สิ้นสุดการรอคอย..สำหรับคอหนังแนวไซไฟอย่าง The Mandalorian & Grogu ภาคแยก (Spin-off) ในจักรวาลของ Star Wars หลังจากโลดแล่นอยู่ในแพล็ตฟอร์ม สตรีมมิ่ง disney+ มานานกว่า 3 ซีซั่น สำหรับคอหนังที่ยังไม่เคบรับชมเรื่องราวของ “นักล่าค่าหัว” รายนี้ ต้องขอบอกเลยว่าคุณพลาดหนังดี ๆ ไปซะแล้ว เพราะนักวิจารณ์ในเว็บมะเขือเน่า (rottentomatoes) ยังให้คะแนนมากถึง 90% ขณะที่ฝั่งคนดูให้มากถึง 78%

ก่อนจะชมหนังเรื่องนี้ เรามาทำความรู้จักกับ ชาวแมนดาลอร์ กันซักหน่อยดีกว่าครับ The Mandalorian ถือเป็นหนึ่งในตัวละครที่น่าสนใจในจักรวาลหนัง Star Wars โดยเราจะได้เห็นภาพขอนักล่าเงินรางวัลผู้สวมใส่ชุดเกราะเหล็กเบสการ์ (ต้านทานไลท์เซเบอร์ และ กันกระสุนบลาสเตอร์ได้อย่างสมบูรณ์) เริ่มจาก Episode II “แจงโก เฟตต์” ปรากฏตัวในฐานะต้นแบบของกองทัพโคลน และนักล่าเงินรางวัลฝีมือฉกาจ, Episode V-VI “โบบา เฟตต์” มารับช่วงต่อในการล่าเงินรางวัลให้ “จักรวรรดิ” และ “แจบบา เดอะ ฮัทท์” ก่อนจะพลาดตกลงไปใน “ตัวซาร์แลค” นอกจากนี้ ชาวแมนดาลอร์ ยังไปปรากฏตัวใน แอนิเมชันซีรีส์ Star Wars: The Clone Wars และ Star Wars Rebels อีกด้วย

สำหรับเนื้อเรื่องในซีรีส์ที่สอดคล้องกับ ภาพยนตร์ The Mandalorian and Grogu จะมีด้วยกัน 2 เรื่องคือ The Mandalorian (ซีซั่น1-3) และ The Book of Boba Fett โดย The Mandalorian จะเป็นสายตรงที่สุด เหตุการณ์เกิดขึ้น 5 ปีหลังจากการล่มสลายของจักรวรรดิ (หลังจบ Star Wars Episode VI) ดาวแมนดาลอร์ ถูกจักรวรรดิทำลายล้างครั้งใหญ่ ชาวแมนดาลอร์ที่รอดชีวิตต้องแยกย้ายกันไปกบดานอยู่ตามเงามืดในกาแล็กซี เรื่องราวจะโฟกัสไปที่ “ดิน จาริน” หรือ “แมนโด้” นักรบรับจ้างผู้เคร่งครัดในกฎ “วิถีแห่งแมนดาลอร์” ที่ได้รับภารกิจให้ไปตามล่าตัวเด็กทารกเผ่าพันธุ์เดียวกับปรมาจารย์โยดา นั่นคือ “โกรกู”

แต่สุดท้ายเขากลับผูกพันและเลือกที่จะทรยศผู้จ้างวานเพื่อปกป้องเด็กคนนี้ พาร์ทหลังของซีรีส์ เนื้อหาจะมีสเกลใหญ่ขึ้น “แมนโด้” พบกับชาวแมนดาลอร์กลุ่มอื่น เช่น “โบ-คาทาน ครีซ” เพื่อร่วมมือกันกอบกู้ดาวบ้านเกิดที่ล่มสลาย ให้กลับมารวมกันเป็นปึกแผ่นอีกครั้ง สามารถติดตามชม The Mandalorian (ซีซั่น1-3) และ The Book of Boba Fett ได้ใน Disney+ เท่านั้น

เรื่องย่อ The Mandalorian and Grogu
หลังจากผ่านพ้นศึกใหญ่และการผจญภัยในฉบับซีรีส์มาแล้ว “แมนโด้” (รับบทโดย เปโดร ปัสกัล) พร้อม คู่หูตัวน้อยสุดน่ารักอย่าง “โกรกู” ได้เริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่ในยุคที่ทาง “สาธารณรัฐใหม่” (New Republic) ซึ่งพวกเขากำลังพยายามจัดระเบียบและรักษาความสงบเรียบร้อยในกาแล็กซี โดย “แมนโด้” ได้รับภารกิจใหม่จาก “ผู้พันวอร์ด” (รับบทโดย ซิกัวร์นีย์ วีเวอร์) ให้ออกตามล่าและกวาดล้าง กองกำลังเศษซากของพวก จักรวรรดิ (Imperial Remnants) ที่ยังคงหลงเหลือและซ่อนตัวอยู่ตามมุมมืดของกาแล็กซี

พวกมันกำลังวางแผนการบางอย่างที่อาจสั่นคลอนความมั่นคงของจักรวาล การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่การทำภารกิจล่าค่าหัวทั่วไป แต่เป็นบททดสอบสายสัมพันธ์ระหว่าง “พ่อและลูกบุญธรรม” พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับศัตรูหน้าใหม่และหน้าเก่า เทคโนโลยีอันตราย และภัยคุกคามที่ใหญ่กว่าเดิม

จุดแข็ง บทบาทและความสัมพันธ์ตัวละคร ต้องยอมรับตามตรงว่าภาคนี้ “ความสัมพันธ์ของพ่อลูก” และบทของ “โกรกู” เป็นสิ่งดีงามที่สุด โดยเฉพาะพาร์ทหลังของเรื่อง โดยผู้กำกับ “จอน ฟาฟโร” เลือกที่จะสลับบทบาทให้ “โกรกู” ต้องกลายมาเป็นผู้ปกป้อง “แมนโด้” บ้าง อีกทั้งยังมีฉากที่น้องต้องไปผจญภัยในป่าใหญ่ด้วยตัวเองด้วย เรื่องเป็นการสะท้อนให้เห็นว่า “โกรกู” ไม่ใช่แค่เด็กทำตัวน่ารักไปวัน ๆ อีกต่อไป แต่เขาเริ่มตระหนักได้ว่า เขาจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกหลายร้อยปีหลังจากที่ “แมนโด้” จากไปแล้ว

ด้านงานภาพ CGI ฉากเปิดสุดเร้าใจแฟน Star Wars เเพราะแค่ปิดเรื่องที่สู้กันท่ามกลางหิมะ และการเผชิญหน้ากับหุ่นรบ AT-AT ทำออกมาได้ตื่นตาตื่นใจเนียนกว่าในหนังซีรส์ สมราคาขึ้นจอใหญ่ โดยเฉพาะฉากกระโดดหน้าผา ชวนให้นึกถึงหนังคลาสสิกเรื่อง Butch Cassidy and the Sundance Kid ขณะที่ดนตรีเพลงประกอบ โดย “ลุดวิก โกรันสสัน” ยังคงท็อปฟอร์ม มีท่วงทำนองใหม่ ๆ ที่ทรงพลัง

จุดอ่อน หนังค่อนข้างเซฟ เข้าใจว่าคงต้องการทำให้เด็ก ๆ ได้ดูกันอย่างเพลิดเพลิน พล็อตเรื่องจึงไม่มีอะไรหักมุม ความรู้สึกเหมือนกำลังนั่งดูซีรีส์ซีซัน 4 ที่ตัดต่อมารวมกัน 2 ชั่วโมง มากกว่าจะเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่มีเนื้อหาคอขาดบาดตาย นอกจากนี้หนังยังพยายามใส่ความทรงจำเก่า ๆ เพื่อเอาใจแฟนหนัง โดยใส่ฉากต่อสู้ในบาร์เหล้า ฉากขับยาน X-Wing รวมไปถึงการสู้กับสัตว์ประหลาดตัวยักษ์ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีความแปลกใหม่แต่อย่างใด

5/5 กะโหลก สำหรับภาพยนตร์ที่ทำมาเพื่อเอาใจแฟนหนัง Star Wars ทั้งรุ่นเก่ารุ่นใหม่ มี Easter Egg ซ่อนไว้เพียบ เชื่อว่าแฟนพันธุ์แท้ Star Wars น่าจะหากันได้ไม่ยาก

————————————————

คอลัมน์ : ดูหนังกับหมี
โดย : แพนด้าอ้วน

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก Disney ประเทศไทย