สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 17 ก.ค. ว่าอิหร่านและสหรัฐยังคงยกระดับการโจมตีตอบโต้กันอย่างต่อเนื่อง เมื่อวันพฤหัสบดี นับเป็นการเผชิญหน้าที่ทวีความรุนแรงตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และทำให้บะนทึกความเข้าใจ ( เอ็มโอยู ) ที่ลงนามร่วมกัน เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ที่ผ่านมาแทบจะเรียกได้ว่า “ล่มสลาย”


ศูนย์บัญชาการกลางกองทัพสหรัฐ ( เซนต์คอม ) ยืนยันปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านเป็นคืนที่ 6 ติดต่อกัน เพื่อบั่นทอนขีดความสามารถทางทหารของอีกฝ่าย และเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การลงนามในเอ็มโอยู ที่กองทัพสหรัฐเปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ต่ออิหร่าน 2 ระลอกภายในวันเดียว เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยยังมีเป้าหมายหลักอยู่ตามพื้นที่ชายฝั่งทางตอนใต้ของอิหร่าน


ขณะที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม ( ไออาร์จีซี ) ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีฐานทัพสหรัฐในประเทศแถบอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงฐานทัพอากาศในจอร์แดนที่เพิ่งได้รับการขยายพื้นที่ โดยไออาร์จีซีกล่าวหา ว่าฐานทัพแห่งดังกล่าวถูกใช้เป็นจุดปฏิบัติการโจมตีโรงพยาบาลมะเร็งเด็กแห่งหนึ่งของอิหร่าน


นอกจากนี้ สหรัฐยังโจมตีซ้ำที่เกาะเกชม์ และพื้นที่ใกล้เมืองบันดาร์ อับบาส ซึ่งเป็นที่ตั้งของท่าเรือใหญ่ที่สุดของอิหร่าน รวมถึงฐานทัพเรือและฐานที่มั่นของไออาร์จีซีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ


สื่ออิหร่านยังรายงานด้วยว่า สหรัฐโจมตีสะพาน 3 แห่งและสถานีรถไฟในเมืองชายฝั่งเมืองบันดาร์ คาเมียร์ วมถึงยิงขีปนาวุธใส่สนามบินอิรันชาร์ ที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ


แม้สถานการณ์จะตึงเครียดมากขึ้น แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า อิหร่านปล่อยตัวพลเมืองสหรัฐรายหนึ่ง ซึ่งแหล่งข่าวด้านสิทธิมนุษยชนระบุว่า คือนางเดนา คารารี พร้อมมองว่าเป็นท่าทีแห่งความปรารถนาดีจากรัฐบาลเตหะราน อย่างไรก็ตาม ฝ่ายตุลาการของอิหร่านยืนยันว่า ยังไม่มีการปล่อยตัวหรือแลกเปลี่ยนนักโทษชาวอเมริกันจากเรือนจำของประเทศแต่อย่างใด


ขณะที่อิหร่านกลับมาปิดกั้นการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และสหรัฐกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน นอกจากนี้ แหล่งข่าวระบุว่า รัฐบาลเตหะรานยังส่งสัญญาณว่า อาจสนับสนุนให้กลุ่มฮูตีในเยเมนปิดช่องแคบบับ เอล-มันเดบ บริเวณปากทางทะเลแดง หากสหรัฐยังคงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่าน


อิหร่านยืนยันว่า การโจมตีทางอากาศของสหรัฐไม่อาจทำลายศักยภาพในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้ พร้อมย้ำว่า กองทัพสามารถโจมตีพื้นที่ดังกล่าวได้จากทุกจุดภายในประเทศ แม้สหรัฐยืนยันว่า ปฏิบัติการโจมตีสามารถทำลายขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านตามแนวชายฝั่งได้หมด


ด้านทรัมป์ยังไม่ตัดความเป็นไปได้ในการใช้กำลังภาคพื้นดิน รวมถึงการเข้ายึดเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน และยังขู่ว่าจะโจมตีโรงไฟฟ้าและสะพานหลายแห่งในสัปดาห์หน้า หากอิหร่านยังไม่กลับเข้าสู่การเจรจา


ด้านนักวิเคราะห์เตือนเป็นเสียงเดียวกัน ว่าทั้งสองฝ่ายกลับมาอยู่ในจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งอีกครั้ง และท้ายที่สุดจะต้องเลือก ระหว่างการลดระดับความตึงเครียด หรือการเดินหน้ายกระดับการเผชิญหน้าต่อไป.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS