สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ว่ากองทัพอากาศยูเครนรายงานว่า กองทัพรัสเซียปฏิบัติการโจมตีทางอากาศใส่กรุงเคียฟและพื้นที่ใกล้เคียง เป็นครั้งที่สามแล้วในสัปดาห์นี้
แม้ระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเครนสามารถสกัดโดรนได้ 139 ลำ จากทั้งหมด 169 ลำ ที่กองทัพรัสเซียส่งเข้ามาโจมตี แต่ไม่สามารถสกัดขีปนาวุธนำวิถีทั้ง 5 ลูกของรัสเซียได้แม้แต่ลูกเดียว
Ukraine's capital Kyiv came under a Russian missile attack early, triggering fires, killing a woman and injuring at least two people, local authorities said https://t.co/8acC2XkDY0 pic.twitter.com/vJL9fxMSnm
— Reuters (@Reuters) July 8, 2026
การโจมตียูเครนโดยรัสเซียในครั้งนี้ เกิดขึ้นในช่วงที่องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) จัดการประชุมระดับผู้นำ และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ มีกำหนดพบหารือกับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ซึ่งเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ในฐานะแขกพิเศษด้วย
Russia fired ballistic missiles at Kyiv again overnight, officials said, a third attack on the Ukrainian capital in less than a week exploiting Ukraine's critical shortage of US-made air-defense interceptors https://t.co/9DYT3b1jqi
— Reuters (@Reuters) July 8, 2026
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา รัสเซียยกระดับความรุนแรงของการโจมตีทางอากาศต่อยูเครนอย่างชัดเจน หลังการรุกภาคพื้นดินมีความคืบหน้าเพียงเล็กน้อย ขณะที่การโจมตีของยูเครนต่อระบบลำเลียงทางทหารและอุตสาหกรรมน้ำมันของรัสเซีย ส่งผลให้หลายพื้นที่ของรัสเซียเผชิญกับภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิง
ทั้งนี้ การโจมตีของรัสเซียต่อกรุงเคียฟและพื้นที่โดยรอบ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 60 ราย นับตั้งแต่ต้นเดือน ก.ค. ขณะที่ระบบป้องกันทางอากาศของยูเครนสามารถยิงสกัดขีปนาวุธของรัสเซียได้เพียง 4 ลูก จากทั้งหมด 54 ลูก ตามข้อมูลของกองทัพอากาศยูเครน.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



