เตรียมผ้าเช็ดหน้าและตับของคุณไว้ให้พร้อม ก่อนไปดู “แด่การจากลา… จนกว่าจะพบกันใหม่ Until We Meet Again” เพราะนี่คือการโคจรมาเจอกันของเจ้าพ่อหนังโศกนาฏกรรมรักเรียกน้ำตา “มิกิ ทาคาฮิโระ” ผู้กำกับ Tomorrow I Will Date with Yesterday’s You และ 2 ซุปตาร์แถวหน้าของญี่ปุ่น “เร็น เมงุโระ” และ “ฮามาเบะ มินามิ” ตัวหนังทุบสถิติรายได้เปิดตัวอันดับ 1 ในญี่ปุ่น ตัวเลขทะลุ 4,300 ล้านเยน

เรื่องย่อ Until We Meet Again เรื่องนี้ดัดแปลงจากนวนิยายรางวัลของ “นางาสึกิ อามาเนะ” (Shogakukan Bunko Novel Award) เล่าถึงเรื่องราวของ “ชิมิซึ มิโซระ” (ฮามาเบะ มินามิ) หญิงสาวผู้ล้มเหลวจากการหางาน แต่มีความลับที่บอกใครไม่ได้คือ “เธอได้ยินเสียงของผู้ล่วงลับ” จนกระทั่งเธอได้มาพบกับ “อุรุชิบาระ เรย์จิ” (เร็น เมงุโระ) นักวางแผนงานศพมืออาชีพสุดเนี้ยบ แห่งสถาบันจัดพิธีศพบ้านโด ทั้งคู่ต้องร่วมมือกันทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยง “ความรู้สึกสุดท้าย” ของคนตายส่งต่อไปยังคนเป็น เพื่อปลดล็อกความค้างคาและให้คนที่ยังอยู่สามารถก้าวเดินต่อไปได้

จุดแข็ง หนังนำเสนอ “โลกคู่ขนาน” ระหว่างคนเป็นและคนตาย นักวิจารณ์หนังญี่ปุ่นชื่นชม ผู้กำกับ “มิกิ ทาคาฮิโระ” อย่างมาก กับการใช้ “Soft-focus filter” (ฟิลเตอร์ภาพนวลละมุนชวนฝัน) ตลอดทั้งเรื่อง ภาพในหนังจะให้ความรู้สึกเหมือนลอยละล่องอยู่ตรงกลางระหว่างโลกนี้และโลกหน้า ซึ่งนักวิจารณ์หนังมองว่า มันไม่ใช่แค่ความสวยงาม แต่เป็นเทคนิคที่สอดรับกับธีม “การเดินทางของวิญญาณและความทรงจำ” ได้อย่างละเมียดละไมที่สุด

ด้านนักแสดง ท่วงท่าและ “โทนเสียงต่ำ” ของ “เร็น เมงุโระ” สามารถสะกดคนดูได้อยู่หมัด กับบทสัปเหร่อ/นักวางแผนงานศพผู้สุขุม โดยเฉพาะ ท่วงท่าในการทำพิธีบรรจุศพแบบญี่ปุ่น ที่ทำออกมาได้งดงาม ประณีต และเต็มไปด้วยความเคารพต่อร่างผู้เสียชีวิต ขณะที่น้ำเสียงโทนต่ำที่สั่นเครือเบา ๆ ของเขา เป็นเสียงที่โอบอุ้มความเศร้าและมอบความอบอุ่นใจให้ญาติผู้สูญเสียได้ในเวลาเดียวกัน จนคนดูญี่ปุ่นหลายคนถึงกับรีวิวว่า “ถ้าถึงวันนั้นของตัวเอง ก็อยากให้คุณอุรุชิบาระมาเป็นคนส่งวิญญาณ”

ส่วน ฮามาเบะ มินามิ ความงดงาม ความใสซื่อ และแววตาที่เปี่ยมด้วยความเห็นอกเห็นใจของเธอ ช่วยดึงให้บรรยากาศของหนังดูสว่าง และเธอสามารถมอบความหวังให้กับหนังที่พูดถึงเรื่องความตายอย่างลึกซึ้งเช่นนี้ อีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับคำชมอย่างมากคือ หนังไม่ได้สอนให้คน “ลืม” ความสูญเสีย แต่หนังตั้งคำถามว่า การก้าวต่อไปที่แท้จริงคืออะไร? คำตอบที่หนังมอบให้ คือการยอมรับความจริงว่าเขาจากไปแล้ว และใช้ชีวิตในวันธรรมดาที่เหลืออยู่ต่ออย่างคุ้มค่าที่สุด สอดคล้องกับแนวคิด Memento Mori (ระลึกถึงความตายเพื่อตระหนักถึงคุณค่าของชีวิต)

จุดอ่อน หนังดำเนินเรื่องตามสูตรสำเร็จ พล็อตเรียกน้ำตา คาดเดาง่าย แม้จะดาร์กแต่ก็โลกสวยเกินไป ในเรื่องราวของแต่ละครอบครัว ทุกอย่างจะถูกคลี่คลายอย่างงดงามและลงตัวเสมอ แต่ในความเป็นจริงงานศพอาจมีเรื่องความขัดแย้งของญาติพี่น้องหรือปัญหาจุกจิกมากกว่านี้ แต่หนังเลือกที่จะตัดออกเพื่อรักษาโทนความซาบซึ้ง

3.5/5 กะโหลก เป็นหนังเศร้าฟีลกู๊ดสไตล์ญี่ปุ่นยุคใหม่ งานภาพละมุนละไม นักแสดงแบกอารมณ์ดรามาได้ยอดเยี่ยม เพลงประกอบและดนตรีขับเน้นความรู้สึกดิ่งลึก หนังพูดถึงความตาย การจากลา แต่ไม่ได้หดหู่จนดิ่งเกิน แม้จะร้องไห้ตั้งแต่ต้นจนจบ แต่จะรู้สึกได้รับการเยียวยา และอบอุ่นใจเมื่อเดินออกจากโรง.

————————————————
คอลัมน์ : ดูหนังกับหมี
โดย : แพนด้าอ้วน
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก M STUDIO



