กลายเป็นดราม่าร้อนแรงข้ามปี ที่ชาวเน็ตใส่ใจแบบใกล้ชิด สำหรับกรณีที่ เบียร์ – ภัสรนันท์ อัษฎมงคล หรือ “เบียร์ เดอะวอยซ์” ศิลปินสาวสุดเซ็กซี่ ที่โดนเพจดัง “เจ้าคุณพระโรส เภณีวงค์วชิรภัคดิ์” แฉยับว่าแอบแซ่บแฟนเพื่อนช่วงคริสมาสต์ จนกลายเป็นประเด็นเดือด ซึ่งมีคนถูกโยงเรื่องนี้คือ “แอนนี่” คู่กรณี และอดีตแฟนหนุ่มของแอนนี่ อย่าง ปลื้ม – สิทธิพัฒน์ วานิชพันธุ์ หรือ “ปลื้ม มาสเตอร์เชฟ” ซึ่งตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการตอบโต้กันอย่างเผ็ดร้อนทั้งจาก เบียร์ , แอนนี่ และเพจดังที่เหมือนแลก หมัดต่อหมัดซัดกันนัว!!

ซึ่งเรื่องราวทุกอย่างมาถึงจุดพีค เมื่อ เบียร์ ไลฟ์สดเพื่อเคลียร์ข้อสงสัยท่ามกลางความสนใจจากชาวเน็ต จนกวาดยอดคนดูกว่า 3 แสนคน โดย เบียร์ ยอมรับว่าได้จูบกับ ปลื้ม จริง แต่ไม่ได้เกินเลย ไม่ได้มี SEX กัน อีกทั้งยังบอกว่าเธอเป็นเพื่อนของฝ่ายชาย ไม่ใช่เพื่อน แอนนี่ ยืนยันว่าตัวเองยังโสด คุยกับใครก็ได้ และทิ้งท้ายสุดมั่น “ต่อให้ไม่มีเบียร์ ผู้ชายเขาก็ไม่กลับไปเอาค่ะ…” จนทำให้หลายคนอ้าปากค้าง เรียกเสียงวิจารณ์กระหึ่ม แน่นอนว่าการไลฟ์สดของ เบียร์ กลับทำให้เธอพบกับวิกฤติยิ่งกว่าเดิม

นอกจากนี้ เบียร์ ยังสุมกองไฟขึ้นมาใหม่ ด้วยการเปิดประเด็นร้อนว่า พิธีกรชื่อดังมีลูกมีเมีย มีแฟนแล้วยัง DM มาหาและกดหัวใจให้เธอ ซึ่งทำให้ชาวเน็ตโยงไปหลายคน แต่ดูเหมือน หนุ่ม – กรรชัย กำเนิดพลอย จะโดนพุ่งเป้าเป็นพิเศษ จนทำให้เจ้าตัวต้องรีบออกมาปกป้องตัวเอง กลายเป็นอีกดราม่าร้อนซ้อนดราม่า ยิ่ง เบียร์ โพสต์ภาพแคปหน้าจอ ที่เป็นข้อความรีพลายสตอรี่ว่า “น่ารักมากค่ะ” พร้อมบอกว่า “เลิกมาสนใจเบียร์เถอะ เอาเวลาไปสนใจ dm แฟนตัวเองดีกว่านะคะ ของใครน้า ” ยิ่งทำให้โลกออนไลน์เดือด

ด้าน หนุ่ม – กรรชัย ก็ได้เอาแชตที่เคยคุยกับ เบียร์ ทั้งหมดของตัวเองมาโชว์ ว่าจุดเริ่มต้นมาจากการคุยเรื่องงาน ยืนยันไม่เคยมีเรื่องชู้สาว ขณะที่ เบียร์ ยังไม่หยุด โพสต์ทำนองบางคนเอาเรื่องงานมาอ้าง มองว่าคนมากดไลค์ ก็เพื่อหวังเตาะ ไปจนถึงบอกว่าคนที่ออกมาปกป้องตัวเองเรื่องนี้ คือ “ร้อนตัว” นั่นยิ่งเป็นฉนวนทำให้ไฟลามทุ่ง จนเธอโดนโจมตี เกิดเป็นแฮชแทค #แบนเบียร์เดอะวอยซ์ ตามมา จนยอดฟอลโลเวอร์ในไอจีลดฮวบ กระทั่งในที่สุด เบียร์ ก็ออกมาลบโพสต์ออก ก่อนขอโทษทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ขอเวลาทบทวนตัวเอง และปรับปรุงตัว ให้ดีขึ้นกว่านี้

กรณี “เบียร์ เดอะวอยซ์” เชื่อว่าสามารถถอดบทเรียนได้หลากหลายแง่มุม โดยเฉพาะตัว เบียร์ เอง ที่เหตุการณ์ครั้งนี้น่าจะทำให้เธอได้คิดในหลายเรื่อง เพราะเมื่อเธอเลือก “แรงมาแรงกลับ” มากกว่าการใช้ “สติและความอดกลั้น” ผลลัพธ์จึงออกมา “พัง” มากกว่าจะเป็นผลดี โดยเฉพาะเรื่องการสื่อสาร ที่ทำให้สังคมมองว่าเธอ “มั่น” ซึ่งการมั่นใจในตัวเองเป็นสิ่งที่ดี แต่หากความมั่นใจนี้ อยู่ภายใต้การกระทำหรือคำพูดที่ “ไม่ให้เกียรติคนอื่น” มันก็เป็นเรื่องที่ไม่น่ารัก

รวมทั้งกรณีพูดโยงเรื่องพิธีกรดัง มีลูกมีเมียมา DM หา ซึ่งเมื่อดูแล้วก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเด็นที่ต้องชี้แจงหลักโดยตรง แต่ทิ้งบอมบ์ถึงคนอื่นแบบลอย ๆ จึงทำให้คนโดนโยงต้องออกมาเคลียร์เป็นธรรมดา จะบอกว่าฝ่ายที่โดนโยง “ร้อนตัว” คงไม่ใช่คำที่ถูกต้อง เพราะขนาดตัว เบียร์ ยังอยากปกป้องตัวเอง ก็ไม่ต่างจากคนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น หนุ่ม – กรรชัย ที่ถูกล็อกเป้าเต็ม ๆ งานนี้ก็ไม่แปลกที่ หนุ่ม จะเล่นใหญ่ในการปกป้องตัวเองและครอบครัว โดยเฉพาะการที่ หนุ่ม มีภรรยาและลูกสาวซึ่งเป็นคนดังอยู่ในวงการ ที่อาจต้องมาตอบคำถามไม่น่ารัก และส่งผลโดยตรงกับครอบครัว ก็เป็นเรื่องสมควรอย่างยิ่งที่พิธีกรคนดังต้องชี้แจงข้อเท็จจริงก่อนไปกระทบถึงลูกเมีย เช่นเดียวกับการ พลอย อัยดา ซึ่งโดนถามถึงเรื่องดังกล่าว หลังจากที่สามี กันต์ กันตถาวร โดนโยงเรื่องนี้ จึงไม่ผิดที่เธอจะออกมาโพสต์ปกป้องครอบครัวเช่นกัน
รวมทั้งยังมีอีกประเด็นที่น่าสนใจ คือการที่มีคุณหมอสาวรายหนึ่งได้เข้ามาโพสต์ตักเตือน เบียร์ ด้วยเหตุผล แต่ศิลปินสาวกับตอบคล้ายแซะคุณหมอกลับ แต่ขณะเดียวกันชาวเน็ตบางส่วนได้หยิบกรณีไปวิจารณ์ พร้อมแบ่ง “เกรด” บอกว่าคุณหมอดูสูงส่งกว่า “เบียร์” ก็ไม่ต่างกับการหยิบยกอาชีพหนึ่ง มาข่มอาชีพอื่น ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราสามารถตักเตือนหรือจะชื่นชม “คนอื่น” ได้ โดยที่ไม่ต้องกดทับอีกฝ่ายด้วยหน้าที่การงาน ไลฟ์สไตล์ หรือการแต่งตัว แต่ควรมองที่พฤติกรรม คำพูด หรือมายด์เซ็ทของบุคคลนั้น ๆ มากกว่า

ส่วน ปลื้ม มาสเตอร์เชฟ นั้น ก็เป็นอีกคนที่โดนสังคมวิจารณ์มากที่สุด เนื่องจากตั้งแต่วันแรกที่มีดราม่า ดูเหมือนจะลอยตัว มีเพียงแค่ฝ่ายสาว ๆ เท่านั้นที่ตอบโต้ไปมา ขณะที่ตัวเขาออกมาชี้แจงเพียงสั้น ๆ ในตอนแรก ก่อนที่เรื่องจะบานปลาย จนทำให้ ปลื้ม ตัดสินใจออกมาไลฟ์ขอโทษในที่สุด ซึ่งในไลฟ์ ปลื้ม ได้ขอโทษสังคม รวมทั้งขอโทษทั้งสองสาว ที่ไม่ได้จบความสัมพันธ์กับ แอนนี่ ก่อนเริ่มใหม่กับ เบียร์ พร้อมยืนยันนอกจากจูบแล้ว ก็ไม่มีอะไรเกินเลย โดยมี แชมป์ สิทธิโชค เสรีธรณกุล ซึ่งเป็นศิษยาภิบาล ที่ดูแล ปลื้ม และ แอนนี่ และยังเป็นคนให้คำปรึกษาทั้ง 3 คนในกรณีดังกล่าว มาร่วมไลฟ์ด้วย ซึ่งในไลฟ์ทาง แชมป์ เอง ก็ได้ขอสังคมให้โอกาสให้กับ ปลื้ม อีกครั้ง โดยยืนยัน ปลื้ม สำนึกผิดจริง ๆ พร้อมขอเปลี่ยนฉาวนี้ให้เป็นอุทธาหรณ์ โดยหยิบยกข้อพระคัมภีร์ไบเบิลมา คือ ยอห์น 8 บทที่ 1-11 ซึ่งมีใจความถึงการ “ให้อภัยคนบาป” เหมือนดังที่ พระเยซู ให้อภัยหญิงโสเภณี

(แต่พระเยซูเสด็จไปที่ภูเขามะกอกเทศ และในตอนเช้าตรู่พระองค์ทรงปรากฏที่บริเวณพระวิหารอีก คนทั้งหลายก็พากันมาหาพระองค์ พระองค์ประทับและทรงเริ่มสั่งสอนเขา พวกธรรมาจารย์และพวกฟาริสีพาผู้หญิงคนหนึ่งมาหา หญิงคนนี้ถูกจับฐานล่วงประเวณี และพวกเขาให้นางยืนอยู่ต่อหน้าประชาชน เขาทูลพระองค์ว่า “ท่านอาจารย์ หญิงคนนี้ถูกจับขณะกำลังล่วงประเวณีอยู่ ในธรรมบัญญัตินั้นโมเสสสั่งให้เราเอาหินขว้างคนอย่างนี้ให้ตาย แล้วท่านจะว่าอย่างไร?” เขาพูดอย่างนี้เพื่อทดลองพระองค์โดยหวังจะหาเหตุฟ้องพระองค์ แต่พระเยซูน้อมพระกายลงเอานิ้วเขียนที่ดิน และเมื่อพวกเขายังทูลถามอยู่เรื่อยๆ พระองค์ก็ยืดพระกายขึ้นตรัสตอบเขาว่า “ใครในพวกท่านไม่มีบาป ให้เอาหินขว้างนางก่อนเป็นคนแรก” แล้วพระองค์น้อมพระกายลงเอานิ้วเขียนที่ดินอีก แต่เมื่อพวกเขาได้ยินอย่างนั้น เขาก็ออกไปทีละคน เริ่มจากคนเฒ่าคนแก่ เหลือแต่พระเยซูตามลำพังกับหญิงคนนั้นที่ยืนอยู่ต่อพระพักตร์พระองค์ พระเยซูยืดพระกายขึ้นตรัสกับนางว่า “หญิงเอ๋ย พวกเขาไปไหนหมด? ไม่มีใครเอาโทษเธอหรือ?” นางทูลว่า “ท่านเจ้าข้า ไม่มีใครเลย” แล้วพระเยซูตรัสว่า “เราก็ไม่เอาโทษเหมือนกัน จงไปเถิดและจากนี้ไปอย่าทำบาปอีก” ยอห์น 8:1-11)

ขณะที่ในสังคมออนไลน์ก็ดุเดือดไม่แพ้กัน โดยเฉพาะในโลก X (ทวิเตอร์) ที่กลายเป็นสมรภูมิคำวิจารณ์ และเป็นลานประหาร ที่หลายคนพร้อมตัดสินฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทันที โดยที่อาจยังไม่ทันฟังความรอบด้าน โดยเฉพาะประเด็นดราม่าครั้งนี้ ตั้งแต่ที่มีการเริ่มบอกใบ้กันมาแรก ๆ เบียร์ ก็โดนทัวร์ลงหนักมาก จนเมื่อ เบียร์ ออกมาชี้แจงครั้งแรก ยืนยันไม่มีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับฝ่ายชาย ชาวเน็ตก็หันหัวทัวร์ไปลงที่ แอนนี่ ซึ่งถูกมองว่า “หวงสามีเกินเหตุ” และ “มโนไปเอง” จนเพจดังนำคลิปเสียงต่าง ๆ มาเปิดตอบโต้ รถทัวร์ก็กลับมาที่ เบียร์ แบบจุก ๆ อีกครั้ง ซึ่งเห็นได้ชัดว่าในโลกโซเชียลนั้นช่างอ่อนไหว คนพร้อมเชื่อและวิจารณ์ โดยอาจยังไม่ทันกลั่นกรองถี่ถ้วน
ในส่วนของเพจดัง ที่เปิดประเด็นตอนแรกอย่างเกินจริง ว่า เบียร์ และ ปลื้ม นั้นมีสัมพันธ์ที่เกินเลยกัน ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่า การรายงานข่าวที่ “ใส่ไข่” เกินจริงนั้น เป็นสิ่งที่น่ากลัวไม่แพ้กัน เพราะเมื่อทุกอย่างถูกเผยแพร่ออกไปแล้ว การมา “ขอโทษ” ถึงความผิดพลาดทีหลัง ดูเหมือนเสียงจะไม่ดังเท่าตอนแรก ที่ทำให้ผู้เสียหายถูกเข้าใจผิด
แน่นอนว่าตอนนี้เรื่องที่ถูกมองว่าผิด “ศีลธรรม” ดังกล่าว เบียร์ และ ปลื้ม ได้รับการพิพากษาโทษจากสังคมไปแล้ว จากการทำอะไรไม่ยั้งคิดของฝ่ายหญิงและความโลเลของฝ่ายชาย รวมทั้ง แอนนี่ ก็ต้องทนทุกข์จากเรื่องนี้ไม่ต่างกัน แต่สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือเรื่องของการผิด “กฎหมาย” ที่ฝ่ายศิลปินสาวได้บอกว่ามีการปรึกษาทนายแล้ว คงต้องมาลุ้นกันดูว่า การที่เพจดังนำคลิปเสียงของเบียร์มาเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต การที่โพสต์ประเด็นฉาวจน เบียร์ เสื่อมเสีย รวมทั้งคอมเมนต์จากชาวเน็ตที่อาจเข้าข่ายหมิ่นประมาทนั้น จะมีช่องทางกฎหมายที่ เบียร์ อาจนำมาซึ่งการฟ้องร้องเอาผิดหรือไม่
สำหรับดราม่า “แอบแซ่บแฟนเพื่อน” ไม่เพียงแต่ เบียร์ ปลื้ม และ แอนนี่ เท่านั้นที่เชื่อว่าน่าจะได้บทเรียนที่ล้ำค่า แต่ในเมื่อทุกคนได้ “ขอบตาคล้ำ” หลังใส่ใจดราม่านี้แบบข้ามปี ก็อย่าเสพข่าวค(ร)าว เพียงเพื่อความบันเทิง เพราะนี่คือชีวิตจริง ไม่ใช่ละคร จึงอยากให้ได้อะไรติดความคิดไว้ไปตกตะกอนกันบ้าง อย่างน้อยก็จะทำให้ได้คิดถึงคำว่า “ใจเขา ใจเรา” ในทุก ๆ มิติ ซึ่งน่าจะทำให้สังคม “ใจดี” ต่อกันมากว่าที่เป็น
ซึ่งท้ายสุด ก็คงเหมือนการที่ “ปลื้ม” และ “แชมป์” ออกมาไลฟ์ขอโทษ ซึ่งแม้จะเรียกเสียงวิจารณ์ไม่น้อย แต่เมื่อดูถึงแก่นแท้ของข้อพระคัมภีร์ ที่ชี้ให้เห็นถึงการ “ให้อภัย” แล้ว เรื่องนี้ก็คงเป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลแล้วว่า ก่อนที่จะยกหินขว้างใคร ตัวคุณเองเคยทำผิดพลาดกันไหม และพร้อมจะให้โอกาสคนที่กระทำผิดในเรื่องแบบนี้หรือไม่ ซึ่งนั่นเป็นสิทธิส่วนบุคคลในการตัดสินใจ และไม่ว่าจะเลือกอย่างไรก็คงไม่ได้เป็นเรื่องผิดหรือถูก แต่อยู่ที่จะมองมันเป็นเรื่องฉาวโฉ่ให้วิจารณ์กันแค่สนุก ๆ ปาก หรืออยากให้มันเป็นบทเรียนชีวิตและสังคม!
ชาวบ้าน 1/4


