สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ส่งหนังสือถึงนายไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่าปฏิบัติการสู้รบกับอิหร่านกลับมาเริ่มต้นอีกครั้งเมื่อวันที่ 7 ก.ค. ซึ่งจะเป็นการเริ่มกรอบระยะเวลา 60 วันครั้งใหม่ ที่ประธานาธิบดีสามารถสั่งโจมตีทางทหารในพื้นที่แห่งหนึ่งได้ โดยไม่ต้องรอการอนุมัติจากสภาคองเกรส


ทรัมป์ให้เหตุผลว่า ปฏิบัติการทางทหารดังกล่าวสอดคล้องกับหน้าที่ของประธานาธิบดี ในการปกป้องชาวอเมริกัน ตลอดจนผลประโยชน์ด้านความมั่นคงแห่งชาติและนโยบายต่างประเทศของสหรัฐ


ขณะเดียวกัน หนังสือฉบับนี้ยังมีเนื้อหาสรุปการดำเนินการของสหรัฐที่เกี่ยวกับอิหร่าน ซึ่งรวมถึงการประกาศหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ก่อนมีการขยายระยะเวลาออกไป และความพยายามในการหาทางออกผ่านการเจรจาทางการทูต


ทรัมป์กล่าวว่า อิหร่านเป็นฝ่ายละเมิดบันทึกความเข้าใจ ( เอ็มโอยู ) ซึ่งลงนามร่วมกัน เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. มิ.ย. และประณามอิหร่านเป็นฝ่ายโจมตีเรือพาณิชย์ที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้สหรัฐจำเป็นต้องกลับมาเปิดฉากโจมตีอิหร่านอีกครั้ง


นอกจากนี้ ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐจะกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมการเดินเรือของอิหร่านในอ่าวเปอร์เซียอีกครั้ง และจะดำเนินการตามความจำเป็น เพื่อให้ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเปิดสำหรับการเดินเรือระหว่างประเทศ


อนึ่ง แม้รัฐธรรมนูญสหรัฐกำหนดให้อำนาจในการประกาศสงครามเป็นของสภาคองเกรส แต่ประธานาธิบดีสหรัฐแทบทุกคนที่ผ่านมา ต่างอ้างอำนาจในการสั่งใช้กำลังทหารในปฏิบัติการระยะสั้นโดยไม่ต้องได้รับความเห็นชอบจากฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อรักษาความมั่นคงของประเทศ


สำหรับกรณีอิหร่าน กำหนดครบ 60 วันแรกตรงกับวันที่ 1 พ.ค. อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ให้เหตุผลว่า ข้อกำหนดดังกล่าวไม่มีผลบังคับใช้ เนื่องจากอ้างว่า สถานการณ์สู้รบสิ้นสุดลงแล้วจากการหยุดยิง แม้การโจมตีจะยังดำเนินต่อไป และกองทัพสหรัฐยังคงปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS