สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากเมืองเซาเปาลู ประเทศบราซิล เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ว่า สมาคมอุตสาหกรรมกาแฟสำเร็จรูปของบราซิล (อาบิกส์) ระบุว่า กาแฟสำเร็จรูปของบราซิลมากกว่า 90% ส่งออกไปยังสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 20% ของการนำเข้ากาแฟสำเร็จรูปของประเทศ หรือประมาณ 15,500 เมตริกตันต่อปี
“การกำหนดภาษีนำเข้าเพิ่มเติมนั้น ผลกระทบแรกจะตกอยู่กับบริษัทและตำแหน่งงาน และท้ายที่สุด ต้นทุนที่สูงขึ้นเหล่านี้จะถูกส่งต่อไปยังผู้บริโภคชาวอเมริกัน” นายอากีนัลโด โฮเซ เดอ ลิมา กรรมการบริหารของอาบิกส์ กล่าว
A proposed U.S. tariff of 25% on Brazilian instant coffee risks increasing costs for U.S. businesses and consumers by disrupting supplies of a product the country largely imports, Brazil's instant coffee industry said. https://t.co/F5PIChCRaZ
— NEWSMAX (@NEWSMAX) July 8, 2026
อนึ่ง สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) เสนออัตราภาษีใหม่ 25% สำหรับผลิตภัณฑ์จากบราซิล ภายใต้การสอบสวนตามมาตรา 301 ในขณะที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ประกาศแยกต่างหากถึงภาษีนำเข้าสินค้าเพิ่มเติม 12.5% ซึ่งรวมถึงกาแฟสำเร็จรูปของบราซิล จากมากกว่า 60 ประเทศ
ตัวแทนจากอาบิกส์ กลุ่มผู้ส่งออกกาแฟของบราซิล “เซคาเฟ” และสมาคมกาแฟแห่งชาติในสหรัฐ เข้าร่วมการพิจารณาคดีแบบเปิดเผยของยูเอสทีอาร์ ที่กรุงวอชิงตัน โดยโต้แย้งว่า ภาษีนำเข้าที่เสนอจะทำให้ราคาสินค้าสำหรับผู้บริโภคสูงขึ้น บีบผลกำไรของธุรกิจ และส่งผลกระทบอย่างมากต่อครัวเรือนที่มีรายได้น้อย ซึ่งพึ่งพากาแฟราคาถูก
ด้านลิมา กล่าวเพิ่มเติมว่า สหรัฐผลิตกาแฟสำเร็จรูปได้น้อยกว่า 6% ของปริมาณทั้งหมดในประเทศ ส่งผลให้ต้องพึ่งพาการนำเข้า และปัจจุบันไม่มีซัพพลายเออร์รายใดที่สามารถทดแทนปริมาณกาแฟสำเร็จรูปของบราซิล ในราคาที่เทียบเท่าได้.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



