เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 69 ที่รัฐสภา น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงปัญหาประชุมกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ล่ม 3 ครั้ง เนื่องจาก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ไม่ยอมรับว่าขาดคุณสมบัติการเป็นประธาน กสทช. ว่า ตั้งแต่ที่คณะกรรมการสรรหามีมติว่า นพ.สรณ ไม่มีคุณสมบัติในการเป็นประธาน กสทช. ดังนั้น นพ.สรณ จะต้องสละสิทธิ์ตั้งแต่แรก แต่วันนี้เราหวังจิตสำนึกของ นพ.สรณ ไม่ได้ที่จะให้ปฏิบัติตามมติดังกล่าว
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า เมื่อคณะกรรมการสรรหามีมติว่า นพ.สรณ ไม่มีสิทธิไปนั่งหัวโต๊ะประชุมบอร์ด ซึ่งภารกิจสำคัญหลังจากนี้ต้องเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะตำแหน่งประธาน กสทช. เป็นตำแหน่งโปรดเกล้าฯ คนที่จะทำให้เรื่องนี้ชัดเจนที่สุด คือนายกฯ และเท่าที่ได้ติดตามข่าว นายกฯ ก็อ้างกฎหมาย ซึ่งวันนี้กฎหมายก็ชัดเจนแล้วว่า นายกฯ จำเป็นที่จะต้องเป็นคนทูลเกล้าฯ เพื่อมีการโปรดเกล้าฯ ปลด นพ.สรณ จึงไม่มีเหตุผลที่นายกฯ จะยื้อ เพราะแทนที่สังคมจะตั้งคำถามต่อ นพ.สรณ กลับตั้งคำถามกับนายกฯ แทน
“วันนี้การที่นายกฯ ยื้อเวลาออกไป เรื่องนี้เกี่ยวข้องหรือไม่ว่า การที่นายกฯ กับ นพ.สรณ เคยใช้กุนซือคนเดียวกัน ถ้าไปย้อนดูใน ครม. “อนุทิน 1” จะเห็นที่ปรึกษาคนหนึ่ง ทำหน้าที่เป็นเลขานุการประธาน กสทช. ดิฉันไม่มั่นใจว่าปรึกษากันไปปรึกษากันมา กลายเป็นว่าสุดท้ายช่วยกันอุ้มหรือไม่ ซึ่งไม่อยากให้เกิดแบบนั้น เพราะอย่าลืมว่าภารกิจของประเทศไทย เป็นภาระที่นายกฯ จะต้องแบกรับและให้ความกระจ่างกับสังคมมากมายเหลือเกิน ท่านไม่จำเป็นต้องแบก นพ.สรณ เลย” น.ส.ภคมน กล่าว
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า ในการประชุม กมธ. สัปดาห์หน้า จะเชิญบอร์ด กสทช. คนอื่นๆ มาให้ความเห็นถึงผลกระทบของการที่คนขาดคุณสมบัติ แล้วยังยืนยันที่จะเข้าประชุม และนั่งหัวโต๊ะประชุมบอร์ดอยู่ อย่างไรก็ตาม อยากทราบเหตุผลจริงๆ จาก นพ.สรณ ว่าทำไมยังดึงดันที่จะนั่งหัวโต๊ะประชุมบอร์ดให้ได้ เพราะเท่าที่ทราบมาในอนาคตอันใกล้นี้ จะมีการพิจารณาของกองทุนยูโซ่ ที่มีโครงการหลายพันล้านบาท และในอนาคตอันใกล้เช่นกัน ประธาน กสทช. จะมีภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ
“เมื่อมีภารกิจแบบนี้ โดย นพ.สรณ ยังครึ่งๆ กลางๆ อยู่ ขอให้ย้อนกลับไปดูอดีตของการใช้งบประมาณ ทำให้มั่นใจว่า นพ.สรณ จะเบิกงบ กสทช. ในการบินต่างประเทศอีกครั้งก็ได้ ดังนั้นวันนี้สังคมต้องเร่งกดดันและตั้งคำถามว่า มีเหตุผลอะไรที่คนที่ขาดคุณสมบัติ ยังคงนั่งปกป้องสมบัติชาติหลักแสนล้านบาท แล้วเราจะเสียสิทธิประโยชน์มากมายให้กับบุคคลที่ไม่เหมาะสมและไม่มีความรับผิดชอบในเรื่องนี้” น.ส.ภคมน กล่าว
เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องคณะกรรมการสรรหาฯ ไม่ใช่ชุดเดิมกับที่แต่งตั้ง นพ.สรณ เป็นประธาน กสทช. น.ส.ภคมน กล่าวว่า เข้าใจว่ากฤษฎีกาตอบมาแล้วว่า ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นกรรมการสรรหาที่ชอบด้วยกฎหมาย จึงคิดว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยว แม้คณะกรรมการสรรหาชุดนี้จะเป็นคนละชุดกับคณะกรรมการสรรหาที่ นพ.สรณ เข้ามาก็ตาม แต่อย่าลืมว่าหลักฐานต่างๆ เป็นชุดเดียวกัน ว่า นพ.สรณ ยื่นหลักฐานเป็นเท็จ เพื่อเข้าสู่ตำแหน่งนี้
“ดังนั้นอย่าปฏิเสธข้อเท็จจริงและความจริงเลยว่าคืออะไร เชื่อว่าประชาชนพิจารณาได้ เหตุผลที่ นพ.สรณ พยายามยื้อทางกฎหมายและพยายามทำแบบศรีธนญชัย ประชาชนเขามองออกว่าคืออะไร เพราะผลประโยชน์ที่ท่านนั่งทับอยู่มีมหาศาล และในอนาคตที่ท่านต้องใช้อำนาจประธาน กสทช. ต้องพิจารณากองทุนยูโซ่ และสิทธิประโยชน์ส่วนตัวในฐานะประธาน กสทช. ที่มีจำนวนมาก ดิฉันเข้าใจว่ามนุษย์มีความโลภ การที่ตัวเองอยู่ในสิทธิประโยชน์เบิกจ่ายได้ตลอด แต่กำลังจะสูญเสียมันไป ก็รู้สึกเสียดาย อย่าลืมว่านี่ไม่ใช่สมบัติท่าน เป็นสมบัติของชาติ ถึงเวลาแล้วที่ท่านต้องรับผิดชอบ” น.ส.ภคมน กล่าว



