ก่อนหน้านี้ ประเทศไทย มีสนามแข้งม้าที่เป็นทีนิยมชมชอบหลัก อยู่ 2 สนาม นั่นก็คือ ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือ “สนามม้านางเลิ้ง” กับ ราชกรีฑาสโมสร (The Royal Bangkok Sports Club) หรือที่เรียกกันว่า “สนามฝรั่ง” ที่สลับกันจัดแข่งขันม้า (แบบมีการพนัน)

แต่หลังจากที่ ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ ปิดตัวลงไป ก็เหลือเพียงแค่ราชกรีฑาสโมสร แห่งเดียวเท่านั้น ที่จัดแข่งขันกันเดือนละ 2 ครั้ง ส่วนสนามม้าต่างจังหวัดอื่นๆ ทั้งที่นครราชสีมา, อุดรธานี หรือเชียงใหม่ หลังจากที่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ต่างก็ไม่มีการจัดการแข่งขันแต่อย่างใด

สนามม้านางเลิ้ง มีที่มาที่ไปอย่างไร ลองไปย้อนอดีตเพื่อบัทนทึกหน้าประวัติศาสตร์ว่า ครั้งหนึ่ง เราเคยมีสนามแข่งม้าในระดับตำนานกันอีกครั้ง

ชื่ออย่างเป็นทางการ

ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (Royal Turf Club of Thailand under the Royal Patronage) หรือที่นิยมเรียกกันว่า “สนามม้านางเลิ้ง” เป็นสถานที่จัดการแข่งม้าในพระบรมราชูปถัมภ์ ใช้จัดการแข่งม้าสลับกับราชกรีฑาสโมสร ตั้งอยู่เลขที่ 183 ถนนพิษณุโลก แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

เปิดสนามอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2459 จนกระทั่งหมดสัญญาเช่ากับสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ จึงจัดการแข่งม้าวันสุดท้าย เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2561 และถูกรื้อถอนตั้งแต่เดือนมีนาคม 2562 ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

ที่มาของสนาม้านางเลิ้ง

เมื่อครั้งที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เสด็จกลับจากประพาสยุโรป ในปี 2440 สโมสรน้ำเค็มศึกษา สมาคมของข้าราชการและนักเรียนที่เคยไปทำงาน ศึกษา หรือเดินทางไปยุโรป ได้ร่วมกับเจ้าของคอกม้าต่างๆ จัดแข่งม้าเทียมรถ เพื่อเป็นการต้อนรับและถวายความจงรักภักดีต่อในหลวงรัชกาลที่ 5

โดยปรับให้ท้องสนามหลวงกลายเป็นสนามแข่งม้าชั่วคราว นับเป็นการจัดกีฬาแข่งม้าแบบตะวันตกครั้งแรกของประเทศไทย ในปี 2444 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้งราชกรีฑาสโมสร หรือที่เรียกกว่าว่า “สนามฝรั่ง” เพื่อเป็นทั้งแหล่งบันเทิงจำกัดวงสำหรับคนต่างชาติ

การก่อตั้ง

กระทั่งใน สมัยรัชกาลที่ 6 พระยาประดิพัทธภูบาลและพระยาอรรถการประสิทธิ์ ได้ทำหนังสือทูลเกล้าฯ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อขอพระบรมราชานุญาตตั้งสโมสรสนามม้า “สนามไทย” แข่งเพื่อให้บริการแข่งม้าสำหรับคนไทยและนำรายได้มาใช้บำรุงพันธุ์ม้าจากประเทศออสเตรเลียและอังกฤษ

ทรงมีพระบรมราชานุญาตพร้อมทั้งได้พระราชทานนามว่า “ราชตฤณมัยสมาคมแห่งกรุงสยาม” อีกทั้ง ทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2459 และพระราชทานนามว่า “ราชตฤณมัยสมาคม” รวมไปถึงยังทรงส่งม้าในคอกของพระองค์ เข้าร่วมแข่งอีกด้วย

สมาคมฯ ทำหน้าที่ในการดำเนินกิจการแข่งม้า จัดทำทะเบียนประวัติม้า เจ้าของและผู้ที่เกี่ยวข้อง ส่วนการแข่งขันจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์เว้นอาทิตย์ สลับกันกับราชกรีฑาสโมสร และยังมีการให้บริการอื่นๆ เช่น สนามเทนนิส, สระว่ายน้ำ, ห้องอาหาร จัดเลี้ยงต่างๆ อีกด้วย

สนามม้านางเลิ้ง กับ การเมืองไทย

นอกจากเรื่องของการกีฬาและเป็นสถานพักผ่อนหย่อนใจแล้ว “สนามม้านางเลิ้ง” ยังมีความเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์การเมืองด้วย โดย รัฐบาลในสมัย สัญญา ธรรมศักดิ์ ได้ใช้ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ เป็นสถานที่ประชุมสมัชชาแห่งชาติ ที่มีจำนวน 2,347 คน เป็นที่มาของฉายา “สภาสนามม้า”

ต่อมาในวันที่ 28 ตุลาคม 2555 ยังใช้เป็นสถานที่จัดชุมนุมขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยองค์การพิทักษ์สยาม ซึ่งนำโดย พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ เลขาธิการราชตฤณมัยสมาคมฯ

สัญญาเช่า

ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ เป็นผู้ลงนามในสัญญาเช่าอาคารและที่ดินบริเวณสนามม้านางเลิ้ง จากสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ จำนวน 3 ฉบับ ฉบับที่ 2976/2542 , 2977/2542 และ 2978/2542 ลงวันที่ 29 กันยายน 2542 นั้น โดยทั้ง 3 ฉบับ มีกำหนดอายุสัญญาเช่า 6 เดือน นับแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2542 เป็นต้นไป ในอัตราเช่าเดือนละ 30,000 บาท, 10,000 บาท และ 10,000 บาท ตามลำดับ

ซึ่งรายละเอียดและเงื่อนไขสัญญาเช่าเป็นที่ทราบกันนั้น สัญญาเช่าทั้ง 3 ฉบับได้ครบกำหนดอายุสัญญาเช่ามานานแล้ว และสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ จำเป็นต้องใช้ที่ดินและอาคารดังกล่าว จึงไม่สามารถให้ราชตฤณมัยสมาคมฯ เป็นผู้เช่าได้อีกต่อไป ซึ่งสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ได้ประสานและแจ้งให้ราชตฤณมัยสมาคมฯ ทราบในเบื้องต้นแล้ว สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ จึงบอกเลิกสัญญาเช่าสนามม้านางเลิ้งและขอให้ส่งมอบสถานที่เช่าภายในกำหนด 180 วัน นับแต่วันที่ 4 เมษายน 2561 ซึ่งตรงกับวันที่ 4 ตุลาคม 2561

จัดแข่งนัดอำลา

หลังจากสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ได้บอกเลิกสัญญาเช่า ราชตฤณมัยสมาคมฯ ได้จัดการแข่งม้าวันสุดท้ายเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2561 และได้ส่งมอบพื้นที่คืนตามกำหนดคือก่อนวันที่ 4 ตุลาคม จากนั้นในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2562 จึงได้ทำการรื้อถอนสนามม้า โดยพื้นที่นี้ได้เปลี่ยนสถานะเป็นเขตพระราชฐานในชื่อ “901 แลนด์” และปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานให้เป็นอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งภายในบริเวณดังกล่าวประกอบด้วยพระบรมราชานุสาวรีย์ สวนสาธารณะ และพื้นที่แก้มลิง ซึ่งออกแบบภูมิสถาปัตย์ตามแบบอย่างโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวมถึงอาคารจอดรถใต้ดินจำนวน 3 ชั้น ที่สามารถรองรับการจอดรถยนต์ได้ 700 คัน คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการภายในปี พ.ศ.2567

*** หมายเหตุ : อ้างอิงข้อมูลจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

วอน อ่อนวงค์