เหยื่อสาวรายหนึ่ง (นามสมมติ เอ) ได้ออกมาเปิดโปงจดหมาย และภาพวาดเขียนมือสุดสยองที่ส่งตรงมาจาก “เรือนจำ” โดยฝีมือของคนร้ายที่กำลังรับโทษจำคุก 1 ปีในข้อหาสะกดรอยตาม ตัวจดหมายแฝงคำขู่เย้ยกฎหมายด้วยอิโมจิยิ้มว่า “เจอกันเร็วๆ นี้^^ ฉันจะไปหาคุณ” ซ้ำร้ายยังวาดภาพนัยยะชวนนึกถึงความตาย ทำเอาเหยื่อและครอบครัวจิตตกขั้นสุด นอนไม่หลับ เพราะคนร้ายรู้พิกัดที่อยู่ของคนในครอบครัวทั้งหมด!

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา นางสาวเอ ได้ตัดสินใจโพสต์ภาพจดหมายและภาพวาดที่ได้รับจากกนายบี (ผู้กระทำความผิด) ลงบนโซเชียลมีเดีย เพื่อขอความช่วยเหลืออย่างสิ้นหวัง โดยเนื้อหาภายในจดหมายที่เขียนด้วยลายมือระบุข้อความชวนขนลุกไว้ว่า

“นี่คือจดหมายฉบับแรกและฉบับสุดท้ายของฉัน… ฉันไม่ได้ตั้งใจจะรักคุณ โปรดเข้าใจว่า ฉันจากไปเพียงเพราะคุณอยู่ที่นั่น เนื่องจากฉันไม่เคยพยายามที่จะยึดคุณไว้ การปล่อยวางจึงไม่ใช่เรื่องยาก ฉันหวังว่าคุณจะปลอดภัย และมีความสุขในวันนี้ และฉันตั้งตารออนาคตข้างหน้า”

พร้อมทิ้งท้ายประโยคปั่นประสาทว่า “คำขอโทษคือสิ่งที่คุณทำ เมื่อคุณไม่สามารถทำอะไรให้ใครบางคนได้”

ที่น่ากลัวกว่าตัวอักษรคือ ด้านหลังของภาพวาดที่เป็นรูปดอกไม้และขนนก โดยคนร้ายเขียนข้อความตัวใหญ่ระบุว่า “เจอกันเร็วๆ นี้^^ ฉันจะไปหาคุณ” แม้คนร้ายจะเขียนกำกับไว้บนภาพว่ามันคือรูป “ดอกแดนดิไลออน” และ “ขนนกกา” แต่ชาวเน็ตและผู้เชี่ยวชาญหลายคนสังเกตว่า ลักษณะการวาดกลีบดอกไม้และโครงสร้างนั้นดูคล้ายกับ “ดอกเบญจมาศ” ซึ่งเป็นดอกไม้ที่ใช้ในพิธีศพของเกาหลี เป็นการส่งสัญญาณเตือนเรื่องความตายอย่างเด่นชัด

นางสาวเอ คร่ำครวญด้วยความหวาดกลัวว่า โทษจำคุกเพียง 1 ปีของสตอล์กเกอร์คนนี้ไม่ได้ทำให้เธอปลอดภัยเลย เพราะคนร้ายสืบข้อมูลจนรู้ลึกถึงขั้นพิกัดที่ตั้งร้านค้าของพ่อแม่ รวมถึงข้อมูลน้องๆ ของเธอด้วย

“ตั้งแต่ได้รับจดหมายฉบับนั้น ฉันนอนไม่หลับเลย และต้องทุกข์ทรมานทางจิตใจอย่างรุนแรง ฉันแจ้งความกับตำรวจแล้ว แต่คำถามคือ… ยังมีอะไรที่ฉันสามารถทำได้มากกว่านี้อีกไหม?” เอ กล่าวด้วยความอับจนหนทาง

เหตุการณ์นี้เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมอย่างรุนแรง ว่าระบบยุติธรรมเปิดช่องโหว่ให้ผู้ต้องขังสามารถส่งจดหมายมาข่มขู่เหยื่อเพื่อจองจำทางจิตใจได้อย่างไร และเรียกร้องให้มีมาตรการคุ้มครองเหยื่อที่เป็นรูปธรรม ก่อนที่คนร้ายจะพ้นโทษออกมาก่อเหตุซ้ำ

ปัญหาการสะกดรอยตาม ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของคนสองคน แต่กำลังกลายเป็นวิกฤตอาชญากรรมระดับชาติ จากสถิติอย่างเป็นทางการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบตัวเลขที่เติบโตอย่างน่าตกใจในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

จำนวนคดีสะกดรอยตามที่ได้รับแจ้ง
ปี 2023 – 31,824 คดี
ปี 2024 – 31,947 คดี
ปี 2025 – 44,687 คดี

จำนวนผู้ถูกจับกุมในข้อหานี้ พุ่งขึ้นถึงจาก 11,592 คน ขยับเป็น 16,400 คนในปัจจุบัน

ที่มาและภาพ : insight korea