กัว เป็นนักธุรกิจที่มีเสน่ห์ เขามีภูมิหลัง “จากยาจกเป็นเศรษฐี” ที่ยอดเยี่ยม แถมยังมีเงินมากมาย และเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ซึ่งบรรดาผู้สังเกตการณ์ในกรุงไทเป กล่าวว่า หากเขาเป็นแคนดิเดตเพียงหนึ่งเดียว ที่ยืนหยัดต่อสู้กับพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (ดีพีพี) กัวจะมีโอกาสชิงตำแหน่งผู้นำอยู่พอตัว
ทว่าในความจริง มันไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะการลงสมัครรับเลือกตั้งของเขา จะแบ่งคะแนนโหวตของฝ่ายค้านออกเป็น 3 ส่วน สถานการณ์ดังกล่าวถือเป็นกรณีคลาสสิกที่เรียกว่า “กฎแห่งหลุม” ซึ่งระบุว่า หากคุณอยู่ในหลุม และกลับออกไปได้ยาก สิ่งแรกที่ควรทำคือ การหยุดขุด แต่ดูเหมือนว่า ฝ่ายค้านในไต้หวันกำลังขุดหลุมฝังตัวเองในการเลือกตั้งครั้งต่อไป
ตอนแรก กัวมุ่งมั่นเป็นแคนดิเดตของพรรคก๊กมินตั๋ง ซึ่งตอนนี้เป็นพรรคฝ่ายค้านหลักของไต้หวัน แต่กลับกลายเป็นว่า พรรคก๊กมินตั๋งเลือกผู้สมัครอีกคนหนึ่ง ทำให้กัวลาออกจากพรรค และลงสมัครในนามอิสระแทน
อุปสรรคอีกอย่างหนึ่งชองกัว คือ พรรคประชาชนไต้หวัน (ทีพีพี) พรรคฝ่ายค้านอีกพรรคหนึ่ งที่ส่งผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเช่นกัน เท่ากับว่าฝ่านค้านมีแคนดิเดตถึง 3 คน ขณะที่พรรคดีพีพี ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลชุดปัจจุบัน มีแคนดิเดตแค่คนเดียว
จุดขายหลักของกัว ไม่ได้มีแค่ความมั่งคั่งกับความสำเร็จทางธุรกิจ แต่ยังรวมถึงประสบการณ์ในการทำงานกับจีนด้วย โดยบริษัท ฟ็อกซ์คอนน์ ของเขา เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ที่สุดของโลก ด้วยการบุกเบิกรูปแบบการผสมผสานความรู้ทางวิศวกรรมของไต้หวัน เข้ากับแรงงานชาวจีนที่มีทักษะ
กัวเชื่อมั่นว่า ประสบการณ์ในการลงทุนและการทำงานในจีน จะสามารถช่วยปกป้องความมั่นคงของไต้หวัน ทั้งการนำไต้หวันออกจากก้นบึ้งสงครามกับจีน และการป้องกันไม่ให้ไต้หวัน “กลายเป็นเหมือนยูเครน”
กัวกล่าวว่า ความเกลียดชังที่พรรคดีพีพี มีต่อรัฐบาลปักกิ่งนั้น เป็นสิ่งที่ทำให้ไต้หวันมาถึงริมขุมนรกนี้ ซึ่งเขาให้คำมั่นว่าจะทำให้ไต้หวันกลับสู่สถานะเดิม ที่มีการเจรจาระหว่างรัฐบาลปักกิ่งกับรัฐบาลไทเป เมื่อปี 2535 และจะบรรลุข้อตกลงที่นำมาซึ่งสันติภาพใน 50 ปีข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจความคิดเห็นต่าง ๆ เผยให้เห็นว่า ชาวไต้หวันส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่ารัฐบาลไทเปเป็นฝ่ายผิด สำหรับความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นกับรัฐบาลปักกิ่ง
กัวคิดว่า เขาคือแคนดิเดตที่เหมาะสม และกล่าวว่า ผู้สมัคร 3 คนจากฝ่ายค้าน เปรียบเสมือน “ลูกหมู 3 ตัว” ที่ต้องร่วมแรงกันเพื่อเอาชนะ “หมาป่าตัวร้าย” อย่างพรรคดีพีพี
แต่ถึงอย่างนั้น การลงสมัครรับเลือกตั้งของเขา กลับมีแนวโน้มที่จะแบ่งคะแนนเสียงของฝ่ายค้านมากกว่าเดิม และนั่นหมายความว่า ต่อให้พรรคดีพีพี มีเสียงสนับสนุนเพียง 40% แต่นายไล่ ชิง-เต๋อ รองประธานาธิบดีคนปัจจุบัน และแคนดิเดตของพรรค น่าจะได้เป็นประธานาธิบดีไต้หวันคนต่อไป.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



