เมื่อวันที่ 13 ก.ค. เวลา 11.35 น. นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาว่าอาจเกี่ยวข้องในคดีขบวนการหลอกลวงให้ประชาชนลงทุนในธุรกิจฟอเร็กซ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังจาก รมว.ยุติธรรม ระบุว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษเตรียมออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว 30 ราย ซึ่งรวมถึงนายภาวุธด้วย ว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนได้เข้าให้ข้อมูลต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ในฐานะพยานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ และขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมและจัดเตรียมข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้ข้อเท็จจริงในทุกประเด็นเกิดความชัดเจนและครบถ้วนมากที่สุด อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาเดียวกัน ได้มีกระแสข่าวที่เผยแพร่ในวงกว้างว่าอาจมีการนำกำลังเข้าจับกุมบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว ซึ่งมีการกล่าวพาดพิงรวมถึงตนด้วย

“ข่าวดังกล่าวสร้างความประหลาดใจและความกังวลให้แก่ผมเป็นอย่างมาก เนื่องจากตลอดระยะเวลาที่ประกอบธุรกิจ ผมไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการหลอกลวงประชาชน ธุรกิจสแกมเมอร์ กระบวนการฟอกเงิน หรือการกระทำอันเป็นการฉ้อโกงประชาชนในรูปแบบใดทั้งสิ้น ผมจึงขอยืนยันว่าผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดตามที่ถูกกล่าวพาดพิง และพร้อมนำเสนอข้อมูล เอกสาร และพยานหลักฐานทุกประการ เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อกระบวนการยุติธรรม” นายภาวุธ ระบุ

นายภาวุธ ระบุอีกว่า ตนเข้าใจดีว่าการตัดสินใจก้าวจากภาคธุรกิจเข้าสู่การทำงานทางการเมือง ย่อมต้องเผชิญกับการตรวจสอบ การวิพากษ์วิจารณ์ และแรงเสียดทานในหลายด้าน แต่เหตุผลที่ผมตัดสินใจเข้าสู่เส้นทางนี้ เพราะต้องการนำความรู้ ประสบการณ์ และความสามารถที่มี มามีส่วนร่วมในการผลักดันประเทศและสร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชน ขณะเดียวกัน ตนเชื่อว่าประชาชนจำนวนไม่น้อยย่อมมีคำถามต่อมาตรฐานและความรวดเร็วในการดำเนินคดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกับคดีสำคัญอื่นที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของสังคม แต่กลับใช้ระยะเวลาในการดำเนินการค่อนข้างยาวนาน ขณะที่คดีนี้กลับปรากฏกระแสการเร่งรัดอย่างผิดสังเกต จนอาจทำให้เกิดข้อสงสัยในสังคมว่า มีวัตถุประสงค์อื่นใดเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ สำหรับบุคคลที่พร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่และปฏิบัติตามกระบวนการทางกฎหมายมาตลอด ย่อมไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้มาตรการที่เกินสมควร หรือสร้างสถานการณ์ให้เกิดความตื่นตระหนกในสังคม

“ผมขอยืนยันอีกครั้งว่า ผมพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ พร้อมพิสูจน์ความจริง และพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทุกประการ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การดำเนินการหลังจากนี้จะเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา เป็นธรรม และปราศจากการแทรกแซงหรือการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือทางการเมือง ผมเชื่อมั่นว่าเมื่อข้อเท็จจริงทั้งหมดปรากฏ ความจริงจะเป็นสิ่งที่ให้คำตอบแก่สังคมได้อย่างชัดเจนครับ” นายภาวุธ ระบุ.