เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2569 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย พร้อมทีมทนายความ ลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ เป็นวันที่ 2 เพื่อตรวจสอบสภาพพื้นที่จริงตามหลักฐานแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ และรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม สำหรับใช้ต่อสู้คดีในชั้นศาล ภายหลังนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยื่นฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาทและแจ้งความเท็จ จากกรณีที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ออกมาเรียกร้องให้มีการทวงคืนที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย
ช่วงเช้าวันเดียวกัน ได้มอบหมายให้ทีมทนายความเดินทางไปยังศาลจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อยื่นคำร้องขอหมายเรียกพยานเอกสารเพิ่มเติมประกอบการต่อสู้คดี
จากนั้น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้นำแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศมากางตรวจสอบบริเวณด้านหน้าสนามแข่งรถช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต และสนามฟุตบอลช้างอารีนา ก่อนเดินทางขึ้นเขากระโดง ซึ่งสามารถมองเห็นภาพรวมของตัวเมืองบุรีรัมย์ รวมถึงพื้นที่สนามแข่งรถและสนามฟุตบอล เพื่อเปรียบเทียบแนวเขตลำน้ำธรรมชาติกับข้อมูลในแผนที่
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำทนายความมาชี้จุดสำคัญที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาการบุกรุกที่ดินการรถไฟ ลำน้ำธรรมชาติ และถนนสาธารณประโยชน์ ซึ่งประชาชนไม่สามารถใช้ร่วมกันได้ โดยทนายความจะเป็นผู้ดำเนินการในชั้นศาล หากต้องเข้าเบิกความแทน

“ผมต้องหาข้อมูลที่ชัดเจนเพื่อนำไปต่อสู้คดีที่นายเนวินฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาท ซึ่งศาลนัดไกล่เกลี่ยวันที่ 6 สิงหาคม และนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 17 สิงหาคม 2569” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว
เมื่อถูกถามว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยืนยันว่า ไม่มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากพรรคเสรีรวมไทยไม่ใช่คู่แข่งของพรรคภูมิใจไทย และมี สส. เพียงคนเดียว จึงไม่สามารถส่งผลกระทบทางการเมืองต่ออีกฝ่ายได้
พร้อมระบุว่า การดำเนินการครั้งนี้มุ่งตรวจสอบการกระทำของบุคคล คือ นายเนวิน ชิดชอบ และบุคคลในครอบครัว ที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์ในที่ดินการรถไฟและที่สาธารณประโยชน์ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย แม้นายเนวินจะถูกมองว่ามีบทบาททางการเมืองก็ตาม
เมื่อถามว่ามีอะไรอยากฝากถึงนายเนวินหรือไม่ ภายหลังมีการฟ้องร้องดำเนินคดี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า อยากให้นายเนวินคิดให้รอบคอบ และอย่ามองว่าตนมีเจตนาอาฆาตมาดร้าย
“ผมยังพักที่โรงแรมอมารี ซึ่งเป็นของคุณเนวิน เพื่ออุดหนุนธุรกิจของเขาด้วยซ้ำ ความจริงแล้ว คุณเนวินน่าจะโกรธผมมากกว่า เพราะสมัยก่อนผมเคยจับลูกน้องของเขาคดีซื้อเสียง จนศาลมีคำพิพากษาจำคุก แต่ผมก็ทำตามหน้าที่และตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว.



