“ความรักก็เหมือนฟุตบอล ตัวสำรองจะมีค่าก็เมื่อตัวจริงบาดเจ็บ…การอ่านเเล้วไม่มีคำตอบ เหมือนยิงตรงกรอบเเต่ไม่เข้าประตู”
เรียกว่าเป็นจับบ่อนที่สะท้านสงการสีกากีจริง สำหรับการที่ฝ่ายปกครองบุกปิดล้อมทลายบ่อนใหญ่ท้าทายกฎหมายภายในห้างดังฝั่งธนฯ ที่สำคัญดันมีป้ายบัตรตำรวจกับชุดตำรวจแขวนโชว์หราเอาไว้ด้วย
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง สนธิกำลัง บุกทลายบ่อนพนันออนไลน์ ลอบเปิดเล่นโจ่งครึ่มในอาคารจอดรถของห้างพาต้าปิ่นเกล้า แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ พบคอมพิวเตอร์สำหรับเล่นการพนันกว่า 20 เครื่อง กลุ่มนักเล่นส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัย อีกทั้ง พ่อค้าแม่ค้าก็รู้ดีว่ามีบ่อน เดินเข้าออกกันทั้งวัน นับเป็นแหล่งมอมเมาคนชราของแท้

ซึ่งการจับกุมดังกล่าว เป็นการปฏิบัติการ “Shut Down บ่อนปิ่นเกล้า” นำโดย นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ ศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง พร้อมสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน บุกจับบ่อนการพนันออนไลน์ ซึ่งตั้งอยู่ใต้อาคารจอดรถของห้างดังย่านปิ่นเกล้าแห่งนี้
โดยปฏิบัติการครั้งนี้ เริ่มต้นมาจาก กรมการปกครอง ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่า ได้รับความเดือดร้อนมาก เนื่องจากคนในครอบครัวไม่ทำมาหากิน ติดการพนันงอมแงม เสียพนันจนสิ้นเนื้อประดาตัว ขอให้กรมการปกครองช่วยปิดบ่อนแห่งนี้ หวังครอบครัวกลับมาสงบสุขอีกครั้ง
จากนั้นสายลับพนักงานฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่หลายครั้ง เนื่องจากคนแปลกหน้าไม่สามารถเข้าไปเล่นภายในบ่อนได้ ต้องมีคนรู้จักแนะนำ ชักชวน หรือพาเข้า จึงจะเข้าไปเล่นได้ ด้านหน้าห้องที่เป็นบ่อนการพนัน เปิดเป็นโต๊ะสนุกเกอร์ เกือบ 10 โต๊ะ เพื่อบังหน้า ตบตาเจ้าหน้าที่

ซึ่งคนคุ้นหน้าสามารถเข้าไปเล่นได้ แต่ถ้าคนแปลกหน้าเข้ามาเล่นสนุกเกอร์ ก็จะมีพนักงานจับตามองตลอดเวลา เมื่อสายลับสามารถเข้าไปภายในบ่อนได้ พบว่ามีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้สำหรับการเล่นการพนันออนไลน์ตั้งอยู่เรียงราย ตั้งหันหน้าเข้าหากำแพงกว่า 20 เครื่อง ตรงกลางห้องพบตู้ยิงปลา 2 เครื่อง และพบคนเล่นเป็นกลุ่มคนสูงวัย โดยวิธีการเล่น เพียงแค่จ่ายเงินให้พนักงาน เพื่อเติมเงินในระบบ ก็นั่งเล่นพนันออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย
ภายหลังการเข้าตรวจค้น จับกุม พบนักพนันรวมเจ้ามือจำนวนประมาณ 30 ราย และเงินหมุนเวียนภายในระบบอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งอยู่ในระหว่างการตรวจสอบเส้นทางการเงินของทางเจ้าหน้าที่
จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบว่าภายในบ่อนมีช่องทางลับสำหรับให้นักพนันหลบหนีออกทางข้างอาคาร และพบว่าแท็บเล็ตที่เป็นเครื่องควบคุมการเล่นพนันออนไลน์ของคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง จะมีปุ่มให้กดว่า ”ตำรวจมากดที่นี่“

กรณีหากมีเจ้าหน้าที่เข้ามา เมื่อกดที่ปุ่มดังกล่าว ระบบที่ใช้เล่นการพนันออนไลน์ทั้งหมดก็จะปิดทันที พนักงานฝ่ายปกครองชุดจับกุมได้ประสานพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางยี่ขัน ทำการยึดอายัดเครื่องคอมพิวเตอร์ และตู้อุปกรณ์การเล่นการพนันภายในทั้งหมด
ต่อมาได้นำตัวผู้ถูกจับทั้งหมดมาทำบันทึกจับกุม ที่สถานีตำรวจนครบาลบางยี่ขัน ดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันลักลอบจัดให้มีการเล่นการพนันโดยผิดกฎหมาย หลังจากนี้ กรมการปกครองจะนำเรื่องส่งไปยัง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อทำการขยายผลเส้นทางการเงินของบ่อนพนันออนไลน์ เพื่อทำการยึดทรัพย์ต่อไป
กระทั่ง พ.ต.อ.ชัยพล เอกกุล รองผบก.น.7 รักษารัชการแทน ผบก.น.7 ลงนามคำสั่ง 5 เสือ สน.บางยี่ขัน ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการตำรวจนครบาล 7 ประกอบด้วย 1. พ.ต.อ.พายัพ สมบูรณ์ ผกก.สน.บางยี่ขัน 2. พ.ต.ท.สมศักดิ์ เกิดแสง รองผกก.ป.สน.บางยี่ขัน 3.พ.ต.ท.ชาคร เปรมฤดีเลิศ รองผกก.สส.สน.บางยี่ขัน 4.พ.ต.ท.มังกร พันธุระศรี สว.สส.สน.บางยี่ขัน และ 5.พ.ต.ท.บรรเทา ชุ่มปลั่ง สวป.สน.บางยี่ขัน

ขณะเดียวกันพบว่าในขณะบุกจู่โจมทลายบ่อน มันมีบัตรตำรวจยศ ร้อยตำรวจตรี ตำแหน่ง รองสารวัตรสืบสวนโรงพักแห่งหนึ่งในพื้นที่นครบาล ห้อยอยู่ รวมถึงมีชุดตำรวจแขวนอยู่ด้วย ต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน ถ้าผิดหรือเกี่ยวข้องก็ออกจากราชการไป ซึ่งตัว “ร้อยตำรวจตรี” ก็ต้องเข้ามาชี้แจงว่าเกี่ยวข้องอย่างไร ทำไมบัตรตำรวจถึงไปอยู่ในนั้น บัตรจริงหรือไม่ ต้องตอบให้ได้
เป็นอีกหนึ่งคดีทลายบ่อนที่สำคัญอีกคดี เพราะเล่นกันให้ห้างกลางกรุง เย้ยกฎหมายบ้านเมืองโดยแท้ และเมื่อมีการตั้งทีมสอบสวนแล้วผลออกมาอย่างไรก็ควรมีการชี้แจงและบอกความคืบหน้าด้วย ไม่ใช่แค่เด้งตำรวจแล้วปล่อยให้เวลาผ่านไปนานๆเพื่อรอให้เรื่องเงียบ ปกติภาพลักษณ์ตำรวจก็ไม่ค่อยดีอยู่แล้ว หากทำอะไรคลุมเครือไม่ชัดเจน ภาพลักษณ์องค์กรมันจะยิ่งดำดิ่งลงไปกันใหญ่.
ข่าวสารตำรวจ

ให้การต้อนรับ
พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผกก.สภ.ชุมแพ จว.ขอนแก่น พร้อมด้วย พ.ต.ต.อัมพร จักษุทิพย์ สวป. (ชส.) สภ.ชุมแพ ร่วมกับภาคีเครือข่าย โรงพยาบาลชุมแพ ให้การต้อนรับนพ.อัครพัฒน์ เตยะราชกุล รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น หัวหน้าทีมคณะเยี่ยมสำรวจ ประเมินและรับรองคุณภาพสถานพยาบาลยาเสพติด ครั้งที่ 5
ต่อต้านยาเสพติด
พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สารีรัตน์ ผกก.สภ.พานทอง พร้อมด้วย พ.ต.ต.สงวนศักดิ์ น้อยตำแย สวป.(ชส.)สภ.พานทอง พร้อมกำลังสายตรวจและจราจร ร่วมกิจกรรมเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติด บริเวณ หน้าที่ว่าการอำเภอพานทอง ซึ่งมี นายปรัตรวีร์ วิจบ นายอำเภอพานทอง เป็นประธานพิธี ร่วมด้วย นางสาวกันยากร กุลพรรัตน์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง กำนันณรงค์ศักดิ์ สุขปิติ ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอพานทอง นายธนเดช สว่างโลกศิวากร กำนันตำบลพานทอง และผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ร่วมพิธี
ท่านจอดเราล็อก
ที่ โรงเรียนอนุบาลขอนแก่น นายยุทธพร พิรุณสาร รอง ผวจ.ขอนแก่น ตรวจติดตามตามมติที่ประชุมคณะอนุกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดขอนแก่น โดยมี พ.ต.อ.ชินวัฒน์ ศรีสวัสดิ์ รอง ผบก.ภ.จว. ขอนแก่น (ด้านจราจร),นายโสภณ เจริญพร หน.สนง.ปภ.ขอนแก่น รอง ผอ.แขวงทางหลวงขอนแก่น พ.ต.ท.พิทักษ์เขต สิงห์พิทักษ์ รอง ผกก.จราจร สภ.เมืองขอนแก่น ,นายวิทิตย์ นามมูลน้อย หัวหน้าฝ่ายป้องกันอุบัติภัยและปลอด ภัยบนท้องถนน ,ผู้แทนเทศบาลนครขอนแก่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น และ จนท.เทศกิจ เข้าร่วมการปฏิบัติเพื่อนำมาพิจารณาปรับปรุงแก้ไขมาตรการให้เกิดความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

โล่กันกระสุน
พ.ต.ท.ตะวัน วัฒนรังสรรค์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองสุพรรณบุรี พ.ต.ต.ณรงค์ เครืออยู่ สวป.สภ.เมืองสุพรรณบุรี นำโล่กันกระสุน Level 3A โดยงบประมาณของ กต.ตร.สภ.เมืองสุพรรณบุรี มอบให้ไว้ใช้ประจำรถยนต์สายตรวจ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการทำงานให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติงาน

เชิญร่วมอาลัย
ขอเรียนเชิญร่วมพิธีในการพระราชทานเพลิงศพ พล..ท.ไพฑูรย์ สุวรรณวิเชียร ม.ว.ม.,ป.ช.,ภ.ป.ร.5 อดีต ผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจ ฉายามือปราบหน้าหยก
ในวันอังคารที่ 9 กรกฎาคม 2547 เวลา 15.30 น.
ณ เมรุวัดตรีทศเทพวรวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพฯ
*********************************
คอลัมน์ : สน.รอตรวจ
โดย : บิ๊กสลีป









