สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ว่าเว็บไซต์ของทำเนียบขาวเผยแพร่ข้อมูล ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ยื่นคำร้องต่อสภาคองเกรส เพื่อขอให้มีการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมมูลค่า 87,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 2.93 ล้านล้านบาท ) แบ่งเป็นวงเงิน 67,150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 2.24 ล้านล้านบาท ) สำหรับการดำเนินงานของกองทัพ นอกเหนือจากงบประมาณกลาโหมราว 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 33.45 ล้านล้านบาท ) ที่ได้รับการอนุมัติเมื่อปีที่แล้ว และอีก 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 50.17 ล้านล้านบาท ) ที่ทรัมป์ต้องการสำหรับปีงบประมาณหน้า


ทำเนียบขาวระบุว่า งบประมาณรอบล่าสุดมีไว้เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการทางทหารในการทำสงครามกับอิหร่าน รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านกำลังพล ความพร้อมรบ การฟื้นฟูคลังอาวุธ ที่รวมถึงการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ และโครงการลับด้านความมั่นคง เพื่อเสริมสร้างฐานอุตสาหกรรมด้านกลาโหมของสหรัฐ และสนับสนุนขีดความสามารถทางทหารที่สำคัญ


มีรายงานว่า คำขอของทรัมป์เผชิญกับเสียงต่อต้านจากสภาคองเกรสทันที เนื่องจากเกิดขึ้นเพียงวันเดียว หลังวุฒิสภาสหรัฐผ่านมติอำนาจสงคราม เพื่อสั่งให้ทรัมป์ยุติปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน หลังสภาผู้แทนราษฎรผ่านมติเดียวกันไปแล้ว เมื่อช่วงต้นเดือนนี้


ขณะเดียวกัน สมาชิกระดับแกนนำของพรรครีพับลิกันและเดโมแครตต่างวิจารณ์ว่า นับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา รัฐบาลทรัมป์แทบไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสงครามหรือแผนการดำเนินงานอย่างเพียงพอแก่สภาคองเกรส


นอกจากนี้ สมาชิกสภาคองเกรสหลายคนยังย้ำว่า รัฐธรรมนูญสหรัฐให้อำนาจแก่สภาคองเกรส ไม่ใช่ประธานาธิบดี ในการส่งทหารเข้าสู่สงคราม และแสดงความไม่พอใจ ที่ทรัมป์เพิกเฉยต่อหลักการแบ่งแยกอำนาจดังกล่าว.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS