สำนักงานสาธารณสุขท้องถิ่นได้ข้อสรุปว่า คลินิกแห่งนี้มีความผิดจริงจากการประพฤติมิชอบทางการแพทย์ ซึ่งรวมถึงการไม่เสนอทางเลือกในการรักษาอื่น ๆ การไม่ประเมินคนไข้ก่อนการผ่าตัดอย่างครบถ้วน และการไม่จัดทำบันทึกทางการแพทย์ตามมาตรฐาน ทางการจึงมีคำสั่งให้คลินิกคืนค่ารักษาทั้งหมดแก่นายหลี่ พร้อมทั้งสั่งปิดให้บริการเพื่อปรับปรุงแก้ไขทันที

เหตุการณ์ดังกล่าวจุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ของจีน โดยชาวเน็ตรายหนึ่งแสดงความเห็นว่า “คุณลุงโชคดีมากจริงๆ ที่รอดชีวิตมาได้หลังจากถูกถอนฟันทีเดียว 12 ซี่พร้อมกันแบบนั้น”

ส่วนอีกรายเสริมว่า “สิ่งที่คลินิกนี้ทำ มันไม่ต่างอะไรจากการฆาตกรรมเลย”

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ที่มา : scmp.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES, Handout