สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ว่าสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์งวดส่งมอบล่วงหน้าเดือนส.ค. ปิดตลาดในการซื้อขาย เมื่อวันจันทร์ เพิ่มขึ้น 7.29 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 244.46 บาท ) หรือ 9.59% อยู่ที่ 83.30 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ( ราว 2,793.34 บาท )
ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเทอร์มีเดียต ( ดับเบิลยูทีไอ ) ของสหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.73 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 225.68 บาท ) หรือ 9.42% ปิดที่ 78.14 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ( ราว 2,620.31 บาท ) ในการซื้อขายเมื่อวันจันทร์เช่นกัน
BREAKING: US oil prices surge +9% after President Trump announces the US is reimposing its blockade of the Strait of Hormuz, with ships now required to pay a fee equal to 20% of their cargo’s value to transit the waterway. pic.twitter.com/34sNm9ID2Z
— The Kobeissi Letter (@KobeissiLetter) July 13, 2026
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันเบรนท์ปรับตัวขึ้นรายวันในรูปตัวเงินมากที่สุด นับตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย. และปิดตลาดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย. ส่วนราคาน้ำมันดับเบิลยูทีไอปรับขึ้นรายวันมากที่สุด นับตั้งแต่วันที่ 29 เม.ย. และปิดตลาดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย.
ความผันผวนดังกล่าวของราคาน้ำมันในตลาดโลก เกิดขึ้นหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ แจ้งอย่างเป็นทางการต่อสภาคองเกรส ว่าปฏิบัติการโจมตีทางทหารรอบใหม่ต่ออิหร่าน เปิดฉากเมื่อวันที่ 7 ก.ค. ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ สหรัฐจะกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลกับอิหร่านอีกครั้ง ตั้งแต่เวลา 20.00 น. ตามมาตรฐานสากลของวันที่ 14 ก.ค. ( 03.00 น. วันที่ 15 ก.ค. ตามเวลาในประเทศไทย ) และทรัมป์เปรยว่า สหรัฐจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตรา 20% ของมูลค่าสินค้าทุกประเภทที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



